ข่าว ทั่วไทย

รู้แล้วจะอึ้ง! 15 ปี สูญเสียฉลามไปแล้วกว่าเท่าไหร่!?

วันนี้ (24 ม.ค. 60) – เฟซบุ๊คสำนักข่าวสิ่งเเวดล้อม รายงานว่า เมื่อวันที่ 23 ม.ค.2560 องค์กรไวลด์เอด
(WildAid) ช่วยสัตว์ป่า ได้เชิญชวนประชาชนชาวไทยร่วมรณรงค์เลิกบริโภคหูฉลาม เพื่อลดปริมาณ
การบริโภคหูฉลาม ตลอดการเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน พร้อมระบุว่า ประเทศไทยมีตลาดค้าครีบฉลาม
ที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของโลก โดยมีสถิติการนำเข้าสูงถึง 136 ตัน ในระหว่างปี 2550-2555 และยังมีบทบาท
สำคัญในฐานะผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์หูฉลามแปรรูปมูลค่าต่ำรายสำคัญของโลก จากรายงาน
“สถานการณ์ผลิตภัณฑ์จากฉลามในตลาดโลก” ขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ
(FAO)เมื่อปี 2558

shark-finning-diagram

นายปีเตอร์ ไนท์ ผู้อำนวยการองค์กรไวลด์เอด เปิดเผยว่า ในแต่ละปีมีฉลามกว่า 100 ล้านตัวถูกฆ่าอย่างโหดร้าย
โดยถูกลากขึ้นมาเพื่อเฉือนครีบออกทั้งหมดก่อนจะถูกโยนทิ้งกลับลงสู่ท้องทะเล ซึ่งทำให้ฉลามเหล่านั้น
ต้องจมน้ำตายทั้งเป็น เนื่องจากสูญเสียอวัยวะสำคัญในการดำรงชีวิต โดยจำนวนครีบกว่า 73% ถูกนำมาทำ
เป็นซุปหูฉลาม ซึ่งประเทศไทยถูกจัดได้ว่าเป็นตลาดค้าครีบฉลามรายใหญ่แห่งหนึ่งของโลก จากการที่ผู้บริโภค
ไม่ตระหนักถึงการกระทำอันโหดร้ายเบื้องหลังซุปหูฉลามเหล่านั้น

93589a2f82fada517908df3db7a3bdbb

ทั้งนี้ ประชากรฉลามได้ลดลงถึง 98% ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา โดยสหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ
(IUCN) ได้ระบุว่า 1 ใน 3 ของชนิดพันธุ์ฉลามที่อาศัยบริเวณผิวน้ำเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ซึ่งภัยคุกคามร้ายแรง
ที่สุดหนีไม่พ้นอุปสงค์จากการซื้อขายครีบฉลามดังกล่าว โดยจากการสำรวจตลาดเบื้องต้นขององค์กรไวลด์เอด
ยังพบว่าราคาซุปหูฉลามในประเทศไทยนั้นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ส่งเสริมให้มีการบริโภคอย่างกว้างขวาง
เพราะมีราคาต่ำถึงชามละ 300 บาท ในร้านค้าข้างถนนย่านเยาวราช เมื่อเทียบกับชามละ 4,000 บาท
ในภัตตาคารหรู

image2-1

“แม้จะไม่ถือเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ แต่เทศกาลตรุษจีนถือได้ว่าเป็นเทศกาลเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่อีกอย่าง
หนึ่งของไทย และยังเป็นเทศกาลที่มีการบริโภคหูฉลามมากที่สุด ส่งผลให้ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญ
ในวิกฤตการณ์หูฉลาม เนื่องในโอกาสที่ทุกคนต่างก็อยากจะเริ่มต้นปีใหม่ด้วยการทำสิ่งดีๆ เพื่อเป็นสิริมงคล
แก่ตนเอง เราก็อยากให้ทุกคนมองว่าการงดบริโภคหูฉลาม ถือเป็นสิ่งที่ดีที่ทุกคนควรร่วมใจกันเช่นกัน
ซึ่งพวกเราเชื่อว่าหากการซื้อขายหูฉลามนั้นหยุดลงเมื่อใด การฆ่าก็จะหยุดลงเมื่อนั้น” นายปีเตอร์ กล่าว

shark-fin-soup

นายปีเตอร์ กล่าวอีกว่า ทางองค์กรพร้อมตั้งเป้าดำเนินงานใกล้ชิดกับภาครัฐ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือ
กับร้านอาหาร ภัตตาคาร และธุรกิจการโรงแรมให้ดียิ่งกว่าเดิม รวมถึงสรรหาทูตตัวแทนจากเหล่าศิลปิน
นักแสดง และผู้มีชื่อเสียง เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงสื่อและการรับรู้ของประชาชนให้ทั่วถึงมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
จึงสานต่อผลสำเร็จจากกิจกรรมรณรงค์ระดับสากลอย่าง Say No to Shark Fin ซึ่งเคยประสบความสำเร็จ
ในการลดปริมาณการบริโภคหูฉลามในประเทศจีนมาแล้วถึง 50-70% ด้วยความร่วมมือของรัฐบาลจีน
ในการประกาศห้ามซื้อขายผลิตภัณฑ์จากครีบฉลามอย่างเป็นทางการ

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

AWI-SharkFinSoupLogo