Breaking News ข่าว

“ศานิตย์”สั่ง เช็ก+ขยายผล ตร.ร่วมขบวน “ค้ายาเสพติด”

วันที่ 22 ก.พ.60-พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. เปิดเผยความคืบหน้ากรณีจับกุม ส.ต.ต.พิษณุพงศ์ งามธุระ ผบ.หมู่ งานปฏิบัติการจราจรโครงการพระราชดำริ 2 กก.6 บก.จร. พร้อมของกลางยาไอซ์ น้ำหนัก 28 กิโลกรัม ได้ที่ลานจอดรถชั้น 5 บี อาคาร 3 ลุมพินิวิลล์ สุขุมวิท 77 เมื่อหัวค่ำวันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา ว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผบก.จร. ทำการตรวจสอบให้ชัดเจนภายในวันนี้ อย่างน้อยที่สุดหน่วยงานที่รับผิดชอบในการดำเนินการอยู่ระหว่างการขยายผลการจับกุม แต่ผู้รับผิดชอบมีหน้าที่รับผิดชอบในการนำข้อมูลมาเพื่อมาสู่การดำเนินการตามระเบียบข้อบังคับ เพื่อพิจารณาโทษทางวินัยนายตำรวจดังกล่าว เเละเร่งออกคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง หรือให้ออกจากราชการเอาไว้ก่อน 

ผบช.น.กล่าวว่า นอกจากนี้ได้สั่งการให้ผู้บังคับบัญชากำชับเพิ่มความเข้มตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 1212 เรื่อง มาตรการควบคุมและเสริมสร้างความประพฤติ และวินัยข้าราชการตำรวจ เพื่อสอดส่องดูแลกัน ถือเป็นการควบคุมความประพฤติระเบียบวินัยข้าราชการตำรวจในสังกัด

"ส.ต.ต.-ส.ต.อ. มีตำรวจระดับชั้นสัญญาบัตรผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือขึ้นไป นายตำรวจระดับชั้นสัญญาบัตรหรือนายร้อยก็มีผู้บังคับบัญชาระดับสว. ระดับสว.ก็มีผู้บังคับบัญชาระดับ รองผกก. ดูแล ระดับผกก.ก็มี รองผบก. ดูแล อย่างนั้นผมมีผบ.ตร. เป็นผู้บังคับบัญชา ต้องคอยสอดส่องเอาใจใส่ อย่างไรก็ตามได้สั่งการย้ำตั้งแต่เมื่อวันที่21 ก.พ. ซึ่งโครงการบ้านสีขาว เพื่อให้พี่น้องประชาชนตัดความต้องการในการเกี่ยวข้องกับยาเสพติด พร้อมทั้งยังสั่งการเพิ่มเติมให้มีการดำเนินการโครงการตำรวจสีขาว เพื่อให้ตำรวจทุกคนทำให้ประชาชนไว้วางใจได้ ไม่ว่าจะตัวตำรวจรวมถึงญาติพี่น้องหรือลูกหลานจะต้องดูแลให้ไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด โดยเฉพาะยาเสพติด ฉะนั้นเวลาลงพื้นที่ประชาชนจะไว้วางใจได้อย่างไร หากตำรวจยังเกี่ยวข้องอยู่ นอกจากโครงการบ้านสีขาวแล้ว ต้องเพิ่มกรณีครอบครัวตำรวจสีขาวไปด้วย” ผบช.น. กล่าว

ด้านพล.ต.ต.จิรสันต์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นยืนยันว่า ส.ต.ต. ดังกล่าวอยู่ในสังกัด บก.จร. จริง โดยเริ่มบรรจุเข้ารับราชการตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2559 ที่ผ่านมา ได้สั่งการให้พ.ต.อ.ธนินท์พันธุ์ เธียรเจริญ ผกก.6 บก.จร. ประสานข้อมูลกับบช.ปส. เพื่อเตรียมการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง และให้ออกจากราชการไว้ก่อน ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ อย่างไรก็ตามจากข้อมูลขณะนี้ยังมีตำรวจในสังกัดเพียง 1 นายเท่านั้นที่กระทำผิดดังกล่าว ทั้งนี้จะเร่งตรวจสอบรายละเอียดเพื่อประสานข้อมูลในการดำเนินการดังกล่าวต่อไป

ขณะที่ พ.ต.อ.ธนินท์พันธุ์ กล่าวว่า ภายหลังจากที่ทำการประสานกับทางชุดสืบสวนของ บช.ปส. ยังอยู่ระหว่างนำตัวไปขยายผลการจับกุมเพิ่มเติมอยู่ และรอการสอบปากคำเพิ่มเติมจากพนักงานสอบสวน บช.ปส.อีกครั้ง ซึ่งกก.6 บก.จร. ได้ทำหนังสือสอบถามข้อมูลไปแล้ว อยู่ระหว่างการตอบกลับ อย่างไรก็ตามคาดว่าจะสามารถดำเนินการตั้งคณะกรรรมสอบสวนวินัยร้ายแรงได้ภายในวันนี้(22 ก.พ.) ภายหลังจากที่ทางชุดสืบสวนบช.ปส.ควบคุมตัว ส.ต.ต.ที่ก่อเหตุ มาสอบปากคำเพิ่มเติมที่บช.ปส. เวลา 17.00 น.