แม้ว่ารัฐบาลฝรั่งเศสจะยอมระงับการขึ้นภาษีน้ำมันไปก่อน หลังเกิดการประท้วงอย่างหนักของกลุ่มเสื้อกั๊กเหลืองต่อเนื่องหลายสัปดาห์ แต่ล่าสุด ผู้ประท้วงบางส่วนยังคงไม่พอใจ และยืนกรานที่จะจัดการประท้วงครั้งใหญ่ในวันเสาร์นี้ ซึ่งรัฐบาลเตือนว่า การประท้วงดังกล่าวอาจจะมีความรุนแรงเกิดขึ้นตามมาได้

ฝรั่งเศสหวั่นความวุ่นวายเสาร์นี้ หลังผู้ประท้วงจัดชุมนุมใหญ่

รัฐบาลฝรั่งเศสออกมาเตือนว่า มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดเหตุความรุนแรงระหว่างการประท้วงวันเสาร์นี้ที่กรุงปารีส และเมืองอื่นๆทั่วประเทศ แม้ว่ารัฐบาลจะยอมระงับการขึ้นภาษีน้ำมันไปก่อนเป็นระยะเวลา 6 เดือน จากเดิมคือมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคมนี้ โดยแหล่งข่าวของทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศสเปิดเผยกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า มีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้เชื่อว่าการประท้วงที่กำลังจะเกิดขึ้นอาจมีความรุนแรงตามมา

การประกาศของรัฐบาลมีขึ้นเมื่อวานนี้ ท่ามกลางการชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ทั่วประเทศ ซึ่งเรียกกันว่าการประท้วงเสื้อกั๊กเหลืองที่ดำเนินมาเป็นระยะเวลาหลายสัปดาห์แล้ว โดยจากตอนแรกเป็นการเรียกร้องให้รัฐบาลยุติการขึ้นภาษีน้ำมัน แต่ต่อมาบานปลายเป็นการประท้วงขับไล่ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ซึ่งหลังจากที่รัฐบาลยอมยุติการขึ้นภาษีน้ำมัน อีกทั้งยังให้คำมั่นว่าจะตรึงราคาก๊าซหุงต้มและไฟฟ้าไม่ให้เพิ่มขึ้นไปกว่านี้ในช่วงฤดูหนาวด้วย ก็สร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้ประท้วงบางส่วน แต่ขณะเดียวกันผู้ประท้วงอีกส่วนยังคงไม่พอใจและเรียกร้องให้มีการชุมนุมใหญ่ในวันเสาร์นี้

ด้านสำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า การที่ผู้ประท้วงยังคงยืนกรานที่จะประท้วงต่อเนื่องในวันเสาร์นี้ สะท้อนให้เห็นว่า ความไม่พอใจรัฐบาลกำลังเพิ่มมากขึ้น โดยคะแนนความนิยมในตัวประธานาธิบดีมาครงร่วงลงเหลือเพียงแค่ 23 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ขณะที่เจ้าตัวยังไม่เคยออกมาแสดงความคิดเห็นใดๆ นับตั้งแต่กลับจากการประชุมสุดยอดผู้นำจี 20 ที่อาร์เจนติน่าเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ขณะที่เอเอฟพีรายงานอ้างบรรดาผู้เชี่ยวชาญที่มองว่า รัฐบาลรับมือกับผู้ประท้วงได้ช้าเกินไป

นับตั้งแต่การประท้วงเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 4 ราย ขณะที่เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เหตุประท้วงส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 263 คนทั่วประเทศ ในจำนวนนี้เป็นเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคง 23 นาย และมีผู้ถูกจับกุมไป 412 คน ซึ่งนายกเทศมนตรีกรุงปารีสประเมินค่าความเสียหายของทรัพย์สินว่าอยู่ที่ระหว่าง 3 ถึง 4 ล้านยูโร