Breaking ข่าว

“เนติวิทย์-จ่านิว” เข้าคิวเกณฑ์ทหาร  ศาลขอนเเก่นไต่สวน “ไผ่ ดาวดิน” ยังไม่ให้ประกันตัว นอนเรือนจำต่อ

วันที่ 21 มี.ค.60-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 14.00 น. พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ ผู้ช่วยผบ.ทบ. เป็นประธานการแถลงข่าวการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ประจำปี 2560 โดยชายไทยที่มีชื่อต้องมาเกณฑ์ทหารในปีนี้ อาทิ นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นิสิตคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เคยออกมาเคลื่อนไหวไม่เห็นด้วยกับกรณีที่ชายไทยที่ต้องเกณฑ์ทหาร และเคยประกาศว่าเมื่อถึงเวลา จะไม่เข้ารับการตรวจเลือกทหาร นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว นักกิจกรรมนักศึกษา ที่เคลื่อนไหวตรวจสอบการใช้อำนาจของคสช.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับดารา-นักร้อง ที่ต้องตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ประจำปี 2560 อาทิ พีท พชร จิราธิวัฒน์  'มิกค์'มิกค์ ทองระย้า 'นนท์'ธนนท์ จำเริญ 'หนุ่ม'สมศักดิ์ รินนายรักษ์ The Voice 'ศรราม น้ำเพชร' นายศรราม อเนกลาภ พระเอกลิเกชื่อดัง นายอนรรฆ โกษะโยธิน บุตรชายนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯกทม. 

พล.ท.วีรชัย อินทุโสภณ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (นรด.) กล่าวถึงนายเนติวิทย์ ที่ต้องตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ประจำปี 2560 ว่า นายเนติวิทย์ เมื่อได้รับหมายก็ต้องเข้ารับการตรวจเลือกตามวันเวลาที่กำหนด คือวันที่ 4 เม.ย. 2560 หากไม่มาก็เท่ากับหลีกเลี่ยงและขัดขืน จะถูกร้องทุกข์กล่าวโทษเเละหน่วยทหารจะไปแจ้งความ ดำเนินคดีตามกฎหมาย  ศาลจะเป็นผู้ตัดสินความผิด หลังจากถูกตัดสินแล้วและในปีต่อไปจะต้องเข้ามาเป็นทหารทันทีโดยไม่ต้องผ่านการตรวจเลือก  โดยไม่ต้องมีการจับใบดำใบแดง 

"ไม่ว่านายเนติวิทย์ จะหนีไปไหน ก็หนีไม่พ้นต้องเข้ารับการตรวจเลือกทหาร เพราะการตรวจเลือกทหารนั้น เป็นหน้าที่ที่ชายไทยทุกคนจะต้องปฏิบัติเท่าเทียมกันหมด ถือเป็นกฎหมาย และคนที่ทำผิดกฎหมายก็ต้องมีโทษ มีคดีติดตัว และไม่สามารถเดินทางไปต่างประเทศ และเข้ารับราชการก็ไม่ได้ รวมถึงทำงานด้านอื่นๆ"พล.ท.วีรชัย กล่าว

พล.ท.วีรชัย กล่าวว่า หากมีสิทธิ์ผ่อนผันก็สามารถผ่อนผันได้จนจบการศึกษา ไม่ว่าจะรับการศึกษาทั้งในหรือต่างประเทศ  หากจบการศึกษาแล้วก็ต้องได้รับการตรวจเลือก ส่วนกรณีที่นายเนติวิทย์เคยเรียกร้องให้ยกเลิกระบบการเกณฑ์ทหารนั้น ก็เป็นเรื่องของนายเนติวิทย์ แต่เราเป็นคนไทยซึ่งชายไทยทุกคนมีหน้าที่ต้องเข้ารับราชการทหารด้วยตัวเอง เพราะเป็นกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติรับราชการทหาร  พ.ศ.2497

 พล.ท.วีรชัย กล่าวว่า ขอให้ความมั่นใจกับนายเนติวิทย์ว่า การเข้ามาเป็นทหารไม่ต้องกลัวว่าจะโดนกลั่นแกล้งเพราะไม่เคยคิดที่จะไปกลั่นแกล้งใคร การเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ข้อบังคับและกฎหมาย ซึ่งไม่มีใครสามารถอยู่เหนือกฎหมายได้ หากเจ้าหน้าที่ไปกลั่นแกล้งใครก็จะมีความผิด

เมื่อถามว่า หากนายเนติวิทย์ไปรับการตรวจเลือกแล้วไปแสดงสัญลักษณ์ในการต่อต้านจะดำเนินการอย่างไร พล.ท.วีรชัย กล่าวว่า การทำผิดกฎหมายหรือผิดระเบียบที่ทางราชการกำหนดก็ไม่สามารถทำได้ ทั้งนี้นายเนติวิทย์เข้ามาเป็นทหารถือว่าเป็นผลดีต่อตัวนายเนติวิทย์เองโดยได้รับการฝึกอบรม และจะเข้าใจอะไรมากขึ้น และจะเกิดประโยชน์ต่อตัวเอง ต่อไปในอนาคตนายเนติวิทย์เติบโตขึ้น ไปทำมาหากินก็จะมีความภาคภูมิใจว่าชีวิตหนึ่งเคยมีโอกาสเข้ามารับใช้ชาติ และปฏิบัติตามกฎหมาย คนเรามีความรู้เรียนกันมาตั้งสูง แต่จะมาหลีกเลี่ยงขัดขืนกฎหมายของประเทศ สมควรหรือไม่ ไม่เช่นนั้นจะเรียนหนังสือกันมาทำไม แล้ว มาบอกว่าไม่ยอมรับหรือไม่เข้าใจกฎหมาย มีประเทศไหนบ้างที่ให้ประชาชนขัดขืนกฎหมายของประเทศตัวเองไม่มีหรอก

พล.ท.วีรชัย กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีของจ่านิวที่มีคดีติดตัว ในเรื่องการขัดขืนคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)และการเคลื่อนไหวทางการเมืองนั้น เป็นคนละประเด็นกัน ซึ่งเป็นคดีที่ทำผิดกฎหมาย ก็ต้องดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม ส่วนจะผิดคุณสมบัติการเข้ารับการตรวจเลือกเป็นทหารหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ ว่าเขาถูกดำเนินคดีอะไรบ้าง แต่หากเขา อยู่ในระหว่างการถูกดำเนินคดี ก็ต้องไปขึ้นศาล สมมุติ ถ้าถูกศาลพิพากษาจำคุก 5 ปี ถูกจำคุก 5 ปีก่อน จะนำมาเกณฑ์ทหารตอนนี้คงไม่ได้ จนกว่าเขาจะพ้นโทษ หากคดียังไม่สิ้นสุดจะต้องมาเกณฑ์ทหารหรือไม่นั้นขอไปตรวจสอบข้อมูล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากนายเนติวิทย์ไม่มารับหมายเกณฑ์ จะมีความผิด จะมีโทษปรับไม่เกิน 300 บาท หรือ จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ และอีกกรณีหากรับหมายเกณฑ์แล้วไม่เข้ารับการตรวจเลือก ต้องโทษจำคุก 3 ปีและปรับ

ขณะที่นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ แกนนำกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ หรือจ่านิว โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก กรณีกองทัพบกมีการเปิดเผยรายชื่อคนดัง ถึงกำหนดเข้ารับการเกณฑ์ทหาร โดยระบุว่า

“เห็นข่าวว่าปีนี้ทางกองทัพบก มานะจัดทำลิสต์รายชื่อบุคคลที่ต้องเกณฑ์ทหาร โดยทำลิสต์นักกิจกรรมและนักเคลื่อนไหว ในปีนี้เป็นพิเศษ การเกณฑ์ทหารก็แทบเป็นเรื่องปกติของ ผู้ชายไทยที่ถือสัญชาติไทย ต้องผ่านกระบวนนี้อยู่ ผมก็เข้าใจว่า จะลิสต์รายชื่อผมกับเนติวิทย์ มาทำเพื่ออะไร ดูแล้วน่าจะมีเจตนาแอบแฝงอย่างแน่นอน”สิรวิชญ์ กล่าว

“แม้ผมจะไม่เห็นด้วยกับการเกณฑ์ทหาร แต่ผมก็ไม่ได้ปฎิเสธกระบวนการตามกฎหมาย ก็ไปรายงานตัวและผ่อนผันตามขั้นตอน ซึ่งปีนี้ผมก็ได้เตรียมตัวไปตามวันนัด ซึ่งในวันตรวจเลือกก็ทำตามขั้นตอนไป อย่าได้มีสิ่งผิดปกติหรือเล่นตุกติกก็แล้วกัน ไม่นั้นผมจะด่ากราดกันตั้งแต่เสมียนยันประธานกรรมการตรวจเลือกกันเลยทีเดียว ผมถือว่าผมทำตามขั้นตอนตามกฎหมายในฐานะพลเมือง ไม่เคยขาดการรายงานตัวจากการผ่อนผัน ทางกองทัพอย่าเล่นตุกติงหรือใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองแล้ว กองทัพเห็นผมไม่ต่างกับปฏิปักษ์ คนในกองทัพบางคนก็เคยทำระยำกับผมไม่น้อย ตอนนี้ผมไม่มีความไว้วาง แต่ในวันตรวจเลือกผมจะไป จะได้รู้กัน” นายสิรวิชญ์ระบุ

ขณะที่ในวันนี้่ เมื่อเวลา 16.30 น. ที่ศาลจังหวัดขอนแก่น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ศาลจังหวัดขอนแก่นได้ทำการเบิกตัวนายจตุภัทร์  บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน ผู้ต้องหาตามความผิดประมวลกฎหมายอาญา  มาตรา112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาทำการตรวจเอกสาร หลักฐานและสอบพยาน ตามการพิจารณาคดีนัดแรก โดยศาลจังหวัดขอนแก่น ได้ให้ผู้ต้องหาและทนายความได้ทำการตรวจพยานและตรวจเอกสารหลักฐานต่างๆตามขั้นตอนต่างๆนานกว่า 8 ชั่วโมง จึงทำการส่งตัวผู้ต้องหากลับไปคุมขังที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่นตามเดิม
               
น.ส.ภาวิณี  ชุมศรี ทนายความ กล่าวว่า การเตรียมการเพื่อสู้คดีและการหารือร่วมกับจำเลยที่ผ่านมาไม่ได้รับการอำนวยความสะดวกจากสถานที่คุมขังเท่าที่ควร โดยอนุญาตให้ทนายความหารือกับจำเลยเรื่องคดีความในห้องเยี่ยมญาติ ดังนั้นการเตรียมเอกสาร หลักฐานและการปรึกษาคดีต่างๆๆจึงไม่สะดวก ทีมทนายความจึงทำเรื่องต่อศาลเพื่อแจ้งเรื่องดังกล่าวและขอเตรียมการต่อสู้คดีต่อศาลในช่วงเช้าซึ่งศาล ได้อนุญาตทำให้ช่วงเช้าเป็นการพิจารณาคดีแบบเปิดเยและเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายเข้าหารือกับจำเลย จนสามารถเตรียมเอกสารหลักฐานต่างๆได้อย่างครบถ้วน จากนั้นในช่วงบ่ายเข้าสู่การตรวจสอบพยาน ซึ่งฝ่ายโจทย์ คืออัยการจังหวัดได้นำเสนอต่อศาล ซึ่งประกอบด้วยพยาน 19 คน เอกสาร 20 รายการและซีดี 4 ชุด นำเสนอต่อศาลตามฐานความผิด พรบ.คอมพิวเตอร์ และ ประมวลกฎหมายอาญา  มาตรา112 ซึ่งทีมทนายฝ่ายจำเลยได้คัดค้านตลอด
               
“ ทนายฝ่ายจำเลยได้ขอเวลาศาล 15 วัน ในการรวบรวมเอกสาร พยานลักฐานต่างๆเพื่อต่อสู้คดี หลังจากที่ผ่านมาไม่สามารถที่จะเตรียมการได้ ซึ่งศาลท่านได้อนุญาตและให้เวลา 15 วัน นับจากวันนี้ในการที่จะรวบรวมเอกสาร พยานและหลักฐานต่างๆ เพื่อที่จะนำเสนอต่อศาลว่าฝ่ายจำเลยจะใช้พยานหลักฐานใดบ้างในการต่อสู้คดี ขณะที่การนัดพร้อมอีกครั้งหลังจากนี้ตามขั้นตอนของการสืบพยานแลพิจารณาไต่สวน ทั้งฝ่ายโจทย์และฝ่ายจำเลยได้ ขอเวลา 5 วัน ซึ่งศาล ท่านก็อนุญาต โดยได้ข้อสรุป ในส่วนของฝ่ายโจทย์ในการสอบพยาน ในวันที่ 3,4,14,16,17 ส.ค. ขณะที่ฝ่ายจำเลยขอสอบพยานในวันที่ 30-31 ส.ค.และ 5,6,7 ก.ย.โดยศาลได้ลงบันทึกในรายงานศาลทั้งหมด”
                
น.ส.ภาวิณี กล่าวต่ออีกว่า ได้ยื่นขอประกันตัวต่อศาลชั้นต้น อีกครั้ง ด้วยเงินสด 700,000 บาท พร้อมทั้งเงื่อนไขที่แถลงต่อศาลทั้งในเรื่องของการที่จำเลยพร้อมปฎิบัติตามคำสั่งของศาลทั้งหมด การไม่เคลื่อนไหวทางการเมืองและขอมารายงานตัวต่อศาลทุก 30   วัน โดยศาลชั้นต้นได้พิจารณาและยกคำร้องไม่อนุญาตการประกันตัวจำเลย และส่งตัวกลับไปคุมขังอยู่ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น ตามเดิมอย่างไรก็ตามทีมทนายความหารือในการยื่นขออุทธรณ์อีกครั้งในสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ตามในช่วงของการพิจารณาคดีและต่อสู้คดีนั้นศาล ยังคงให้ทีมทนายความของจำเลยทำเรื่องมาเพื่อขอเบิกตัวจำเลยมาเพื่อเตรียมเอกสารหลักฐานและติดตามความคืบหน้าทางคดี โดยจะอนุญาตเป็นครั้งๆไป โดยให้ใช้ศาลจังหวัดขอนแก่นเป็นสถานที่พบกันระหว่างจำเลยกับทีมทนายความ ต่อจากนี้ไป