Breaking ข่าว ทั่วไทย

มท.1 ประกาศ 4 ข้อหลักยกระดับจัดการสู้น้ำท่วมใหญ่ 

วันที่ 6 ม.ค.50– พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ลงนามในประกาศกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยฯ ที่1/2560 เรื่องยกระดับการจัดการสาธารณภัยใหญ่ (ระดับ 3) โดยมีเนื้อหาระบุว่า 

สถานการณ์อุทกภัยในภาคใต้ที่เกิดอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2559 ได้ทวีความรุนแรงมากขึ้นในเดือนมากราคม 2560 ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สินของประชาชนเป็นอย่างมากนั้น กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยฯ ได้ตรวจสอบแนวโน้มสถานการณ์ร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (สสนก.) พบว่า สถานการณ์จะทวีความรุนแรงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และถึงแม้จังหวัดได้ตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด เพื่อแก้ไขปัญหาแล้ว แต่ยังไม่เพียงพอต่อการบริหารจัดการน้ำในภาพรวมทั้งระบบ จากการพิจารณาแล้ว จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 13 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยปี 2550 ประกอบกับแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยปี 2558 จึงมีประกาศดังนี้

1.ยกระดับการจัดการสาธารณภัยเป็นการจัดการสาธารณภัยใหญ่ขนาดใหญ่ (ระดับ3) ตามแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 2558 

2.ให้อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) ในฐานะผู้อำนวยการกลาง ดำเนินการและปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล ตลอดจนอำนวยการประสานการปฏิบัติประเมินสถานการณ์ ติดตาม เฝ้าระวัง วิเคราะห์สถานการณ์ รายงาน และเสนอความคิดเห็น ต่อผบ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เพื่อพิจารณาสั่งการในเชิงนโยบาย

3.จัดตั้งกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (ส่วนหน้า) ขึ้นที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 11 สุราษฎร์ธานี และเขต 12 สงขลา โดยมีนายประยูร รัตนเสนีย์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ด้านกิจการความมั่นคงภายใน เป็นผู้กำกับควบคุมพื้นที่ (Area Command) และมีผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย พร้อมทั้งส่วนราชการต่างๆ ร่วมบูรณาการให้ความช่วยเหลือประชาชน จัดตั้งส่วนสนับสนุนการปฏิบัติการในสภาวะฉุกเฉิน(สปฉ.) ตามที่ผบ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติเห็นสมควร

4.กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้ประสานการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย โดยมีหน่วยงานตามแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ปี 2558 ได้เร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือประชาชนในด้านต่างๆแล้ว เช่น กระทรวงศึกษาธิการ ให้การสนับสนุนนักศึกษาจากวิทยาลัยอาชีวศึกษา ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ สนับสนุนทรัพยากรทางทหารและกำลังพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดูแลความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรและระบบชลประทาน กรมบัญชีกลาง ขยายวงเงินทดรองราชการ ในอำนาจของผู้ว่าฯสำหรับการให้ความช่วยเหลือ และยกเว้นหลักเกณฑ์เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า กระทรวงคมนาคมได้เน้นการรักษาเส้นทางคมนาคมขนส่ง  กระทรวงสาธารณสุข สนับสนุนแพทย์ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข กรมประชาสัมพันธ์ดำเนินการให้ข้อมูลข่าวสารถึงประชาชนอย่างถูกต้องโดยไม่ให้ถูกตัดขาด โดยมีผู้ว่าฯ นายอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) เป็นผู้บัญชาการในแต่ละระดับ และให้เครือข่ายมูลนิธิ กู้ภัย อาสาสมัคร รวมถึงเจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการ ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะยุติ

นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมทางภาคใต้ว่า ได้สั่งการด่วนไปที่ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในจังหวัดภาคใต้ เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัย และชี้แจงแนวทางปฏิบัติตามระเบียบการช่วยเหลือของทางราชการฯ โดยให้จังหวัดสามารถจัดจ้าง เช่าเรือ หรือรถยกสูง เพื่อใช้ในการช่วยเหลือลำเลียงพี่น้องประชาชนออกจากพื้นที่ประสบภัยที่น้ำท่วมสูง หรือบรรทุกสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคไปแจกจ่ายในพื้นที่ให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว ทันต่อสถานการณ์ 
 
“กระทรวงมหาดไทยได้รับแจ้งจากกรมบัญชีกลางว่าได้อนุมติขยายวงเงินทดรองราชการในอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดเพิ่มเติม จังหวัดละ 50 ล้านบาท ให้กับจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช นราธิวาส พัทลุง ยะลา ปัตตานี ตรังและสงขลา เพื่อให้จังหวัดสามารถให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็ว ทันที และต่อเนื่อง”  ปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าว