Breaking การเมือง

ศาลฎีกาฯ นัดชี้ชะตา ”เด็กเจ๊แดง”  16 มี.ค.นี้ ลุ้นสั่งยึดทรัพย์ 186 ล้านบาท 

วันที่ 15 มี.ค.60-หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ  สื่อในเครือสปริง กรุ๊ป ฉบับ 3244 ระหว่างวันที่ 16-18 มี.ค.2560 เปิดเผยว่า  
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 16 มี.ค.นี้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง  นัดฟังคำพิพากษาคดีฟ้องนายเกษม นิมมลรัตน์ อดีตส.ส. เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย เป็นจำเลย กรณีแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเท็จ และร่ำรวยผิดปกติกว่า 186 ล้านบาท 

สำหรับคดีนี้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ตรวจสอบทรัพย์สินกรณีพ้นจากตำแหน่ง และกรณีพ้นจากตำแหน่งมาแล้วเป็นเวลา 1 ปี ในตำแหน่ง ส.ส.และตำแหน่งรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงใหม่ รวมแล้ว 6 กรณี โดยมีมติเมื่อ 13 พฤษภาคม 2559 ชี้มูลความผิดว่า นายเกษมจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ปกปิดข้อเท็จจริง และมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ ตามมาตรา 38 วรรค 2 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 รวมมูลค่า 186,620,637.76 บาท 

คณะกรรมการ ป.ป.ช.ให้ส่งเอกสารทั้งหมด พร้อมทั้งรายงานผลการตรวจสอบไปยังอัยการสูงสุด (อสส.) ส่งฟ้องดำเนินคดีในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ฐานจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเป็นเท็จ ปกปิดข้อเท็จจริง และมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ โดยขอศาลสั่งให้นายเกษม พ้นจากตำแหน่งรองนายก อบจ.เชียงใหม่ และห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 5 ปี นับแต่วันที่ศาลฎีกานักการเมืองวินิจฉัย และขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 119 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และขอศาลสั่งให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน หากไม่สามารถบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของนายเกษมได้ ขอให้ศาลบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินอื่นของนายเกษม 

คดีนี้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ไต่สวนไปแล้ว 5 ครั้ง คือ เมื่อวันที่ 20, 23 ธันวาคม 2559 ,19, 23 และ 30 มกราคม 2560 กระทั่งสั่งนัดอ่านคำพิพากษาดังกล่าว

ทั้งนี้ เป็นที่ทราบกันดีว่า นายเกษม เป็นคนสนิทของตระกูลวงศ์สวัสดิ์ เคยดำรงตำแหน่งเป็นผู้เชี่ยวชาญประจำตัว ส.ส.ของนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์(เจ๊แดง) ระหว่างปี 2544 – 2548 ทั้งยังเป็นผู้เชี่ยวชาญประจำตัว ส.ส.ของนางสาวชินณิชา วงสวัสดิ์ บุตรสาวของนางเยาวภา ภายหลังจากที่นางสาวชินณิชา ถูกศาลฎีกานักการเมืองพิพากษาให้พ้นจากตำแหน่ง ส.ส. และห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมืองเป็นเวลา 5 ปี ให้จำคุกเป็นเวลา 2 เดือน ปรับ 4,000 บาท แต่โทษจำคุกให้รอการลงโทษมีกำหนด 1 ปี จากกรณีแจ้งบัญชีทรัพย์สินหนี้สินเป็นเท็จ เมื่อเดือนเมษายน 2555  นางเยาวภาได้ให้นายเกษม ลงรับสมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 3 เชียงใหม่ แทนนางสาวชินณิชา และได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.เป็นสมัยแรก ต่อมาในเดือนมีนาคม 2556 นายเกษมได้ลาออกจากการเป็น ส.ส.เชียงใหม่ ท่ามกลางกระแสข่าวหนาหูว่า เพื่อเปิดทางให้นางเยาวภา ลงสมัครรับเลือกตั้งแทน