ต่างประเทศ

ระทึก! ชาวอินโดฯวิ่งหนี “ทรายเหลว” หลังดินไหวตายพุ่ง 1,203 ราย

ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหว และคลื่นสึนามิ ที่ประเทศอินโดนีเซีย ล่าสุดทะลุ 1,203 คนแล้ว ขณะที่หลายหน่วยงานคาดการณ์ว่า จะมีผู้เสียชีวิตอีกหลายคน จากปรากฎการณ์แผ่นดินเหลว

ระทึก! ชาวอินโดฯวิ่งหนี “ทรายเหลว” หลังดินไหวตายพุ่ง 1,203 ราย

 

ภาพนาทีชีวิต ขณะที่ครอบครัวหนึ่ง กำลังวิ่งหลบหนีด้วยความตื่นตระหนก หลังจากอาคารบ้านเรือนรอบๆ ตัวคล้ายถูกดูดลงพื้นดิน ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ที่เรียกว่า ทรายเหลว หรือแผ่นดินเหลว (Liquefaction)

โดยเกิดขึ้นหลังจากเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.5 ที่เกาะสุลาเวสี ตอนกลางของประเทศอินโดนีเซีย เมื่อช่วงเย็นวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปเกิดขึ้นที่เมืองปาลู อยู่ห่างจากทะเลราว 10 กิโลเมตร

เนื่องจากดินทรายใต้ดินที่มีน้ำแทรกอยู่ ถูกบีบคั้นจากแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว ทำให้น้ำทะลักขึ้นผิวดิน ส่งผลให้พื้นดินสูญเสียการรับกำลังแบกทาน จนชั้นดินที่เป็นทรายและโคลนตีขึ้นมาเป็นเกลียว พร้อมพังโครงสร้างอาคารต่างๆ

ขณะที่อีกคลิป ถูกถ่ายไว้ได้ที่หมู่บ้านโจโน โอเก เขตซิกิ ซึ่งเจ้าของคลิปกำลังนั่งอยู่บนหลังคาบ้าน ขณะที่บ้านเรือนใกล้เคียงยุบตัว และไหลตามดินโคลนไปทีละหลัง ท่ามกลางเสียงตกใจของผู้บันทึกภาพเหตุการณ์

ทั้งนี้เว็บไซต์จาการ์ตา โพสต์ ของอินโดนีเซีย อ้างคำรายงานจากหน่วยงานต่างๆ ว่า แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวครั้งนั้น ทำให้เกิดปรากฏการณ์ทรายเหลว

ในวันเดียวกัน โดยเฉพาะที่หมู่บ้านเปโตโบ เขตปาลูใต้ เมืองปาลู ที่คาดว่าอาจมีผู้เสียชีวิตจากปรากฎการณ์นี้อีกนับพันคน

ซึ่งหนึ่งในชาวบ้านที่ประสบเหตุ ชื่อนายยูซุฟ ฮัสมิน อายุ 45 ปี ระบุว่า โคลนทรายเหล่านั้น ม้วนตัวเป็นเกลียวเหมือนคลื่นทะเล ที่ซัดบ้านเรือน และญาติพี่น้องจนสูญหายหลายคน

ด้านรัฐบาลของอินโดนีเซีย ยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหว และคลื่นสึนามิพัดเข้าถล่มชายฝั่ง ขณะนี้เพิ่มขึ้นเป็น 1,203 คน มีผู้บาดเจ็บ 632 คน และประชาชนกว่า 48,000 คน ต้องไร้ที่อยู่อาศัย

ขณะที่ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด อนุมัติให้รัฐบาลสามารถรับความช่วยเหลือจากนานาชาติได้ ที่มีองค์กรระหว่างประเทศหลายสิบองค์กร และเอ็นจีโอ เตรียมส่งสิ่งของช่วยสนับสนุน รวมถึงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นเวลา 14 วัน

อย่างไรก็ตาม ยังคงเกิดอาฟเตอร์ช็อกอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อเวลา 00.39 น.ที่ผ่านมา เกิดอาฟเตอร์ช็อก ขนาด 4.7 จุดศูนย์กลางลึกลงใต้ดินเพียง 10 กิโลเมตรเท่านั้น

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวเอเอฟพี รายงานว่า เจ้าหน้าที่รัฐ และอาสาสมัคร ได้มีการขุดหลุมขนาดใหญ่ ความยาวกว่า 100 เมตร บริเวณเนินเขาโปโบยา ที่อยู่เหนือเมืองปาลู พื้นที่ประสบภัยคลื่นสึนามิซัดถล่ม

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

พร้อมนำร่างไร้ชีวิตจำนวนมาก ใส่ในถุงพลาสติกห่อศพ เพื่อเร่งกลบฝัง เนื่องจากเกรงว่าศพจะเน่าเปื่อย และเป็นต้นเหตุให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโรคไปยังประชาชน