Breaking ข่าว

ฉาว! จนท.โรงพยาบาลดัง ทำอนาจารผู้ป่วย

สาวสมุทรปราการโร่แจ้งความ หลังถูกหนุ่มผู้ช่วยรังสีเทคนิค โรงพยาบาลชื่อดังย่านปากน้ำ กระทำอนาจาร ขณะถูกนำตัวเข้าเอกซเรย์

วานนี้(6 ก.พ.)ตำรวจสภ.เมืองสมุทรปราการ ได้เรียกตัวนายชาย (นามสมมติ) อายุ 27 ปี ผู้ช่วยรังสีเทคนิค ประจำห้องเอกซเรย์ โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง ย่านตลาดปากน้ำ เข้าสอบปากคำ หลังได้รับแจ้งความจาก นางสาวเอ นามสมมติ ว่าถูกผู้ต้องหากระทำอนาจาร ภายในห้องเอกซเรย์ เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่าน เบื้องต้น นายชายสารภาพว่า วันเกิดเหตุ ตนและ นางสาวเอ ได้อยู่ด้วยกันในห้องเอ็กซเรย์ตามลำพัง หลังนางสาวเอ ถูกส่งตัวมาเอ็กซ์เรย์สมอง จากการที่ประสบอุบัติเหตุ ซึ่งระหว่างนั้นตนเห็นผู้เสียหายมีอาการสลึมสลือ จึงลงมือก่อเหตุอนาจาร ด้วยการจับ และดูดหน้าอก ซึ่งระหว่างนั้นเอง ผู้เสียหายได้รู้สึกตัวจึงร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ 

เบื้องต้น พนักงานสอบสวนจึงได้แจ้งข้อหา กระทำอนาจารบุคคลอายุกว่าสิบห้าปี ซึ่งบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ดำเนินคดีกับผู้ต้องหารายนี้ต่อไป

ด้านกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ส่งพนักงานเจ้าหน้าที่จากสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ และกองกฎหมาย ลงตรวจสอบโรงพยาบาลเอกชนย่านสมุทรปราการ ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ กรณี เจ้าหน้าที่เอกซเรย์ อนาจารผู้ป่วยหญิง โดยเฉพาะประเด็นการควบคุม ดูแล ผู้ประกอบวิชีพ และด้านความปลอดภัยของผู้ป่วยตามที่ พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 กำหนด หากพบผิดจริงจะดำเนินการเอาผิดผู้ดำเนินการโรงพยาบาลทันที พร้อมย้ำให้สถานพยาบาลทุกแห่งรักษาคุณภาพมาตรฐานทั้ง 5 ด้านให้ครบถ้วนเพื่อความมั่นใจของประชาชน

ความคืบหน้า กรณีดังกล่าว วันนี้ (7 ก.พ.60) นายแพทย์ธงชัย  กีรติหัตถยากร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า กรม สบส.ได้ส่งพนักงานเจ้าหน้าที่จากสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ และกองกฎหมาย ลงตรวจสอบข้อเท็จจริงที่โรงพยาบาลเอกชนดังกล่าว ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจ.สมุทรปราการ โดยตรวจสอบใน 2 ประเด็น ที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถานพยาบาล พ.ศ.2541  ได้แก่ 1.ผู้ดำเนินการโรงพยาบาลได้จัดผู้ประกอบวิชาชีพ เป็นผู้ให้บริการเอ็กซเรย์ ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ 2. กระบวนการให้บริการ และความปลอดภัย ซึ่งในการเตรียมความพร้อมผู้ป่วยก่อนการทำเอกซเรย์ โรงพยาบาลจะต้องจัดระบบความปลอดภัยแก่ผู้ป่วย เนื่องจากห้องเอกซเรย์เป็นห้องมิดชิด ดังนั้นจะต้องมีเจ้าหน้าที่ทั้งชายและหญิงให้บริการเพื่อให้เกิดความเหมาะสม เช่น กรณีเป็นผู้ป่วยหญิงควรจะให้เจ้าหน้าที่หญิงเป็นผู้ดูแล ไม่ควรปล่อยให้อยู่เพียงลำพังกับเจ้าหน้าที่ชาย ซึ่งทั้งหมดนี้หากพบว่ามีการปล่อยปละ ละเลย จะเอาผิดกับผู้ดำเนินการโรงพยาบาลโดยทันที

ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กล่าวว่า ในด้านความผิดครั้งนี้ จะแยกเป็น 2 ประเด็น คือ ประเด็นแรก ความผิดด้านอาญาเฉพาะตัวเจ้าหน้าที่ที่กระทำผิดซึ่งเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และประเด็นที่ 2 เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 ตามมาตรา 34 (1) ให้ผู้ดำเนินการควบคุม ดูแลมิให้ผู้ที่มิใช่ผู้ประกอบวิชาชีพทำการประกอบวิชาชีพ หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมาตรา 34 (4) ผู้ดำเนินการต้องควบคุม ดูแลสถานพยาบาลให้สะอาด เรียบร้อย ปลอดภัย และมีลักษณะเหมาะสม หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ทั้งนี้ ขอย้ำเตือนให้สถานพยาบาลทุกแห่งรักษาคุณภาพมาตรฐานให้ครบทั้ง 5 ด้าน ตามที่กฎหมายกำหนด คือ 1.ด้านสถานที่ ต้องสะอาด 2.ด้านผู้ให้บริการ ต้องมีใบประกอบวิชาชีพ 3.ด้านการบริการ ต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด 4.ด้านยา-เวชภัณฑ์ ต้องขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และ5.ด้านความปลอดภัยของผู้ป่วยในภาวะฉุกเฉิน รวมทั้งจุดที่สุ่มเสี่ยงจะต้องมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลตลอดเวลา และจัดเจ้าหน้าที่ให้เหมาะสมกับการดูแลผู้ป่วย