ข่าว ข่าวภาคเหนือ

สั่งด่วน! “เหนือ – อีสาน” ตั้งศูนย์ป้อง “หมอกควันไฟป่า” 

วันที่ 6 มี.ค.60 นายชยพล ธิติศักดิ์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะโฆษกกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ตามที่ได้เริ่มมีปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองมีค่าเกินมาตรฐานความหนาแน่นในอากาศบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน และพื้นที่ใกล้เคียงทางภาคเหนือ ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวได้เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพและการดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชน กระทรวงมหาดไทย จึงได้แจ้งกำชับแนวทางการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ผู้อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือทุกจังหวัด

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

โดยให้จังหวัดดำเนินการ “จัดตั้งกองอำนวยการระดับจังหวัดและระดับอำเภอ” ขึ้น เพื่อเข้ามาบริหารจัดการแก้ปัญหาหมอกควันไฟป่า โดยแบ่งพื้นที่ปฏิบัติการออกเป็น 3 เขตและมอบหมายให้หน่วยงานภายในจังหวัด เขต และภาค เป็นผู้รับผิดชอบหลัก คือ 1.ในพื้นที่ป่าประเภทต่างๆ ให้หน่วยงานสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการกำหนดแผนปฏิบัติการโดยมีหน่วยทหาร หน่วยต.ช.ด. และอื่นๆเป็นผู้สนับสนุน 2.ในพื้นที่หมู่บ้าน ชุมชน และพื้นที่เกษตรกรรม มอบหมายให้ที่ทำการปกครองอำเภอ และหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นผู้รับผิดชอบปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการจังหวัด และอำเภอ
   
นายชยพล กล่าวต่อไปว่า ในประเด็นที่ 3.พื้นที่ริมทางหรือถนนสายต่างๆ ให้พิจารณามอบหมายหน่วยงานสังกัดกระทรวงคมนาคมเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการกำหนดแผนปฏิบัติการโดยมีหน่วยงานฝ่ายปกครององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาสาภาคประชาชน และอื่นๆเป็นผู้สนับสนุนการปฏิบัติ และเพื่อให้เกิดความเป็น “เอกภาพ” ในการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าในพื้นที่ให้แต่งตั้ง รองผู้ว่าราชการจังหวัด หรือ ปลัดจังหวัด ทำหน้าที่เป็นผู้รับผิดชอบติดตามในการประสานงานหรือบูรณาการกับหน่วยงานทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง และกอ.รมน.ภาค 3 กรมประชาสัมพันธ์ กรมอุตุนิยมวิทยา สถานีวิทยุการบิน หน่วยทหาร ต.ช.ด.และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ในพื้นที่ร่วมบูรณาการกันในการแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงนี้เริ่มเข้าสู่สถานการณ์ขั้นวิกฤติแล้ว ได้กำชับให้กองอำนวยการดังกล่าว จัดประชุมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดวันเว้นวัน จนกว่าสถานการณ์หมอกควันไฟป่าจะดีขึ้น หรือค่าหมอกควันฝุ่นละอองมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนลดน้อยลง
   
“ในการปฏิบัติระดับอำเภอโดยเฉพาะพื้นที่วิกฤติ ได้สั่งการให้นายอำเภอกำกับดูแลแก้ปัญหาด้วยตนเอง และใช้กลไก ของกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับทีมประชารัฐตำบลดำเนินการตามข้อสั่งการของกระทรวงมหาดไทย หรือหน่วยอื่นๆในพื้นที่เพื่อดำเนินการป้องกันแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าอย่างจริงจัง โดยมาตรการและวิธีดำเนินการในช่วงตั้งแต่ 6 มีนาคมนี้ เป็นต้นไป ให้พิจารณาตามความเหมาะสมของพื้นที่ อาทิ มาตรการที่ต้องดำเนินการในช่วงนี้อย่างเข้มข้น คือ การใช้วิธีการไถกลบ การใช้สารอินทรีย์ย่อยสลาย การตัดตอซังข้าวข้าวโพด หรือเศษวัสดุทางการเกษตร การประกาศเขตห้ามเผาในพื้นที่หมู่บ้าน หรือพื้นที่บุกรุกทำไร่เลื่อนลอยอย่างเด็ดขาดตามข้อตกลงระหว่างประชาชนกับผู้นำท้องที่การจัดชุดลาดตระเวนร่วมหน่วยงานต่างๆในพื้นที่ เพื่อเข้าระงับเหตุไฟป่าหรือเฝ้าระวังการเผาป่าโดยให้แบ่งกำลังพลในแต่ละพื้นที่ให้เหมาะสม รวมทั้งให้เร่งรณรงค์ประชาสัมพันธ์อย่างกว้างขวางในพื้นที่เพื่อต่อต้านการเผาป่า เผาเศษวัสดุทางการเกษตร วัชพืช หรือการดำเนินการโดยวิธีอื่นให้ประชาชนตระหนักรู้ถึงอันตรายและผลกระทบของการเผาป่า เผาเศษวัสดุทางการเกษตรในด้านต่างๆ เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน” โฆษกมท. กล่าว
  
นายชยพล ยังกล่าวถึงมาตรการควบคุมการชิงเผาในพื้นที่ก่อนว่า ให้พิจารณาควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดหรือพิจารณาระงับไว้ก่อน เพราะเข้าสู่ช่วงเวลาที่เริ่มวิกฤตมีหมอกควันหนาแน่นแล้ว ส่วนของจังหวัดที่มีสนามบินพาณิชย์ได้มอบหมายให้มีการประสานงานกับศูนย์ควบคุมการบิน เพื่อให้ทราบถึงสถานการณ์หมอกควันที่มีผลต่อการคมนาคมทางอากาศด้วย เพื่อประโยชน์ในการจัดระบบการคมนาคมทางอากาศและลดความเสียหายของธุรกิจบริการท่องเที่ยว หากสถานการณ์หมอกควันเริ่มมีปัญหาต่อสุขภาพของประชาชน ให้ประสานหน่วยงานสาธารณสุข และอปท. ดำเนินการแจกจ่ายหน้ากากอนามัย เตรียมรถพ่นน้ำและออกคำแนะนำให้ประชาชนในพื้นที่รู้จักวิธีดูแลสุขภาพช่วงสถานการณ์หมอกควันด้วยนอกจากนี้ให้จังหวัดจัดทำรายงานแผนผลการปฏิบัติงานเข้ามาที่กระทรวงมหาดไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทราบข้อมูลในพื้นที่อย่างรอบด้าน ถ้ามีปัญหาอุปสรรค หรือข้อเสนอแนะ หรือจะขอรับการสนับสนุนการแก้ไขปัญหา ทางกระทรวงมหาดไทยก็พร้อมสนับสนุนการปฏิบัติงานทันที