Breaking ข่าว

“ปณิธาน” เชื่อปัญหาสองโสมไม่ลาม

วันที่ 28 เม.ย.60 นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) กล่าวถึงกรณี นายกลิน ที เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหัวหน้าคสช. เมื่อวันที่ 27 เม.ย. ที่ผ่านมา เพื่อขอร่วมมือไทยและประเทศอาเซียนช่วยแก้ปัญหาในคาบสมุทรเกาหลีว่า ในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 30 และการประชุมอื่นๆ ระหว่างวันที่ 28-30 เม.ย.นี้ ที่สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ พล.อ.ประยุทธ์ จะมีโอกาสพูดคุยกับผู้นำอาเซียน โดยการประชุมย่อยจะมีการหยิบยกเอาปัญหาในภูมิภาคขึ้นมาพูดคุย ดังนั้น จึงควรรอฟังว่าจะมีข้อสรุปทางออกอย่างไรในคาบสมุทรเกาหลี  

นายปณิธาน กล่าวอีกว่า กระทรวงการต่างประเทศ มีแนวคิดว่าต้องใช้การประชุมเวทีนี้ให้เป็นประโยชน์ต่อสถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลี เชื่อว่าหากเวทีนี้จะได้ข้อสรุปและสื่อสารไปยังเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ได้ ก็จะเกิดพัฒนาใหม่ขึ้นมา สามารถลดความตึงเครียดได้ เวลานี้จึงเป็นจังหวะเหมาะสมที่ทั้งเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ใช้เวทีอาเซียนให้เป็นประโยชน์ และหวังว่าทั้งสองเกาหลีจะเห็นโอกาสนี้ เพราะมีความเป็นไปได้มากกว่าในการเจรจา 6 ฝ่าย  

 

เมื่อถามว่า การที่นายกลิน เดวีส์ เข้าหารือนายกฯ จะทำให้ไทยและอาเซียนกลายเป็นคู่ขัดแข้งเกาหลีเหนือหรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่า ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น และในเวทีอาเซียนก็มีกลไกป้องกันไม่ให้ทั้งสองเกาหลีดึงไปเป็นคู่ขัดแย้งอยู่แล้ว ไทยก็มีความสัมพันธ์ที่ดีกับทั้งสองเกาหลี ขณะเดียวกันไทยก็มีพันธกรณีผูกพันกับสหประชาชาติ จึงต้องระมัดระวัง เชื่อว่าทุกประเทศต้องเข้าใจว่าเราต้องทำตามมติสหประชาชาติ

นายปณิธาน กล่าวว่า  คิดว่าสหรัฐฯ ต้องการให้ผู้นำคนใหม่ได้แสดงความเป็นผู้นำในการแก้ไขปัญหาร่วมกับอาเซียน เช่น การยืนยันว่าผู้นำสหรัฐฯ จะมาประชุมกับผู้นำอาเซียน หรือการยืนยันว่าผู้นำสหรัฐฯสนใจปัญหาดังกล่าว เหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องดี แต่หลังจากการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งนี้ จะมีจุดยืนในเรื่องดังกล่าวจากประเทศกลุ่มอาเซียนที่ชัดเจนขึ้น ว่าเรื่องใดบ้างสามารถทำได้หรือทำไม่ได้ เชื่อว่าจะสามารถลดแรงกดดันจากหลายประเทศที่มีต่อเกาหลีเหนือได้ เพราะประเด็นด้านความมั่นคงนั้น อาเซียนมีความคุ้นเคย