การเมือง

คุก! 2 ปี  “ธาริต-ชาญเชาวน์”  คดีย้ายลูกน้องไม่เป็นธรรม

ศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก 2 ปี นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ กรณีโยกย้ายลูกน้องไม่เป็นธรรม ผิดมาตรา 157 แต่ให้รอลงอาญา 2 ปี
 
เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายธาริต เพ็งดิษฐ์ เดินทางมายังศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เพื่อฟังคำพิพากษาในชั้นอุทธรณ์คดีที่ พันเอกปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ อดีตผู้บัญชาการสำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญา เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ และนายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามมาตรา 157 

โดยคดีดังกล่าว เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 30 มีนาคม 2555 – 8 ตุลาคม 2555 ต่อเนื่องกัน นายธาริต ในฐานะอธิบดีดีเอสไอขณะนั้น และนายชาญเชาวน์ ในฐานะรักษาราชการแทน ปลัดกระทรวงยุติธรรมขณะนั้น ได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ด้วยการทำหนังสือโยกย้ายพันเอกปิยะวัฒก์ ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้บัญชาการสำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญา ไปเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะคดี ซึ่งมีระดับต่ำกว่าตำแหน่งเดิม อันเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย 

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2558 ว่า นายธาริต มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ให้จำคุก 2 ปี แต่ให้ยกฟ้อง นายชาญเชาวน์ เนื่องจากเห็นว่าโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานใดมานำสืบให้เห็นว่า มีเจตนากลั่นแกล้งหรือจงใจให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ 

ล่าสุดศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วเห็นว่า นายธาริต กระทำผิดตามฟ้องจริง ซึ่งคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (กคพ.) มีคำวินิจฉัยว่า เป็นการสั่งย้ายให้ไปดำรงตำแหน่งที่ต่ำกว่าเดิม โดยที่นายธาริต ไม่ได้เสนอเรื่องการโยกย้ายดังกล่าวผ่านคณะกรรมการพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (กพศ.) 

ส่วนที่โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษนายชาญเชาวน์ นั้น ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ขณะเกิดเหตุนายชาญเชาวน์ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงยุติธรรม รักษาการปลัดกระทรวงยุติธรรม เนื่องจากปลัดกระทรวงฯเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งการลงนามคำสั่งย้ายนั้น นายชาญเชาวน์ควรที่จะรอให้ปลัดกระทรวงยุติธรรมเดินทางกลับมาจากต่างประเทศเสียก่อน จึงเป็นความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมาย 157 ด้วยเช่นกัน

จึงพิพากษาลงโทษจำคุกทั้งนายธาริต และนายชาญเชาวน์ เป็นเวลา 2 ปี แต่เนื่องจากจำเลยทั้งสองรับราชการเคยทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ และไม่ปรากฏว่าทั้งสองเคยต้องโทษจำคุกในคดีอาญามาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอลงการลงโทษไว้คนละ 2 ปี