Breaking ข่าว

จับแล้ว! มือตีหัว กรรมการมวย อ้าง แค่ต้องการสั่งสอน ไม่มีใครจ้างวาน 

วันที่ 29 มี.ค.60–ที่สน.บางเขน  พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. แถลงผลการจับกุมตัวนายจิระพันธ์ โกยทรัพย์ อายุ 36 ปี พักบ้านเลขที่ 50 ม.16 ต.ตอนแรด อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาเลขที่ 768/2560 ลงวันที่ 27 มีนาคม 2560 ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีใบอนุญาต ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุได้อันตรายแก่กายหรือจิตใจ โดยสามารถจับกุมตัวได้บริเวณด่านตรวจคนเข้าเมืองถาวรช่องจอม จ.สุรินทร์ เมื่อวันที่ 28 มี.ค. ที่ผ่านมา

พล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผยว่า จากแนวทางการสืบสวนทราบว่าตัวนายจิระพันธ์ โกยทรัพย์ เป็นผู้ช้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่มีคนร้ายอีกคนเป็นคนขับ ก่อนนายจิระพันธ์ จะใช้ไม้ตีศรีษะนายอุดม ดีกระจ่าง อายุ 59 ปี ประธานกรรมการฝ่ายเทคนิคของสนามมวยดังกล่าวจนได้รับบาดเจ็บ ขณะเดียวกันนายอนุชา ประทุมมา อายุ 24 ปี รปภ.ที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุได้เข้ามาช่วยเหลือจนถูกคนร้ายอีกคนที่คร่อมรถจยย.อยู่ยิงใส่จนชีวิต หลังก่อเหตุคนร้ายได้ขับรถหลบหนีไป ต่อมาพนักงานสอบสวน สน.บางเขน ได้รวบรวมพยานหลักฐานเสนอศาลอาญาและศาลอาญาได้อนุมัติออกหมายจับจนสามารถติดตามจับกุมได้ในเวลาต่อมา

นายจิระพันธ์ ให้การอ้างว่า ตนยอมรับว่าเป็นผู้ก่อเหตุใช้ไม้ตีนายอุดมจริง ที่ทำไปเพียงเพื่อจะสั่งสอนเท่านั้น เนื่องจากตนเองไม่พอใจในการตัดสินมวยของกรรมการทั้งๆที่รูปมวยน่าจะชนะแต่กลับแพ้คะแนน อีกทั้งทำให้ตนเสียพนันไปกว่า 2 หมื่นบาท ซึ่งการกระทำของตนในครั้งนี้ไม่ได้รับว่าจ้างมาจากใคร อีกทั้งตนเองต้องการสั่งสอนกรรมการที่อยู่ในวงการมวยไม่ให้โกงการตัดสินอีก เรื่องนี้คนในวงการมวยก็รู้ดี ส่วนกรณีที่ รปภ. ถูกยิง ตนตกใจกับการกระทำของเพื่อนซึ่งถ้าก่อนหน้านี้รู้ว่ามีการพกอาวุธปืนมาด้วยนตนก็จะไม่ชวนมา ตนขอโทษญาติผู้เสียชีวิตด้วยที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น

หลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าวเจ้าหน้าที่ได้พาตัวนายจิระพันธ์ ไปชี้จุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพจำนวน 3 จุด จุดแรก บริเวณด้านหน้าสนามมวยลุมพินี ซึ่งเป็นจุดที่ตนลงมือใช้ไม้ตีนายอุดม และเป็นที่นายอนุชา ประทุมมา อายุ 24 ปี รปภ. ถูกยิงจนเสียชีวิต จุดที่สอง บริเวณคูน้ำเลียบกำแพงศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก รามอินทรา ห่างจากสนามมวยประมาณ 800 เมตร เป็นจุดที่นายจิระพันธ์โยนท่อนไม้ที่ใช้ก่อเหตุทิ้ง และจุดสุดท้ายบริเวณซอยด้านข้างห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล รามอินทรา ซึ่งเป็นจุดที่นายจิระพันธ์ข้ามถนนมาขึ้นรถจักรยานยนต์รับจ้างเพื่อหลบหนี และจุดนี้เองเป็นจุดที่ทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่าก่อนที่นายจิระพันธ์ จะขึ้นรถหลบหนีได้ถอดหมวกกันน็อกออก จนกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพใบหน้านายจิระพันธ์ได้ จนนำมาสู่การจับกุม

ด้านทางเจ้าหน้าที่ ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของนายจิระพันธ์ และยังคงติดตามผู้ร่วมก่อเหตุที่ยังหลบหนีอยู่ต่อไป เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา นายจิระพันธ์ ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวโดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้น ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสน.บางเขนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป