“เขมทัตต์” ทิ้ง! PPTV ดอดสมัครบิ๊กอสมท.

–11 ม.ค. 60–หนังสือพิมพ์"ฐานเศรษฐกิจ"สื่อในเครือสปริง กรุ๊ป ได้ข้อมูลกรณีการปลดนายศิวะพร ชมสุวรรณ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทอสมท. จำกัด (มหาชน) แบบฟ้าผ่า หลังเข้ารับตำแหน่งได้ไม่ถึง 2 ปี ด้วยข้อหาขาดคุณสมบัติทำให้ “อสมท.” กลับสู่แดนสนธยาอีกครั้ง พร้อมกับการเริ่มต้นสรรหา “ผอ.อสมท.” คนใหม่ ซึ่งจะปิดรับสมัครในวันที่ 20 ม.ค.นี้

ล่าสุดหนึ่งในผู้สมัครที่สร้างความฮือฮาได้แก่ นายเขมทัตต์ พลเดช อดีตกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง จำกัด  หรือผู้บริหาร“พีพีทีวี” ของน.พ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ที่หมดสัญญากับพีพีทีวีเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.ที่ผ่านมาและหวนกลับมานั่งเก้าอี้บริหารที่อสมท.อีกครั้ง 

โดยนายเขมทัตต์ เคยเข้ามาทำงานที่ อสมท.ในยุคนายมิ่งขวัญ  แสงสุวรรณ เป็นผอ.อสมท. และดำรงตำแหน่งสุดท้ายเป็นรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายขายและการตลาด ก่อนที่จะถูกโยกให้ไปดูแล"เอ็มคอทอะคาเดมี่"จึงตัดสินใจลาออกในที่สุด และย้ายไปนั่งเป็นกรรมการผู้จัดการ "สปา-ฮาคูโฮโด"เอเยนซีใหญ่ก่อนที่จะหวนกลับสู่วงการโทรทัศน์อีกครั้งด้วยการนั่งกุมบังเหียนบุกเบิกและสร้างช่อง “พีพีทีวี” จนประสบความสำเร็จติดตลาดของธุรกิจทีวีดิจิตอล

แหล่งข่าวระดับสูงในวงการทีวีดิจิทัล เปิดเผยว่า การเปิดรับสมัครผอ.อสมท. ครั้งนี้มีผู้สมัครเพียง 3 คนเท่านั้น และหนึ่งในนั้นมีนายเขมทัตต์รวมอยู่ด้วย และเป็นตัวเต็งที่จะได้รับการคัดเลือกเพราะมีคุณสมบัติครบถ้วน  มีประสบการณ์สูงโดยเฉพาะในวงการทีวีดิจิทัล ขณะที่การสรรหาครั้งนี้คณะกรรมการจะเน้นการตรวจสอบคุณสมบัติมากเป็นพิเศษ เพราะไม่ต้องการให้เกิดปัญหาเหมือนในอดีต ที่พบว่าขาดคุณสมบัติ ทำให้ต้องยุติและสรรหาใหม่ ทำให้การดำเนินกิจการและการบริหารจัดการสะดุดไปด้วย

อย่างไรก็ตามจำนวนผู้สมัครทั้ง 3 รายในช่วงนี้ถือว่าน้อยเกินไป ควรจะมีผู้สมัครให้พิจารณามากกว่านี้ ซึ่งคาดว่าจนถึงวันปิดรับสมัครจะมีผู้เข้ามาสมัครเพิ่ม ไม่เช่นนั้นอาจจะต้องยืดระยะเวลาในการเปิดรับสมัครออกไปโดยหลังปิดรับสมัครแล้วคณะกรรมการสรรหาจะประชุมร่วมเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติอีกครั้ง ก่อนที่จะเรียกผู้สมัครเข้านำเสนอแผนงาน ซึ่งขณะ
นี้ยังไม่สามารถกำหนดเวลาได้ว่าจะประกาศผลได้เมื่อไรการแข่งขันที่รุนแรงของธุรกิจทีวีดิจิตอล ทำให้ปัจจุบันเรตติ้งของอสมท. ที่เคยติดอันดับท็อป 5 ร่วงลงมาอยู่ในอันดับ 9 โดยมีเรตติ้ง0.249 

ขณะที่อันดับ 1 เป็นของช่อง7 HD เรตติ้ง 3.211 อันดับ2 ได้แก่ช่อง 3 เรตติ้ง 2.280,อันดับ.3 เวิร์คพอยท์ทีวี เรตติ้่ง1.179, อันดับ4โมโน 29 เรตติ้ง 0.718 ,อันดับ5 ช่อง 8 เรตติ้ง 0.594 (ข้อมูลจากเอซีนีลเส็น เดือนม.ค.-ต.ค. 2559)โดยสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เรตติ้งของอสมท.ลดลง เกิดจากการปรับเปลี่ยนคอนเทนต์ตามคอนเซ็ปต์“สังคมอุดมปัญญา” ทำให้หลายรายการถูกถอดออกไป และนำเสนอรายการใหม่เข้ามาแทนที่ โดยเน้นการนำเสนอคอนเทนต์ระดับโลก เช่น รายการ Factual Entertainmentและ Documentary เป็นรายการที่ผลิตเอง 70% และรายการที่ทำรายได้สูง เช่น รายการประเภทข่าว อาทิข่าวดังข้ามเวลา, แฟ้มสืบสวน ฯลฯ แต่น่าจับตามองเพราะมีรายการดังเรตติ้งดีหลายรายการที่ประกาศยุติการดำเนินงาน พร้อมกับย้ายไปอยู่ช่องอื่น 

หนึ่งในนั้นคือรายการวู้ดดี้เกิดมาคุย ที่อยู่คู่กับอสมท .นาน 9 ปี และจะปิดตัวลงในปลายเดือนก.พ.นี้  ทำให้ตอนนี้อสมท.เหลือเพียงรายการตื่นมาคุย ซึ่งยังคงเป็นของ"วู้ดดี้"วุฒิธร มิลินทจินดา เช่นเดิม แต่ไม่ได้เป็นพิธีกรเอง ด้วยเป้าหมายที่ต้องการสร้างรายได้ให้เติบโต 10% ในปีนี้ ทำให้อสมท.ต้องทำงานหนักขึ้น เมื่อพบว่าผลประกอบการของบริษัทโดยเฉพาะกลุ่มโทรทัศน์มีรายได้ลดลงต่อเนื่องโดยพบว่า 9 เดือนแรกของปี 2559อสมท. มีรายได้รวม 2,210 ล้านบาทเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี2558มีรายได้รวม 2,864 ล้านบาท  เท่ากับว่ารายได้ลดลง23% โดยปี2559มีรายได้จากโทรทัศน์ 878ล้านบาท  ลดลงจากปีก่อนที่มีรายได้1,251 ล้านบาท หรือคิดเป็น -30%

ดังนั้นการจะกู้สถานการณ์ให้อสมท.ดีขึ้น จำเป็นจะต้องมีหัวเรือใหญ่ที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์สูงในการขับเคลื่อนธุรกิจ