ข่าว

“เป๊ปซี่” ท้าชน! “โค้ก” เปิดตัวนํ้าดื่มระดับพรีเมียม “ไลฟ์ดับบลิวทีอาร์” สู้ “สมาร์ทวอเทอร์”

เป๊ปซี่ กำหนดวางตลาดนํ้าดื่มระดับพรีเมียมภายใต้แบรนด์ “ไลฟ์ดับบลิวทีอาร์” (LIFEWTR) ทั่วสหรัฐอเมริกาในเดือนกุมภาพันธ์ 2560หวังเปิดตลาดเครื่องดื่มเทรนด์ใหม่เพื่อสุขภาพประชัน “สมาร์ทวอเทอร์”(Smartwater) ของค่ายคู่แข่งที่ปักหลักครองมาร์เก็ตแชร์มากกว่า 40%


เป๊ปซี่ โค ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตน้ำอัดลมและขนมขบเคี้ยวจากสหรัฐอเมริกาประกาศเปิดตัวน้ำดื่มระดับพรีเมียม“ไลฟ์ดับบลิวทีอาร์” (LIFEWTR) เป็นแบรนด์ใหม่ล่าสุด โดยวางตำแหน่งในตลาดเป็นน้ำดื่มบริสุทธิ์ มีค่า pH หรือค่าความเป็นกรดเป็นด่างที่สมดุล ให้ความสดชื่น และสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ “เราเริ่มมองเห็นแล้วว่า น้ำเปล่ามีบทบาทขึ้นมากในรูปแบบการบริโภคเครื่องดื่มของผู้คนยุคนี้ เห็นได้ชัดว่าแนวโน้มกำลังมาในทิศทางของเครื่องดื่มที่เป็นมิตรต่อสุขภาพและคงไม่ย้อนกลับไปสู่รูปแบบอื่น” แบรด เจคแมน ประธานกลุ่มโกลบอลเบเวอเรจส์ กรุ๊ปของเป๊ปซี่โค กล่าว

ข้อมูลจากบริษัทวิจัยการตลาด เบฟเวอเรจมาร์เก็ตติ้งคอร์ป. ชี้ว่า ความต้องการเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพทำให้ตลาดน้ำดื่มบรรจุขวดในสหรัฐอเมริกามีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยปริมาณการบริโภคน้ำดื่มบรรจุขวดเฉลี่ยต่อคนมีอัตราเพิ่มขึ้น 8% ในปี 2558 หรือคิดเป็นปริมาณ 36.5 แกลลอน/คน/ปี ซึ่งหากเจาะจงเฉพาะตลาดน้ำดื่มบรรจุขวดระดับพรีเมียมจะพบว่า น้ำดื่มแบรนด์“สมาร์ทวอเทอร์”ของบริษัทโคคา-โคล่าฯซึ่งเป็นคู่แข่งของเป๊ปซี่โคนั้นครองส่วนแบ่งตลาด(ในเชิงปริมาณ) มากที่สุดถึง 45% ตามมาด้วยอันดับสองคือ น้ำดื่ม“ฟิจิ” (Fiji) ที่ครองส่วนแบ่งตลาด 19%

นอกจากนี้ ข้อมูลจากเบฟเวอเรจ ไดเจสท์ ยังระบุว่า นับตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา ยอดจำหน่าย (ในเชิงปริมาณ)ของน้ำดื่มบรรจุขวดในสหรัฐฯขยับสูงขึ้นมากกว่า 2 เท่าจาก 1,800 ล้านลังมาเป็นเกือบๆ 4,000 ล้านลังในปี 2558 ซึ่งในช่วงเวลาเดียวกันนั้น ยอดจำหน่ายเครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลมกลับมีปริมาณลดลง คิดเป็นปริมาณถึง 1,500 ล้านลัง แม้ว่าน้ำอัดลมจะยังคงครองส่วนแบ่งถึง 55% ของตลาดเครื่องดื่มบรรจุขวดโดยรวม แต่บรรดาผู้ผลิตไม่ว่าจะเป็นโคคา-โคล่า เป๊ปซี่โค หรือผู้ร่วมชะตากรรมรายอื่นๆต่างก็มองเห็นสัญญาณแล้วว่า แนวโน้มอนาคตของเครื่องดื่มน้ำอัดลมนั้นมีแต่จะอับแสง

mp23-322001-696x402

โดยในระยะหลายปีมานี้ ผู้บริโภคถอยห่างจากเครื่องดื่มน้ำอัดลมที่อุดมไปด้วยน้ำตาล แล้วหันมาหาน้ำเปล่าบรรจุขวด น้ำดื่มปรุงแต่งรสชาติ และเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพรูปแบบอื่นๆมากขึ้น เพราะเห็นว่าเป็นมิตรต่อสุขภาพมากกว่าและปรุงแต่งสารสังเคราะห์น้อยกว่าน้ำอัดลม แนวโน้มที่เกิดขึ้นนี้ทำให้เกิดกระแสการซื้อกิจการบริษัทขนาดเล็กที่ผลิตเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่มีแนวโน้มไปได้ดี อาทิ เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ทั้งเป๊ปซี่โคและด็อกเตอร์เปปเปอร์สแนปเปิล 2 ผู้ผลิตรายใหญ่ ได้เข้าซื้อกิจการผู้ผลิตรายเล็กแต่มีผลิตภัณฑ์น่าสนใจ โดยเป๊ปซี่โคซื้อบริษัท เควิตาฯ (KeVita) ผู้ผลิตน้ำดื่มโปรไบโอติกรสซ่า ส่วนและด็อกเตอร์เปปเปอร์ฯซื้อบริษัทไบ แบรนด์สฯ (Bai Brands) ผู้ผลิตน้ำดื่มต่อต้านอนุมูลอิสระ

การเปิดตัวไลฟ์ดับบลิวทีอาร์ ซึ่งเป็นเครื่องดื่มที่ปราศจากแคลอรี ไร้น้ำตาลและสารปรุงแต่งสังเคราะห์ เป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ที่เป๊ปซี่โคประกาศไว้ซึ่งเป็นการปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ โดยเป๊ปซี่โคตั้งเป้าจะเพิ่มสัดส่วนให้อย่างน้อย 2 ใน 3 ของเครื่องดื่มที่ผลิตออกมาจำหน่ายทั้งหมดนั้นมีปริมาณแคลอรีเพียง 100 แคลอรีหรือน้อยกว่านั้น (สำหรับขนาดบรรจุ 12 ออนซ์) ซึ่งหมายถึงการลดปริมาณน้ำตาลลง

ก่อนหน้านี้ เป๊ปซี่โคมีน้ำดื่มแบรนด์“อควาฟินา”(Aquafina) เป็นน้ำดื่มบรรจุขวดยอดนิยมที่ทำรายได้ระดับพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯให้กับบริษัท และเป็นแบรนด์ที่ครองแถวหน้าในตลาดน้ำดื่มบรรจุขวดทั่วโลกมูลค่า 1.85 แสนล้านดอลลาร์อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม น้ำดื่มบรรจุขวดในตลาดระดับล่างถึงระดับกลางนั้นทำกำไรไม่มากนัก ผิดกับน้ำดื่มระดับพรีเมียมราคาแพง รสชาติดี บรรจุมาในขวดสวยงาม ที่ทำกำไรได้ดีกว่ามาก ทั้งนี้ เฉพาะในสหรัฐอเมริกา ตลาดน้ำดื่มระดับพรีเมียมมีมูลค่าตลาดสูงถึง 2,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 1 แสนล้านบาท มีแบรนด์สมาร์ทวอเทอร์ของโคคา-โคล่า เป็นผู้นำตลาด

สำหรับราคาจำหน่ายของ ไลฟ์ดับบลิวทีอาร์ตั้งไว้ที่ขวดละ 2.06 ดอลลาร์ฯ (ประมาณ 73 บาท) สำหรับขนาดบรรจุ 700 มิลลิลิตร และขวดละ 2.70 ดอลลาร์ (ประมาณ 96 บาท) ขนาดบรรจุ 1 ลิตร