เหตุผลที่เวียดนามถูกเลือกเป็นเจ้าภาพประชุมทรัมป์ – คิม ครั้งที่ 2

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศว่าการประชุมสุดยอดระหว่างเขาและผู้นำเกาหลีเหนือจะเกิดขึ้นปลายเดือนนี้ที่เวียดนาม แต่อะไรคือเหตุผลที่เวียดนามได้เป็นเจ้าภาพครั้งนี้

เวียดนามถูกเลือกให้เป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำสหรัฐฯและเกาหลีเหนือครั้งที่สองปลายเดือนนี้  นอกจากเวียดนามจะเป็นประเทศที่ปกครองด้วยพรรคคอมมิวนิสต์แต่มีระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม เวียดนามยังเป็นมิตรกับทั้งสหรัฐฯและเกาหลีเหนือ ซึ่งนี่เป็นส่วนหนึ่งของหลายเหตุผลที่นักวิเคราะห์ระบุว่าทำให้เวียดนามได้รับเลือกเป็นสถานที่จัดการประชุมครั้งนี้

ถ้าดูทางด้านที่ตั้ง เวียดนามนั้นใกล้เกาหลีเหนือพอที่จะบินเป็นระยะทางสั้นๆ หรือแม้กระทั่งเดินทางรถไฟจากเกาหลีเหนือได้ และยังมีสถานทูตทั้งสหรัฐฯและเกาหลีเหนือประจำอยู่ในกรุงฮานอย เวียดนามมีความสัมพันธ์ที่ดีกับทั้งสองประเทศ และจะเรียกว่ามีสถานะที่เป็นกลางก็ว่าได้ นอกจากนี้ ถ้ามองประเด็นด้านความมั่นคง ความที่เป็นประเทศคอมมิวนิสต์ การรักษาความมั่นคงจึงเข้มงวดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และทางการน่าจะยิ่งเข้มงวดกับการเข้าถึงของสื่อและคนทั่วไปในระหว่างการประชุมมากขึ้นไปอีก

เวียดนามเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่มีสัมพันธ์ที่ดีกับเกาหลีเหนือ ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศเริ่มตั้งแต่ปี 1950 เมื่อเกาหลีเหนือส่งเจ้าหน้าที่กองทัพอากาศมาช่วยรบในช่วงสงครามเวียดนาม นอกจากนี้ ผู้นำเกาหลีเหนือ คิม อิล ซุง ยังเคยมาเยือนเวียดนามในปี 1958 และยังมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงมากมายจากเกาหลีเหนือมาเยือนเวียดนามหลังจากนั้น ทางด้านการค้า ถึงแม้ว่ามูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศจะลดลงเนื่องจากมาตรการคว่ำบาตรสหประชาชาติ แต่ในปี 2017 ก็ยังมีมูลค่าถึง 7 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 225 ล้านบาท

จากฝั่งมุมมองของสหรัฐฯเอง นักวิชาการวิเคราะห์ว่า เวียดนามยังมีที่ตั้งที่มีความสำคัญด้านยุทธศาสตร์ต่อสหรัฐฯ ในระหว่างที่สหรัฐฯกำลังทำสงครามการค้ากับจีน การเลือกเวียดนามอาจเป็นการส่งสัญญาณจากรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าเกาหลีเหนือไม่ได้อยู่ในมือจีน และสหรัฐฯสามารถถ่วงสมดุลอิทธิพลจีนในภูมิภาคได้

นอกจากนี้ สหรัฐฯยังอยากให้เกาหลีเหนือเห็นเรื่องราวความสำเร็จในด้านเศรษฐกิจของเวียดนาม ซึ่งรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ไมค์ ปอมเปโอ เคยกล่าวระหว่างเยือนเกาหลีเหนือว่า เกาหลีเหนือสามารถที่จะเดินตามเส้นทางเดียวกัน และถ้ามองจากฝั่งเวียดนาม เวียดนามก็กระตือรือร้นที่จะแสดงเสน่ห์ทางการทูต หลังการเป็นเจ้าภาพการประชุม APEC ปี 2017 และการประชุมเศรษฐกิจโลกปีที่ผ่านมา การเป็นเจ้าภาพการประชุมครั้งสำคัญนี้ จะช่วยส่งเสริมสถานะของเวียดนามในประชาคมโลก ซึ่งจะช่วยดึงดูดการท่องเที่ยวและการลงทุนจากต่างชาติด้วย