Breaking News การเมือง ข่าว

ดีเอสไอเร่งขยายผลเครือข่าย “โกตี๋” พาดพิงตระกูล “เรืองสุวรรณ” 

วันที่ 28 มี.ค.60- พ.ต.อ.ไพสิฐ วงษ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กล่าวถึงการสอบสวนคดี 9 ผู้ต้องหาเครือข่ายก่อการร้ายของนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋  เเกนนำนปช.ปทุมธานี ซึ่งครอบครองอาวุธยุทธภัณฑ์ที่ชิงไปจากเจ้าหน้าที่ทหารในปี 2553 ล่าสุดได้มอบให้พ.ต.อ.ยุทธนา แพรดำ ผู้เชี่ยวชาญคดีพิเศษ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนตรวจสอบคำให้การที่ผู้ต้องหาได้ให้ปากคำไว้ในชั้นตำรวจเพื่อนำมาขยายผลถึงผู้ที่เกี่ยวข้องรายอื่นๆ เมื่อได้ข้อมูลหลักฐานพอสมควร จะเข้าไปสอบปากคำผู้ต้องหาในเรือนจำ เพื่อตรวจสอบว่าคำให้การที่พาดพิงถึงกลุ่มบุคคลต่างๆตามที่ปรากฎเป็นข่าว 

"ซึ่งรวมถึงบุคคลในตระกูลเรืองสุวรรณ ว่า มีหลักฐานสนับสนุนอย่างไรบ้าง ยืนยันว่าคดีนี้ต้องดำเนินการไปตามหลักฐาน การจะดำเนินการใดๆต้องมีพื้นฐานมาจากพยานหลักฐาน คงไม่ใช้เพียงการกล่าวอ้างของผู้ต้องหาเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ดีเอสไอขอเวลาสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อขยายผลทางคดีให้ถึงที่สุด มั่นใจว่าจะแล้วเสร็จภายในกำหนดฝากขัง"อธิบดีดีเอสไอกล่าว

อธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงการติดตามตัวพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานีว่า ชุดสืบสวนยังคงตรวจสอบข้อมูลการข่าวเพื่อติดตามจับกุมตัวพระธัมมชโยมาดำเนินคดีให้ได้ ซึ่งถือเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่ต้องดำเนินการเพื่อให้ได้ตัวผู้ต้องหามาส่งฟ้อง ดีเอสไอไม่สามารถหยุดดำเนินการในทางกฎหมายได้ โดยข้อมูลการข่าวยังเชื่อว่าพระธัมชโยยังหลบซ่อนอยู่ในประเทศ

ด้านพ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผู้บัญชาการสำนักคดีการเงินการธนาคาร เปิดเผยว่า ดีเอสไอได้ส่งหนังสือไปยังบริษัทหลักทรัพย์ตามที่ปรากฎข้อมูลในเส้นทางธุรกรรมการเงินจากวัดพระธรรมกายนำออกไปเล่นหุ้นในกลุ่มต่างๆ โดยกำหนดให้ส่งข้อมูลหลักฐานกลับมายังพนักงานสอบสวนโดยเร็วเพื่อนำมาวิเคราะห์ผู้รับประโยชน์ปลายทางจากการนำเงินบริจาคไปเล่นหุ้น นอกจากนี้ยังได้เร่งดำเนินการกับกลุ่มพระสงฆ์ที่นำเงินบริจาคของวัดไปซื้อที่ดิน ซึ่งจะทยอยออกหมายเรียกเข้าให้ปากคำเร็วๆนี้

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีการติดตามตัวนายวุฒิพงศ์  ซึ่งมีกระแสข่าวว่าหนีจาก สปป.ลาวเข้าไปประเทศเวียดนามว่า หน่วยงานด้านความมั่นคงกำลังติดต่อพูดคุยกันอยู่ ทั้งนี้ตนไม่ทราบว่านายวุฒิพงศ์หลบหนีเข้าประเทศเวียดนามแล้ว เพราะกระทรวงการต่างประเทศไม่ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของนายวุฒิพงศ์ เพราะมีเรื่องอื่นสำคัญกว่า แต่หากหน่วยงานฝ่ายความมั่นคงประสานขอความร่วมมือมา กระทรวงการต่างประเทศพร้อมให้ความร่วมมือตามขั้นตอน และเชื่อว่าจะไม่เป็นปัญหา เพราะไทยมีความสัมพันธ์ในด้านความมั่นคงกับต่างประเทศอยู่ และต่างประเทศก็พร้อมให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี