ต่างประเทศ

ผู้สำเร็จราชการรัฐปะหังอาจขึ้นเป็นกษัตริย์มาเลเซีย

สำนักพระราชวังรัฐปะหังจะหารือกันสัปดาห์นี้ถึงความเป็นไปได้ที่ผู้สำเร็จราชการรัฐปะหังจะสืบทอดราชบัลลังก์ต่อสุลต่านรัฐปะหัง ซึ่งมีพระวรกายอ่อนแอ ซึ่งจะเป็นการปูทางให้ผู้สำเร็จราชการก้าวขึ้นเป็นกษัตริย์องค์ที่ 16 ของมาเลเซีย

หนังสือพิมพ์ เดอะ นิวส์ สเตรทส์ไทมส์ของมาเลเซียรายงานว่า หลังสมเด็จพระราชาธิบดีโมฮัมเหม็ดที่ 5 ทรงประกาศสละราชบัลลังก์ในฐานะยังดี เปอร์ตวน อากง องค์ที่ 15 หรือกษัตริย์แห่งสหพันธรัฐมาเลเซีย ก่อนหมดวาระเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ตามธรรมเนียมของการหมุนเวียนตำแหน่งกษัตริย์ในทุกๆ 5 ปี สุลต่านรัฐปะหัง คือลำดับต่อไปที่ต้องขึ้นเป็นกษัตริย์

สุลต่าน อาห์หมัด ชาห์ แห่งรัฐปะหัง มีพระชนมพรรษา 88 พรรษา และลำดับต่อไปคือสุลต่านอิสกันดาร์ แห่งรัฐยะโฮร์ ตามด้วย สุลต่านนาซรีน ชาห์ รัฐเปรัค ทั้งนี้สุลต่าน อาห์หมัด ชาห์ แห่งรัฐปะหัง เคยเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์ของมาเลเซียแล้วเมื่อปี 1979 และปัจจุบันทรงมีพระพลานามัยไม่แข็งแรง ทำให้พระราชโอรส เต็งกู อับดุลลาห์ ซึ่งมีพระชนมายุ 59 พรรษา ทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์มาสองปีแล้ว

 แหล่งข่าวในสำนักพระราชวังสุลต่านรัฐปะหังกล่าวกับเดอะนิวส์ สเตรทส์ไทมส์ ว่า สมาชิกราชวงศ์คนสำคัญและที่ปรึกษาหลายคนได้เสนอให้มีการแต่งตั้งเต็งกู อับดุลลาห์ขึ้นเป็นสุลต่านของรัฐปะหัง และสุลต่านอาห์หมัดก็ได้ทรงรับทราบเรื่องนี้แล้ว จึงจะมีการประชุมเรื่องการสละราชบัลลังก์ของสุลต่านรัฐปะหังในสัปดาห์นี้ โดยแหล่งข่าวระบุว่า ตามลำดับ คือคิวของรัฐปะหังที่จะได้เป็นยังดีเปอร์ตวน อากง จึงอยากรักษาระบบการหมุนเวียนตำแหน่งกษัตริย์นี้ไว้ อย่างไรก็ตาม สำนักพระราชวังของสลุต่านรัฐปะหัง และคนใกล้ชิดของเจ้าชายเต็งกู อับดุลลาห์ไม่ได้ให้ความเห็นต่อเรื่องละเอียดอ่อนนี้ ทั้งนี้ สภาผู้ปกครองสูงสุดของมาเลเซีย จะหารือกันในวันที่ 24 มกราคมเพื่อเลือกกษัตริย์พระองค์ใหม่ และจะมีการทำพิธีสาบานตนในวันที่ 31 มกราคม

 ผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐธรรมนูญของมาเลเซีย ศาสตราจารย์ชามราฮายู อับ เอซิส ระบุว่า ตามหลักการแล้ว ผู้ขึ้นเป็นกษัตริย์ของมาเลเซียต้องเป็นสุลต่านก่อน แม้ว่าความอาวุโสจะมากหรือน้อยก็ตาม ซึ่งจะเห็นได้จากสุลต่านรัฐกลันตัน พระองค์ได้ขึ้นครองราชย์เป็นยังดี เปอร์ตวน อากงในปี 2016 ทั้งๆที่พระองค์เพิ่งได้เป็นสุลต่านของรัฐกลันตันเมื่อปี 2010 ก็ตาม ซึ่งการเลือกกษัตริย์ก็จะเป็นไปตามระบบหมุนเวียนนี้ แต่มีเพียงครั้งเดียวเท่านั้นที่มีการเลือกสุลต่านที่อาวุโสที่สุดขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์ นั่นก็คือ ปี 1957 ที่เพิ่งมีการเริ่มใช้ระบบหมุนเวียนราชบัลลังก์นั่นเอง