ข่าว ต่างประเทศ

ฟ้องสามยักษ์ใหญ่โลกออนไลน์  สนับสนุนไอเอส+แพร่โฆษณาชวนเชื่อ

วันที่ 22 ธ.ค.59–ครอบครัวผู้เสียชีวิต 3 รายซึ่งเสียชีวิตจากน้ำมือของนายโอมาร์ มาทีน ชาวอเมริกัน เชื้อสายอัฟกัน  มือปืนกราดยิง 49 ศพ เจ็บ 59คน ที่ไนท์คลับพัลซ์ แหล่งบันเทิงของชาวหลากหลายทางเพศ ในเมืองออร์ลันโด รัฐฟลอริดา สหรัฐฯเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. เป็นโจทก์ยื่นฟ้องสามบริษัทผู้ให้บริการบนโลกออนไลน์คือกูเกิล, เฟซบุ๊ค และทวิตเตอร์  ในข้อหาให้การสนับสนุนด้านวัตถุ ปล่อยให้กลุ่มไอเอส ใช้สื่อสังคมออนไลน์ ระดมทุน สมาชิกและใช้เป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อจนทำให้มือปืนอายุ 29 ปีคนนี้ ก่อเหตุจับตัวประกันและสังหารหมู่ครั้งร้ายแรงสุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ จากนั้นนายโอมาร์โดนตำรวจยิงเสียชีวิต

ในคำฟ้องของ 3 ครอบครัวผู้เสียชีวิตระบุว่า การสนับสนุนด้านวัตถุของบริษัทไอทีระดับโลกทั้งสามเเห่งเป็นเครื่องมือแผ่ขยายไอเอส และช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้กับกลุ่มนี้ลงมือโจมตี หรือเป็นเหตุของการก่อการร้ายโจมตีหลายครั้งหลายหน รวมถึงการสังหารหมู่ที่เมืองออร์ลันโด

คำว่า "ให้การสนับสนุนด้านวัตถุ" ที่ระบุในคำฟ้องนั้น ในกฎหมายอเมริกันถือว่า เป็นอาชญากรรมประเภทหนึ่ง และผู้ยื่นฟ้องจะเรียกร้องค่าชดเชยจำนวนหนึ่งจากทั้งสามบริษัท

คีท อัลท์แมน หนึ่งในทีมทนายความฝ่ายโจทก์  กล่าวว่า  สื่อออนไลน์ระดับโลกเหล่านี้ น่าจะทำมากกว่านี้ในการสกัดกิจกรรมผิดปกติและเนื้อหาไม่เหมาะสมทางสื่อสังคมออนไลน์

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ขณะเดียวกันทั้งสามบริษัทให้บริการออนไลน์ เเละไมโครซอฟต์ ประกาศในเดือน ธ.ค.ว่าได้จับมือกันเป็นหุ้นส่วนจัดทำฐานข้อมูลลายพิมพ์นิ้วมือดิจิทัล เพื่อช่วยระบุตัว และขจัดเนื้อหาเข้าข่ายเกี่ยวข้องกับก่อการร้าย พร้อมให้คำมั่นว่าจะลงมืออย่างรวดเร็วทันทีที่ได้รับแจ้งเตือน