Breaking ข่าว ข่าวภาคใต้ ทั่วไทย

อนุพงษ์น้อมนำพระราชดำรัส รัชกาลที่10  เร่งฟื้นฟู “น้ำท่วมใต้” มอบทหารเป็นแกน

วันที่ 17 ม.ค.60 –พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงสถานการณ์อุทกภัยในภาคใต้ว่า ภาพรวมขณะนี้คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น แต่ได้เตรียมการรับมือน้ำที่จะเข้ามาระลอกใหม่ โดยกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้แจ้งประชาชน เตรียมพร้อมอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยง  ส่วนการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ได้สำรวจความเสียหายและได้ช่วยเหลือผู้เสียชีวิตไปแล้ว

" ส่วนการฟื้นฟูจะได้น้อมนำแนวทางพระราชดำรัสสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่10 เพื่อเร่งช่วยเหลือประชาชนโดยเร็ว เบื้องต้นจะได้ประชุมทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชน ให้เข้ามาช่วยกัน โดยให้ทหารเป็นแกนหลักในแต่ละพื้นที่ เพื่อบูรณาการเครื่องมือและกำลังพล ซึ่งนายกรัฐมนตรีเห็นชอบแนวทางดังกล่าวแล้ว"

ทั้งนี้ด้านนายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยกับสปริงนิวส์ว่า ยังไม่ได้เสนอมาตรการเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ ต่อที่ประชุมครม. พิจารณาในวันนี้(17 ม.ค.) เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ยืนยันว่าการขอรับการเยียวยาไม่จำเป็นต้องใช้ภาพถ่ายมายืนยันความเสียหาย เพราะความเสียหายเกิดขึ้นจริง สามารถให้ประชาคมในชุมชนช่วยรับรองได้ว่ามีความเสียหายจริง 

ส่วนเกณฑ์การจ่ายเงินเยียวยาขณะนี้ยังคงเป็นไปตามปกติที่เบื้องต้นใช้เงินทดลองราชการและเงินจากกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย ของสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อน้ำลดจะมีการสำรวจความเสียหายของบ้านเรือน พื้นที่การเกษตร และจะมีการระดมเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยฟื้นฟู

นายฉัตรชัยยังกล่าวถึงการดำเนินการภายหลังสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ภาคใต้ว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ได้รายงานสถานการณ์กับครมซแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการฟื้นฟู เเละได้ระดมกำลังทุกภาคส่วนในการช่วยเหลือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำเรื่องการเรียนของนักเรียนในพื้นที่ประสบภัยที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้การเรียนเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ทุกจังหวัดต้องหาที่เรียนให้กับนักเรียนด้วยเเละยังเน้นย้ำเรื่องน้ำสะอาด ซึ่งเป็นเรื่องที่กรมต้องเร่งดำเนินการ
  
สำหรับการรับมือกับมรสุมระลอกใหม่ที่จะเข้ามาในช่วงวันที่ 16-20 ม.ค. นั้น ขณะนี้ได้แจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้าไปหลายครั้งแล้ว ตนมั่นใจว่าจะสามารถรับมือได้ เพราะมีการร่วมมือกันในหลายภาคส่วนของรัฐบาล

นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปริมาณฝนตกในพื้นที่ภาคใต้ในวันที่ 16 -17 ม.ค. ส่งผลให้มีหลายจังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังจากปริมาณน้ำฝนสะสมที่สูงขึ้น โดยจ.สุราษฎร์ธานีระดับน้ำสูงขึ้น 34 มิลลิเมตร จ.ตรังระดับน้ำสูงขึ้น 73 มิลลิเมตร จ.นครศรีธรรมราชระดับสูงขึ้น 31 มิลลิเมตร จ.ปัตตานีระดับสูงขึ้น 25 มิลลิเมตร และจ.นราธิวาสระดับน้ำสูงขึ้น 26 มิลลิเมตร แต่ปริมาณน้ำฝนในรอบนี้จะไม่หนักเท่าในช่วงที่ผ่านมา 

โดยจากการประเมินข้อมูลทั้งหมด พบว่าปริมาณน้ำฝนตั้งแต่วันที่ 16 – 20 ม.ค.นี้ ในพื้นที่ 5 จังหวัดจะมีเพิ่มขึ้นพอสมควร แต่เชื่อว่ายังสามารถที่จะควบคุมได้ โดยจ.สุราษฎร์จะมีปริมาณสะสมเพิ่มขึ้น 116 ล้านลบ.ม. จากปริมาณน้ำสะสมในปัจจุบัน 200 ล้าน ลบ.ม. จ.นครศรีธรรมราชจะมีปริมาณน้ำสะสมเพิ่มขึ้น 179 ล้าน ลบ.ม. จากปริมาณน้ำสะสมในปัจจุบัน 263 ล้านลบ.ม.จ.ตรังจะมีปริมาณสะสมเพิ่มขึ้น 120 ล้านลบ.ม. จากปริมาณน้ำสะสมในปัจจุบัน 1 .5ล้านลบ.ม. จ.สงขลาจะมีปริมาณน้ำมีปริมาณน้ำสะสมเพิ่มขึ้น 279 ล้าน ลบ.ม. จากปริมาณน้ำสะสมในปัจจุบัน 50 ล้านลบ.ม. และจ.พัทลุงจะมีปริมาณน้ำสะสมเพิ่มขึ้น 102 ล้าน ลบ.ม. จากปัจจุบันที่เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว 

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

กรมชลประทานจึงได้สั่งการให้ติดตั้งอุปกรณ์สูบน้ำไว้ที่เดิม และพื้นที่ใดที่วิเคราะห์แล้วยังไม่มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำให้เร่งดำเนินการติดตั้งในทันที โดยจ.สุราษฎร์ธานีสามารถระบายวันละ 50-60 ล้าน ลบ.ม. จ.นครศรีธรรมราชสามารถระบายได้วันละ 60 ล้าน ลบ.ม. จ.สงขลาสามารถระบายได้วันละ 15 ล้านลบ.ม. ประกอบกับมีพื้นที่ติดทะเลให้การระบายทำได้ง่ายขึ้น ส่วนจังหวัดอื่นๆยังเร่งระบายน้ำเป็นระยะ และจะเร่งดำเนินการอย่างต่อเนื่องทุกวัน โดยเฉพาะวันที่ 21-25 ม.ค.นี้  น้ำทะเลจะมีระดับลดลง และจะหนุนกลับมาอีกครั้งในวันที่ 26 ม.ค.นี้