Breaking ข่าว ข่าวภาคใต้

“ประวิตร”เตรียมรับมือฝน 16-20 ม.ค. เล็งวางผังเมืองใหม่

วันที่ 16 ม.ค.60–พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม  กล่าวถึงการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัววชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร ทรงห่วงใยประชาชนที่ประสบเหตุอุทกภัย ซึ่งพระองค์ท่านทรงมีลายพระหัตถ์ลงมา โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับใส่เกล้าใส่กระหม่อมนำมาดูแลประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ 

"ช่วงที่ผ่านมาได้แก้ปัญหาการระบายน้ำออกไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ และกระบวนการต่อไปจะเป็นการฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด เเละในวันที่16-20 ม.ค.จะมีพายุเข้าในพื้นที่ภาคใต้อีกระลอกหนึ่ง ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะหนักแค่ไหน แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชน โดยรัฐบาลคิดว่า เป็นสิ่งสำคัญเนื่องจากปริมานน้ำมีมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา เช่น อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เคยมีปริมาณน้ำ 35 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ปีนี้เพิ่มเป็น 65 ล้านลูกบาศก์เมตร" 
                     
"สำหรับการระบายน้ำต่อไปนี้รัฐบาลมองว่า ถ้าสิ่งใดกีดขวางทางระบายน้ำจะต้องดำเนินการให้น้ำระบายได้เร็วขึ้น โดยจะมีโครงการจัดจ้างบริษัทใหญ่ ๆ ในการใช้เครื่องจักร เพื่อช่วยระบายน้ำ  พล.อ.ประยุทธ์ สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบูรณาการโดยกระทรวงกลาโหม ได้ดำเนินการทุก ๆ เรื่อง อาทิ การฟื้นฟูหลังน้ำลดที่ดำเนินการร่วมกับกระทรวงมหาดไทย" 
                         
เมื่อถามว่า บ้านเรือนประชาชนที่ตั้งอยู่กีดขวางทางระบายน้ำจะดำเนินการอย่างไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า รัฐบาลกำลังวางแผนอยู่ว่าจะทำอย่างไร จะไปรื้อบ้านประชาชนคงไม่ได้ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยกำลังดำเนินการอยู่  เเต่จะใช้พื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรีเป็นต้นแบบว่า เมื่อฝนตกหนักจนน้ำท่วมใช้เวลา1-2 ชั่วโมงก็ระบายน้ำได้หมดแล้ว แม้จะรอการระบายน้ำบ้างก็ตาม แต่น้ำก็ลดลง  เรื่องแบบนี้ท้องถิ่นต้องดูแล พร้อมดำเนินการด้วย ไม่ใช่ทุกอย่างโยนมาที่รัฐบาล ต่อไปนี้การวางแผนผังเมืองต้องดูว่าอะไรที่ก่อสร้างแล้วไปกีดขวางทางระบายน้ำ ต้องทำให้น้ำมีทางระบายให้ได้ ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน  ส่วนจะรื้อสิ่งก่อสร้างขวางทางฟลัดเวย์หรือไม่นั้น ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ว่าจะทำอย่างไร ต้องให้คนมีความรู้ความสามารถมาช่วยกันคิด และวางแผนเรื่องดังกล่าว”พล.อ.ประวิตร กล่าว

ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้นั้น  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เจ้าหน้าที่กรมชลประทาน ใช้เครื่องผลักดันน้ำ 6 ตัว ที่ติดตั้งใต้สะพานคลองบางกล้วยใหญ่ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี โดยจุดนี้เป็นจุดที่ 3 ในการช่วยผลักดันน้ำ ซึ่งเป็นคลองเดียวกันที่รับน้ำจากแม่น้ำตาปีช่วงอ.พุนพิน โดยระดับน้ำที่เข้าท่วมในพื้นที่ต่างๆริมแม่น้ำตาปี ขณะนี้มวลน้ำเริ่มทรงตัว เเต่ประชาชนยังเดือดร้อน เเละต้องอพยพ  รวมทั้งอาศัยที่ชั้น 2 ของตัวบ้าน  เพราะพื้นที่นีประชาชนและสัตว์เลี้ยงได้รับผลกระทบอย่างหนักร่วม 1 สัปดาห์แล้ว เเละการตรวจสอบพบว่าในบางพื้นที่อำเภอรอบนอก  จ.สุราษฎร์ธานี เช่น พื้นที่ติดริมภูเขาคืออ.กาญจนดิษฐ ,อ.ดอนสัก ,อ.วิภาวดี เริ่มมีฝนตกในช่วงเย็นวานนี้(15ม.ค.)  ด้าน ป้องกันเเละบรรเทาสาธารณภัยจ.สุราษฎร์ธานีได้ออกหนังสือด่วน แจ้งเตือนไปยังทุกพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามสถานการณ์ 24 ชั่วโมง หากพบฝนหนักรุนแรงให้มิสเตอร์เตือนภัย แจ้งจังหวัดให้ทราบทันที และเตือนประชาชนหาที่หลบภัย

ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 18 ภูเก็ต ได้จัดส่งเครื่องจักร รถ เรือ เครื่องสูบน้ำจำนวนมาก  สนับสนุนภารกิจของจ.ตรังในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม  เช่น  การนำเรือขนส่งผู้โดยสาร เครื่องอุปโภคบริโภค ส่งให้ผู้ประสบภัยแต่ละพื้นที่ และภารกิจในการขนส่งผู้ป่วยหรือได้รับบาดเจ็บ พร้อมทั้งเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่ระบายลงทะเล ซึ่งสภาพอากาศที่จ.ตรังช่วงเช้าวันนี้ท้องฟ้ามืดครึ้ม ไม่มีแสงแดด เเละมีเมฆมาก  ส่วนโรงเรียนที่ถูกน้ำท่วมหลายแห่งจะเปิดการเรียนการสอนวันพรุ่งนี้(14ม.ค.)

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนภัย เรื่อง "ฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย " ฉบับที่ 4 ใจความว่าในช่วงวันที่ 16-18 ม.ค. 2560 จะมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส และในช่วงวันที่ 19-20 ม.ค. 2560 จะมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ตรัง และสตูล   ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ฝนที่ตกสะสม น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และในพื้นที่เสี่ยงขอให้เฝ้าระวังดินโคลนถล่ม และติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาในระยะนี้อย่างใกล้ชิด    ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง คลื่นสูง 2-3 เมตร