ข่าว เศรษฐกิจ

“อนุบาลตลาดหุ้น” | พอเพียง…อย่างพอใจ โดย…ฉาย บุนนาค

|คอลัมน์"พอเพียง…อย่างพอใจ" โดย…ฉาย บุนนาค | หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ หน้า 18 

ผมใช้เวลาพอสมควรในการตอบตกลงเขียนคอลัมน์ลงในหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจตามคำชวนของกองบรรณาธิการ ท้ายที่สุดก็ตัดสินใจว่า ช่วงชีวิตที่ผ่านมาบทเรียนที่ได้ทำและประสบทั้ง “ดีและเลว” “ล้มเหลว” และที่หลายคนเรียกว่า “ความสำเร็จ” น่าจะเป็นประโยชน์ หากนำถ่ายทอดเพื่อเป็นบทเรียนและประสบการณ์เพื่อสาธารณะและสังคม

ชื่อของบทความ “พอเพียง …อย่างพอใจ” เป็นชื่อที่ผมเลือกเองและเป็นแนวความคิดและมโนทัศน์ของบทความนี้ “พอเพียง” คำยอดนิยมของคนไทยในปัจจุบัน แต่เป็นแนวคิดที่สวนทางกับทฤษฎีการลงทุนสากลของโลก ที่เน้นเป้าหมายคือการ Maximize Profit ที่เป็นตัวเงิน หากท่านมองหา …การใบ้หุ้น …เทคนิคการเล่นหุ้น…ข้อมูลภาย หรือเนื้อหาใดก็ตามที่เป็นประโยชน์เพื่อทำกำไรให้ท่านรวยขึ้น ท่านจะเสียเวลากับการอ่านบทความนี้

ประสบการณ์ (ทั้งดีและร้าย) ตลอด 12 ปีที่ผมมีมาใน การทำงาน การลงทุน และการใช้ชีวิตที่ต้องคลุกคลีกับผู้คนมากมายในทุกระดับจนเกิดการตกผลึกด้านแนวคิด จะถูกถ่ายทอดอยู่ในบทความนี้

จุดเริ่มต้นของนักเลงหุ้น… จุดประสงค์ในการลงทุนคืออะไร? 
นักลงทุนส่วนใหญ่ไม่มีการวางแผนและกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนก่อนการลงทุน อีกทั้งยังไม่มีความรู้เพียงพอที่จะตัดสินใจลงทุนอย่างรอบคอบ มองด้านเหรียญด้านเดียว เห็นคนอื่นรวยจากการเล่นหุ้นแล้วจึงอยากทำบ้าง ทั้งหมดเริ่มต้นจากความ “โลภ”ความอยากมี อยากได้ คือกิเลศตัวฉกาจ ที่ทำให้นักลงทุนพลาดพลั้งและเสียหายในการลงทุน

ผู้อ่านหลายท่าน อาจมีประสบการณ์การเล่นหุ้นตั้งแต่สมัยเคาะกระดานที่สยามสแควร์(พศ.2518-2526)หรือ สมัยราชาไฟแนนซ์(พศ.2522) หรือ สมัยต้มยำกุ้ง (พศ.2540)   ลองพาตัวเองกลับมาที่จุดเริ่มต้นก่อนเถอะครับ ว่าจุดประสงค์ในการลงทุนของท่านคืออะไร? เล่นหุ้นเพื่ออะไร?

เพื่อบริหารเงินเย็นที่เหลือใช้ให้มีผลตอบแทนมากขึ้น? งานอดิเรก?เพื่อตื่นเต้นกับการเก็งกำไรเสี่ยงโชค? เพื่อการศึกษาและหาโอกาสใหม่ๆ? เพื่อเข้าสังคม? เพื่อการครอบงำและยึดครองบริษัทเพื่อมากำหนดทิศทางเอง? เพื่อให้ได้สิทธิ์ไปประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อเอาของชำร่วย หรือเพื่อไปก่อกวนผู้บริหารและสร้างราคาให้ตนเอง? ฯลฯและ ผลตอบแทนที่ท่านคาดหวังคือ “เท่าไหร่” เช่น กี่ % ต่อปี? กำไร เท่าไหร่แล้วจะ “พอ” ? แล้วท่านสำเร็จตามเป้าหมายหรือไม่? อะไรคือปัจจัยให้ท่านผิดพลาด? ท่านพอใจและมีความสุขใจหรือไม่ในการลงทุนที่ผ่านมา?

ทุกคนมีแนวทางและความคิดแตกต่างกัน ไม่มีถูกหรือผิด ในคำถามเหล่านี้ ผมเพียงอยากให้ทุกท่านทบทวนยุทธศาสตร์และเป้าหมายของตนเองอีกครั้งก่อนเริ่มเดินทางต่อไปบนเส้นทางการลงทุนในตลาดหุ้นซึ่งเต็มไปด้วยสิ่งกระตุ้นกิเลศชั้นในของสันดานดิบมนุษย์ คือ ความโลภและความหลง

ส่วนตัวผม หลายเรื่องราวถูกๆผิดๆที่คนมักเล่าเกี่ยวกับผม ผมไม่อายที่จะเล่าว่า ผมเริ่มต้นเล่นหุ้นแบบไร้ยุทธศาสตร์ ไม่มีประสบการณ์ มีแต่ใจที่กล้าได้กล้าเสีย พร้อมกับความโลภและความมั่นใจเต็มกระเป๋า ความรู้ที่มีก็แค่หลักทฤษฎีปริญญาตรีจากมหาลัยมีชื่อ ผมตั้งเป้าว่าหากมีเงินสัก 10 ล้านบาท จะไปขอแฟนเก่าแต่งงาน คิดแบบวัยรุ่น (คือไม่ได้คิด) คือต้องรีบที่สุด ในการประสบความสำเร็จโดยไม่คิดถึงผลลบที่จะตามมา

…จากเงินเก็บ 2 แสนบาททั้งชีวิต ในเวลาเพียงไม่กี่เดือนในปี 2546-47 ผมขาดทุนไป 2 ล้านกว่าบาทเพราะการเล่น Day Trade เก็งกำไรแบบบ้าคลั่ง ไม่รู้แม้ว่าหุ้นที่ซื้อทำธุรกิจอะไรด้วยซ้ำ ผลประกอบการเป็นอย่างไร ทำให้นักเรียนนอก(คอก)อย่างผมต้องกลับมาเลียแผลและวิเคราะห์ความผิดพลาดของตนเองใหม่ 
การสอบตกอนุบาลตลาดหุ้นอย่างหน้าอาย เป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตผม … ให้เดินทางต่อสู่ระดับประถมของตลาดหุ้นต่อไปด้วยเงินเดือนเพียง 18000 บาท…
(ติดตามประถมตลาดทุนในตอนต่อไปครับ)

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,228 วันที่ 19 – 21 มกราคม 2560