Breaking

ย้ำคำเดิมพระเเละศิษย์”เลิกม.44″ อัยย์รับกลายๆ “มีกลุ่มการเมืองร่วมด้วย”

วันที่ 23 ก.พ.60- เมื่อเวลา 16.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจากตลาดกลางคลองหลวง ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานีว่า พระสงฆ์วัดพระธรรมกายพร้อมด้วยศิษยานุศิษย์ได้ออกแถลงการณ์ โดยมีนายอัยย์ เพชรทอง ลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย ในนามกลุ่มอริยะ 072 ค่ายคลองหลวง เป็นผู้อ่านแถลงการณ์ โดยระบุว่า ขณะนี้ทั่วโลกกำลังจับจ้องดูปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นกับพระพุทธศาสนา ในประเทศไทย ซึ่งมีความละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง ทุกฝ่ายควรตั้งสติทบทวนความเป็นมาและดำเนินการให้เหมาะสมด้วยสติและปัญญา

นายอัยย์กล่าวว่า กรณีวัดพระธรรมกายซึ่งรัฐได้กล่าวหาพระธัมมชโยว่า ฟอกเงินและรับของโจรจากการรับถวายทรัพย์เพื่อนำมาใช้ในกิจการศาสนา รัฐบาลได้ใช้มาตรา 44 นำกำลังทหาร-ตำรวจจำนวนมากเข้ามาปฏิบัติการที่วัดพระธรรมกาย ภาพของการใช้ความรุนแรงนี้ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก ถือว่ารัฐเองเป็นผู้นำประเทศไปสู่ความเสียหายอย่างยิ่ง เเละการใช้กองกำลังปิดล้อมวัด ห้ามพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกาเข้า-ออก รวมไปถึงการปิดถนนรอบวัด ไม่เพียงแต่สร้างความเดือดร้อนให้กับบุคลากรที่อยู่ในวัด แต่ประชาชนนับพันหลังคาเรือนตั้งแต่คลองหนึ่งถึงคลองสี่ได้รับความเดือดร้อนไปด้วย พ่อค้า-แม่ค้าแถวตลาดคลองสามและคลองแอลต้องหยุดกิจการ เด็กๆ หลายคนต้องหยุดเรียนหรือเดินทางลำบากขึ้น การจราจรรอบวัดติดขัดมหาศาลเพราะด่านตรวจมากมายตลอดเส้นทาง

"ทั้งหมดนี้ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นการคืนความสุขให้กับประชาชน หากแต่คือการสร้างความเดือดร้อนและลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน มีคำถามว่า หลังจากการเข้าตรวจค้นภายในวัดอย่างละเอียดเป็นเวลา 3 วัน เหตุใดดีเอสไอจึงปักหลักล้อมวัดอยู่ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนมาจนถึงขณะนี้ เป้าหมายของการควบคุมพื้นที่วัดพระธรรมกายแท้จริงแล้วคืออะไรกันแน่ ดังนั้น เพื่อความสงบเรียบร้อยของประเทศและความอยู่เย็นเป็นสุขของประชาชนและพุทธศาสนิกชนทั่วโลก กลุ่มพลังชาวพุทธขอเรียกร้องและวิงวอนให้รัฐบาลไทยยกเลิกการใช้มาตรา 44 กับวัดพระธรรมกาย และดำเนินการตามกฎหมายด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม หลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายใดๆ ต่อประชาชน โดยขอให้ตัดสินใจทบทวนการดำเนินการเสียใหม่โดยทันที ตรงนี้คือ คำแถลงด้วยความรักความศรัทธาต่อพระพุทธศาสนาและ ด้วยความรักความจริงใจต่อรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ของรัฐ"

นายอัยย์กล่าวว่า จากกรณีที่มีข่าวออกมาว่ามีการหลอกสามเณรมาร่วมชุมนุมนั้น ขอชี้แจงว่ากระเเสข่าวว่ามีพ่อ-แม่หลอกพระสงฆ์-สามเณร โดนหลอกมาบวช  ยืนยันว่าไม่ได้ถูกหลอกลวงแต่อย่างใด พ่อ-แม่ของพระสงฆ์-สามเณรเห็นข่าวเลยเป็นห่วงจึงมาตามลูกเท่านั้น เพราะว่าในช่วงนี้มีการสอบของสามเณรกันอยู่ สามารถสอบถามกับสามเณรที่อยู่ตรงนี้ได้เลย 

"สำหรับกระแสข่าวว่ามีเสื้อแดงเข้ามาในพื้นที่นั้น พวกเขามาโดยไม่มีเงื่อนไข มาด้วยความบริสุทธิ์ใจที่จะปกป้องพระพุทธศาสนาแค่นั้น ไม่มีจุดประสงค์อื่นแต่อย่างใด ลองไปสอบถามเจ้าหน้าที่ได้เลย ผมยังเห็นคนเสื้อเหลืองมาสังเกตการณ์เลยในวันนี้"

ภายหลังจากการแถลงการณ์เสร็จสิ้น พระจากวัดพระธรรมกาย พร้อมด้วยกลุ่มอริยะ 072 เดินขบวนพร้อมกับถือป้ายเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ยกเลิกมาตรา 44 เเละมุ่งไปที่ปากทางคลองแอล 2  เพื่อนำอาหารทั้งอาหารแห้ง อาหารสด ผัก-ผลไม้ ไปให้พระที่อยู่ภายในวัดพระธรรมกาย เนื่องจากเห็นว่า อาหารภายในวัดใกล้หมดแล้ว เเต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ยอมให้นำอาหารเข้าไป ทั้งนี้พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอเข้าเจรจาในครั้งนี้  โดยสรุปว่า สามารถนำอาหารเข้าไปได้ แต่ต้องฝากอาหารไว้ เเละเจ้าหน้าที่จะนำไปให้เอง โดยมีตัวแทนของทางกลุ่มอริยะ 072 เป็นสักขีพยานในการส่งมอบอาหารในครั้งนี้

12

เวลา18.15น.สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย เผยเเพร่คำชี้แจงของวัดพระธรรมกายวันนี้ว่า

1.เหตุการณ์อาคารบุญรักษานั้น หน้าที่ตรวจค้น เป็นหน้าที่ของดีเอสไอ ส่วน ทหารมีหน้าที่ดูแลพื้นที่รอบนอกเท่านั้น แต่การ “บุก” เข้ามาไม่ใช่เป็นการตรวจค้น ถือว่า เป็นการสร้างความหวาดระแวงให้กับพระภิกษุและประชาชนด้านใน ถึงแม้ไม่มีการปะทะรุนแรงแต่ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก 

1

2.ส่วนกรณีที่นำพระ 6 รูป ประชาชน 20 กว่าคน ซึ่งถูกนำไปควบคุมที่กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ขณะนี้ทราบข่าวว่าได้รับการปล่อยตัวแล้ว ก็ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกๆ ท่าน

2

3.ส่วนพื้นที่ ตลาดกลางคลองหลวง ที่มีกลุ่มประชาชนไปปักหลักอยู่บริเวณนั้น ได้รับรายงานว่า 1.) เป็นกลุ่มสาธุชนที่เข้าวัดไม่ได้ 2.)เป็นญาติๆ ของพระสงฆ์สามเณร อุบาสกอุบาสิกา และประชาชน ที่อยู่ในวัด มาเยี่ยมเยียนด้วยความเป็นห่วง เพราะเหตุรุนแรงจากเจ้าหน้าที่ 3.)ชาวพุทธทั่วประเทศที่รู้สึกว่า ลูกพระพุทธเจ้าด้วยกัน ถูกรังแก จึงเดินทางมาสมทบ เพราะเป็นห่วงพระพุทธศาสนา ได้รับรายงานว่า มาจากทั้งภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอิสาน และต่างประเทศ 

616568

4.ขอเรียกร้องให้ท่านผู้นำประเทศว่า คนไทยรักสงบ และพระพุทธศาสนา เป็นวัฒนธรรม ประจำชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวต่างชาติคาดหวังและอยากมาสัมผัส และในปี 2559 ที่ผ่านมา สถิตินักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเท่าตัว ดังนั้น ภาพข่าวที่มีการบุกล้อมวัด การทำร้ายพระสงฆ์ เป็นภาพที่ขัดแย้งกับสิ่งที่ชาวต่างชาติที่รักประเทศไทยอยากเห็น ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการท่องเที่ยวของประเทศ 

4

5.ขณะนี้ มีองค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ส่งจดหมายตอบกลับแสดงความห่วงใยมาถึงวัดพระธรรมกายว่า ขอสนับสนุนและยืนหยัดร่วมกับวัดพระธรรมกาย และกำลังเฝ้าจับตาดูตลอดเวลา กรณีหากมีการละเมิดสิทธิมนุษยชน และการใช้กำลังของเจ้าหน้าที่ทหาร ด้วยความห่วงใย อาทิ 

(1) Amnesty International THAILAND ร่วมกับ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนแถลงการณ์ เรียกร้องให้หยุดใช้มาตรา 44 และใช้กระบวนการยุติธรรมปกติกรณีวัดพระธรรมกาย ( http://www.tlhr2014.com/th/?p=3520 ) และจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

(2) องค์กร Asian Federation Against Involuntary Disappearances (AFAD) (สหพันธ์เอเชียผู้ต่อต้านการหายตัวไปโดยไม่สมัครใจ) ขอประณามการละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่ได้รับจากกองกำลังนับพันนาย จากทหารและตำรวจ ขอสนับสนุนและยืนหยัดร่วมกับวัดพระธรรมกาย ในความถูกต้อง พิทักษ์อิสรภาพเรื่องการนับถือศาสนา และ ขอส่งกำลังใจให้วัดพระธรรมกาย ขอให้กลับมาสู่ปกติโดยเร็ววัน

(3) องค์กร Global Centre for the Responsibility to Protect Research Analysis (GCR2P) ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และหากมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ทางองค์กรสามารถกระจายข้อมูลออกไปทางสื่อต่างๆ และองค์กร NGOs ในเครือข่าย 

(4) องค์กร Philippine Alliance of Human Rights Advocates (PAHRA) ประเทศฟิลิปปินส์ ยินดีที่จะช่วยเหลือวัดพระธรรมกายทุกเมื่อ

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

(5) ในช่วงนี้ คณะกรรมการปรองดองแห่งชาติ (ปยป.) กำลังดำเนินการด้วยดี เป็นบรรยากาศที่ดีของประเทศ อยากให้ทุกฝ่าย เข้าสู่โหมดปรองดอง การบังคับกฏหมายใช้ และ ม.44 ครบถ้วนดีแล้ว ที่ผ่านมาทางวัดและลูกศิษย์ ได้แสดงเคารพกฎหมายและปฏิบัติตามตามมาโดยตลอด เชื่อว่าทางรัฐบาลมีอำนาจเต็ม แต่ขอร้องให้หยุดใช้ความรุนแรง เพราะพระสงฆ์สามเณรสาธุชน มีคนกดดัน และลำบากในการปฏิบัติศาสนกิจและปฏิบัติธรรม ลำบากในการบิณฑบาตรซึ่งเป็นกิจของสงฆ์ ลำบากในด้านขบฉัน เพราะไม่สามารถลำเลียงอาหารเข้ามาได้ รวมทั้ง ลำบากในการปฏิบัติธรรมนั่งสมาธิ เพราะมีกองกำลังเจ้าหน้าที่หลายพันนายอยู่ล้อมวัด และมีการบุกเข้ามาเป็นระยะ เช่นนี้แล้วจึงทำให้สาธุชน หวาดระแวง วิตกกังวล และไม่ไว้วางใจเจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก ดังนั้น จึงขอความกรุณาโปรดอย่าใช้ความรุนแรงกับพระสงฆ์สามเณรและประชาชนเลย