Breaking

ให้ “พศ.” แจ้งพฤติกรรม “ธัมมชโย” รายงานต่อเจ้าคณะใหญ่ ดีเอสไอเผย “บุญรักษา” คือที่ดินเอกชน 

วันที่ 7 มี.ค. 60 –นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีการจับกุมพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย หลังจากมีการถอดสมณศักดิ์ว่า ถือเป็นคนละเรื่องกัน ส่วนขั้นตอนการถอดสมณศักดิ์ต้องไปถามนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เพราะนายวิษณุเป็นผู้ดำเนินการ  ส่วนที่กระทรวงยุติธรรรมรับผิดชอบอยู่นั้น ตนได้รับรายงานจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)ว่า มีพระสงฆ์ที่ได้รับหมายเรียกทยอยมารายงานตัวและดีเอสไอได้ปล่อยตัวไปแล้ว โดยไม่ได้แจ้งข้อหาเพิ่ม แต่ขณะนี้ยังมารายงานตัวไม่ครบ 

นายสุวพันธุ์กล่าวว่า  ส่วนการดำเนินคดีกับพระสงฆ์ และประชาชน ที่ขัดขวางการตรวจค้นวัดพระธรรมกาย จะดำเนินคดีตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามขณะนี้ศิษยานุศิษย์ของวัดยังคงขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่อยู่ ทำให้ไม่สามารถเข้าไปตรวจค้นวัดเพิ่มเติมได้ ยืนยันว่าจะบังคับใช้กฎหมายอย่าเต็มที่ ทั้งนี้พื้นที่ดังกล่าวยังประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษ ตามคำคำสั่งคสช.ฉบับที่ 5/2560 ต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ผบ.ตร ระบุว่า งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา เป็นการส่งสัญญาณว่าจะมีข้อยุติเร็วๆนี้หรือไม่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่าต้องรอให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เป็นผู้ประเมินสถานการณ์ ส่วนการดำเนินการทางธรรมวินัย ล่าสุดผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้ทำหนังสือถึงเจ้าคณะใหญ่หนกลาง ซึ่งตนยังไม่ทราบรายละเอียด คงจะต้องคุยกับผอ.พศ. แต่สาระสำคัญ คือการแจ้งถึงพฤติกรรมของพระธัมมชโย ที่อาจขัดต่อพระธรรมวินัย และขอให้เจ้าคณะใหญ่หนกลางพิจารณา และดำเนินการเรื่องนี้ ส่วนการปกครองได้เสนอไปแล้วว่า เนื่องจากเจ้าหน้าที่ ไม่สามารถพูดคุยกับผู้มีอำนาจในวัด หรือรักษาการณ์เจ้าอาวาสวัดไม่ได้ เพราะไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหน จึงขอให้เข้าคณะใหญ่หนกลางพิจารณา เรื่องการปกครองให้เป็นไปอย่างเหมาะสม และสามารถยุติการขัดขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ 

"ทั้งนี้มหาเถรสมาคม (มส.) และรัฐบาลจะมีการประชุมในวันที่ 10 มี.ค. โดยรัฐบาลจะนำประเด็นต่างๆเข้าหารือ ส่วนประเด็นการพูดคุยนั้นต้องถามนายวิษณุ และนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี"

ผู้สื่อข่าวถามว่าพระที่ถูกหมายเรียก ได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างไรบ้าง  นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ตนยังไม่ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าว  ขอให้ไปถามกับดีเอสไอ เมื่อถามว่า ได้รับรายงานว่าพบถังน้ำมันจำนวนมากที่วัดพระธรรมกายหรือไม่ นายสุวพันธ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องคอยช่วยดูอยู่แล้ว

 พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอ  แถลงภาพรวมการปฏิบัติการตรวจค้นวัดพระธรรมกายว่า ตามที่มีคำสั่งเรียกเจ้าหน้าที่ควบคุมอาคาร100ปีและอาคารบุญรักษารวม19ราย  ซึ่งได้เข้ารายงานตัวเกือบครบถ้วนและได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์   นอกจากนี้ยังมีผู้ที่ถูกคำสั่งเรียกเข้าพบเจ้าหน้าที่เพิ่มเติมด้วย อย่างไรก็ตามเมื่อเวลา10.30น.  มีรถน้ำของเอกชน2คันพยายามเข้าพื้นที่ชุมนุมตลาดกลางคลองหลวง  อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่สกัดออกนอกพื้นที่ไปได้1คัน ส่วนอีก1คันหลุดเข้าไปในพื้นที่ได้  จากนั้นพระเสกสรร อัตตทะโม นำพระสงฆ์และมวลชนเข้าปิดล้อมรถยึดรถยนต์ไว้ไม่ให้ออกนอกพื้นที่หลังการเจรจานาน1ชั่วโมง เจ้าหน้าที่กลัวเหตุการณ์จะบานปลายจึงยอมทิ้งรถไว้ในพื้นที่

พ.ต.ต.วรณันเเถลงว่า   ต่อมาเวลา13.00น.เจ้าหน้าที่สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) 10คน เดินทางไปยังอาคารบุญรักษา พร้อมพระสังฆาธิการและพระวินยาธิการรวม8รูป เพื่อเจรจาขอเข้าตรวจพื้นที่ โดยมวลชนยอมให้เข้าพื้นที่เฉพาะเจ้าหน้าที่พศ.กับพระเท่านั้น   ไม่อนุญาตให้ดีเอสไอ,ทหาร,ตำรวจเข้าพื้นที่ แต่เมื่อเข้าไปได้เพียง5นาทีเจ้าคณะตำบลออกมาแจ้งว่าพระสงฆ์ข้างในไม่ยอมให้เข้าพื้นที่  

"จึงถือเป็น2ครั้งแล้วที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้รับความร่วมมือให้เข้าพื้นที่ ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่มีความจำเป็นต้องตรวจค้นอาคารบุญรักษาโดยละเอียดแม้เข้าพื้นที่ไม่ได้ แต่ไม่มองเป็นความล้มเหลว เพราะผู้ที่อยู่ในพื้นที่เป็นพระ  จึงอยากให้พระด้วยกันเข้าไปเจรจาก่อน  เพื่อให้มีความชอบธรรมในทางกฎหมายบ้านเมืองและในทางพระธรรมวินัย จากนั้นจะขยับเพิ่มมาตรการจากเบาไปหาหนักตามเหตุผลและความจำเป็น 

ไม่ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่จะเข้าค้นอีกครั้งภายใน48ชั่วโมงตามคำสั่งคสช.แม้อธิบดีดีเอสไอเป็นหัวหน้าสั่งการ แต่เวลาทำงานจริง จะประชุมโต๊ะกลมรับฟังข้อคิดเห็นและตัดสินใจร่วมกันในการใช้หรือไม่ใช้มาตรการใดๆ ระหว่างทหาร ตำรวจ ผู้ว่าราชการจังหวัด ฝ่ายปกครองและพลเรือน"
 
พ.ต.ต.วรณันกล่าวอีกว่า สำหรับเจ้าของที่ดินบริเวณอาคารบุญรักษา ฝ่ายกฎหมายได้รับประเด็นไปดำเนินการที่ออกคำสั่งเรียกเข้ารายงานตัวแล้ว  เพราะมีประเด็นต้องชี้แจงว่า  เมื่อบริเวณดังกล่าวไม่ใช่ที่ดินของวัดพระธรรมกาย  เหตุใดจึงมีพระสงฆ์เข้าไปในพื้นที่ ส่วนเจ้าของที่ดินเอกชนรายนี้จะเป็นใครนั้น ตนไม่มีข้อมูลเพราะอยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายปฏิบัติการและฝ่ายกฎหมาย 

"ในส่วนของคำสั่งห้ามนายอัยย์ เพชรทอง เข้าพื้นที่ตลาดกลางคลองหลวงนั้น  ล่าสุดได้สั่งห้ามนายวุฒิสาร พนารีและทองสา พาสุขซึ่งมีพฤติกรรมเดียวกับนายอัยย์เข้ารายงานตัวหลังเจ้าหน้าที่บันทึกปากคำ จึงได้มีคำสั่งห้ามเข้าพื้นที่ตลาดกลางคลองหลวงและวัดพระธรรมกาย นอกจากนี้ยังมีหนังสือเรียกบุคคลเข้ารายงานตัวเพิ่มอีก7คนประกอบด้วยนายศรชัย กองแก้ว, นางศิริกานดา ศรีสุทธิพันธิพร ,นายจำนงค์วุฒิไกร, นายเฉลิมชัย ตั้งวัชรวิชัย, นางสาววีรดี ลิ้มศิริเศรษฐกุล, นายเอกรินทร์ ทานประสิทธิ์และนายศรชัย โสภา ตามข้อมูลการข่าวพบว่าเป็นผู้สนับสนุนสิ่งของต่างๆในพื้นที่ชุมนุมตลาดกลางคลองหลวง"

"การออกคำสั่งเรียกให้มารายงานตัวอีก 96 คน รวมบุคคลที่ดีเอสไอออกคำสั่งเรียกให้มารายงานตัวแล้วประมาณ 164 คน "

รองโฆษกดีเอสไอกล่าวอีกว่า ฝ่ายปฏิบัติรับทราบข้อมูลที่พระเสกสรรค์จะเข้ามอบตัวที่สภ.คลองหลวงเเล้ว โดยจะเชิญชวนมวลชนร่วมเดินทางไปยังสภ.คลองหลวงด้วย ซึ่งฝ่ายปฏิบัติมีมาตรการเตรียมการแล้ว

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

"สำหรับพระในวัดพระธรรมกายหลายรูปในวัดเป็นอดีตตำรวจ  อดีตทหารและอดีตข้าราชการ   วันนี้พระแสนพล เทพเทพา พระถวัลย์ศักดิ์  บุญศิริวัฒนกุล   ซึ่งมีคำสั่งเรียกเข้ารายงานตัวก่อนหน้านี้ได้มาพบเจ้าหน้าที่ หลังรายงานตัวแล้วพนักงานสอบสวนสั่งให้เข้าไปในวัดเพื่อรอประสานงานและอำนวยความสะดวกในเวลาตรวจค้น"