Breaking

“เนวิน” ฟิวส์ขาด! ลั่นเอาผิด”นักเลงคีย์บอร์ด” ปั่นกระแส เป็นเจ้าของบ่อนในเขมร 

จากกรณีโลกออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนัก ถึงเรื่องราวกระแสร้อนแรงในโซเเชียลมีเดียที่อ้างถึงอดีตนักการเมืองใหญ่รายหนึ่ง ว่า หลังจากวางมือทางการเมืองอย่างเป็นการแล้ว และหันมาทุมเทกับวงการฟุตบอลว่า เขานั้นเป็นเจ้าของบ่อนการพนันในประเทศกัมพูชา 
          
ล่าสุดวันนี้ (20 มี.ค.60) นายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และอดีตนักการเมืองชื่อดัง ได้ออกมาเปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า วันนี้ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ สภ.เมืองบุรีรัมย์ เพื่อให้ดำเนินคดีกับบุคคลที่เผยแพร่ภาพบ่อนการพนันในกัมพูชา และเขียนข้อความว่า ตนเป็นเจ้าของ และได้ตั้งข้อสังเกตว่า มีการกระทำกันเป็นขบวนการ จัดทำภาพและข้อความ ส่งผ่านระบบคอมพิวเตอร์ เจตนาพาดพิงถึงตนให้ประชาชนทั่วไปหลงเชื่อข้อความอันเป็นเท็จ ทำให้ตนได้รับความเสียหาย ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง
          
นายเนวิน กล่าวย้ำทิ้งท้ายว่า "เรื่องนี้เป็นเรื่องโกหก ผมไม่เคยทำธุรกิจในกัมพูชา ไม่เคยทำธุรกิจหรือมีหุ้นส่วนในกาสิโน หรือบ่อนการพนันทั้งในและนอกประเทศ เชื่อว่าตำรวจจะสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดได้ เรื่องนี้เป็นการกระทำความผิดคดีอาญา ตนในฐานะผู้เสียหายจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ทั้งทางคดีอาญาและคดีแพ่ง เพื่อเป็นกรณีตัวอย่าง และเป็นบทเรียนแก่ผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์ในทางที่ผิด"

ขณะที่ พ.ต.ท.สิริพงษ์ ฤทธิ์ไธสง รอง ผกก.สอบสวน หัวหน้างานสอบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ ระบุว่า หลังจากได้
รับแจ้งความในกรณีดังกล่าวแล้ว ก็จะทำการสืบสวนสอบสวนหาที่มาของเจ้าของเฟสบุ๊กก่อนว่าเป็นใคร ซึ่งขณะนี้
ก็ทราบเบาะแสของผู้โพส์ตแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ต้องรอตรวจสอบข้อมูลหลักฐานชัดเจนก่อน จากนั้น
ก็จะออกหมายเรียกมาสอบปากคำตามขั้นตอน ซึ่งการกระทำในลักษณะดังกล่าวถือเป็นการใส่ความผู้อื่นต่อบุคคล
ที่สาม  ทำให้บุคคลที่ถูกใส่ความได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชังจากบุคคลที่เข้าไปดูใน
เฟสบุ๊กหรือไลน์  

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

อย่างไรก็ตามหากผู้ใดที่ได้รับข้อความดังกล่าว แล้วเผยแพร่หรือมีการส่งต่อซึ่งข้อความที่ตนเองทราบอยู่แล้ว
ว่าเป็นข้อความหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เป็นเท็จ  จะต้องถูกดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำ
ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550  ฐานเผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีอัตราโทษจำคุก
ไม่เกิน 5 ปี  ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งอาจจะต้องถูกดำเนินคดีในความผิดฐาน
หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท
หรือทั้งจำทั้งปรับด้วย จึงขอประชาสัมพันธ์งดการส่งต่อ เผยแพร่ หรือกดไลค์ ข้อความดังกล่าว เพราะอาจจะมี
ความผิดด้วย