ข่าว สุขภาพ

แมงดาถ้วยมีพิษ กินผิดชนิด …คุณรับสิทธิ์ถึงตายได้

กระทรวงสาธารณสุข ออกมาเตือนการกินไข่แมงดาถ้วย หรือเห-ราช่วงหน้าร้อน เพราะมีพิษรุนแรงเหมือนพิษปลาปักเป้า ความร้อนทำลายพิษไม่ได้ เจอคนป่วยแล้ว 7 คนอาการอาการลิ้นชา ชารอบปาก อาเจียน หน้ามืด ให้รีบพบแพทย์

ทั้งนี้ แมงดาถ้วย กับ แมงดาไฟหรือเห-รา เป็นพวกเดียวกัน… “แมงดาทะเล” ในประเทศไทยมีอยู่ 2 ชนิด คือ แมงดาถ้วย หรือ แมงดาไฟ หรือเห-รา (Carcinoscorpius rotundicauda ) ซึึ่งเป็นแมงดาทะเลที่มีพิษจากสาร tetrodotoxin เตตราโดท็อกซิน และแมงดาจาน (Tachypleus gigas) ซึ่งเป็นแมงดาทะเลที่ไม่มีพิษ และชาวบ้านนำมาทำเป็นอาหารได้

โดยทั่วไป แมงดาถ้วย ตัวจะเล็กกว่า หางจะกลมและเรียบ ส่วนแมงดาจาน ตัวจะโตกว่า หางจะเป็นสามเหลี่ยม มุมด้านบนของสามเหลี่ยมจะเป็นรอยหยักชัดเจน

การเป็นพิษจากการรับประทานไข่แมงดาทะเลนั้น จะทำให้ผู้ป่วยมีอาการชาตามปาก แขนขา แล้วตามด้วยอาการอัมพาต หรืออาจเสียชีวิตจากการหยุดหายใจเนื่องจากกล้ามเนื้อหายใจไม่ทำงาน เพราะสารพิษ tetrodotoxin หรือ saxitoxin จะยับยั้งการทำงานของ sodium channel ในกล้ามเนื้อโดยตรง

ซึ่งศูนย์พิษวิทยา โรงพยาบาลรามาธิบดี ระบุข้อมูลการทดสอบความเป็นพิษเบื้องต้น พบว่า แมงดาถ้วยที่พบในประเทศไทย บางตัวมีพิษ บางตัวไม่มีพิษ โดยทั่วไปพบว่ามีพิษประมาณ 30 % แต่ไม่สามารถแยกตัวที่มีพิษกับตัวที่ไม่มีพิษจากลักษณะภายนอกได้ จากการสอบถามผู้ป่วย ส่วนใหญ่รับประทานแมงดาถ้วย สาเหตุที่รับประทานแมงดาถ้วย

ประการแรก เพราะความเชื่อผิดๆ ของ ชาวบ้านว่า ตัวเห-รามีพิษ แต่แมงดาถ้วยไม่มีพิษ ตัวเห-ราสามารถแยกจากแมงดาถ้วย คือ ตัวมีขนและ ตาแดง

ประการที่สอง ปัจจุบันมีชาวประมงจากอิสานมากขึ้น ซึ่งอาจจะไม่มีความรู้ในการแยกประเภท แมงดา

ประการที่สาม พบแมงดาถ้วยเพิ่มขึ้นและแมงดาจานลดลงอย่างมาก เป็นอัตราส่วน แมงดาจานต่อแมงดาถ้วย 1 : 100 ซึ่งสาเหตุดังกล่าวยังไม่ทราบแน่ชัด

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน