Breaking การเมือง ข่าว

“องอาจ” หนุนใช้  ม. 44  รื้อผู้บริหาร  ร.ฟ.ท.

รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ สนับสนุนกรณีที่ คสช.ใช้อำนาจตาม ม. 44 ปลดผู้บริหารการรถไฟแห่งประเทศไทย และแนะให้ใช้โอกาสนี้ สังคายนาระบบการจัดซื้อจัดจ้างแบบครบวงจร 
 

วันที่ 26 ก.พ.60–นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ใช้อำนาจมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว ปลดผู้บริหารการรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) ว่า เป็นเรื่องดีที่ผู้มีอำนาจตัดไฟแต่ต้นลม เพราะก่อนหน้านี้มีความไม่ชอบมาพากลระยะหนึ่งแล้ว ถ้าปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินต่อไปอาจก่อให้เกิดการทุจริตได้ 

และขอให้ผู้มีอำนาจตรวจสอบผู้ที่จะเข้าร่วมการประมูล เพื่อป้องกันการจัดซื้อจัดจ้างที่ไม่ถูกต้องตามระเบียบ ไม่โปร่งใส และอาจมีการล็อคสเปกหรือกีดกันผู้ประกอบการรายอื่น รวมถึงขอให้ผู้มีอำนาจป้องกันการทุจริตผ่านการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นรูปธรรม โดยการสังคายนากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างแบบครบวงจร เพื่อไม่ให้ฝ่ายการเมืองหรือผู้มีอำนาจร่วมกับข้าราชการและนักธุรกิจในการฉ้อฉลงบประมาณที่มาจากภาษีอากรของประชาชน 

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา หัวหน้า คสช. ได้มีคำสั่งปลดวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าฯ ร.ฟ.ท. ออกจากตำแหน่ง และแต่งตั้ง นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ รองอธิบดีกรมทางหลวง เป็นรักษาผู้ว่าฯ ร.ฟ.ท. และสั่งปลดคณะกรรมการ ร.ฟ.ท. 2 คน จากทั้งหมด 6 คน ได้แก่ นายคณิศ แสงสุพรรณ และรองศาสตราจารย์ธัชวรรณ กนิษฐ์พงศ์ และแต่งตั้งคณะกรรมการฯ เพิ่มอีก 5 คน 

ซึ่งพลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ให้เหตุผลว่า กรณีดังกล่าว เป็นเพราะนายกรัฐมนตรีได้รับเรื่องร้องเรียนเป็นจำนวนมาก เกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง และประมูลงานของการรถไฟแห่งประเทศไทย