ข่าว ทั่วไทย

ทหารเรือรับ 3หมื่นล้าน บูมอู่ตะเภา

วันนี้ (30 มี.ค. 60) – หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ  ฉบับที่ 3248 ระหว่างวันที่ 30 มี.ค. – 1 เม.ย. 2560 สื่อในเครือสปริง กรุ๊ปรายงานว่า ผ่าแผน 5 ปี กองทัพเรือ ขับเคลื่อนเฟสแรก สนามบินอู่ตะเภารับอีอีซี หลังรัฐบาลไฟเขียวกรอบงบลงทุนร่วม 3 หมื่นล้าน เร่งทำแผนดึงเอกชนพัฒนา 4 โครงการ ก่อนลุยเฟส 2 อีก 1.6 แสนล้านเน้นพีพีพี 

การพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาเป็นส่วนหนึ่งของแผนการบูมการลงทุนระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรืออีอีซี ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกองทัพเรือ หลังแอร์บัสนำร่องศึกษาความเป็นไปได้ลงทุนศูนย์ซ่อมอากาศยาน MRO ร่วมกับการบินไทยแล้ว ยังมีอีกหลายโครงการตามมา

พลเรือเอก ทวีชัย บุญอนันต์ ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพเรือ เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า กองทัพเรือให้การสนับสนุนอีอีซีอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะแผนการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา ซึ่งอยู่ระหว่างการทำแผนแม่บทเพื่อใช้พื้นที่ทั้งหมด 6 พันไร่ จะต้องแล้วเสร็จภายในปีหน้า แต่เบื้องต้นเห็นว่าบางโครงการมีศักยภาพพร้อมพัฒนาได้ก่อน จึงได้เสนอของบราว 3 หมื่นล้านบาท จากรัฐบาลโดยผ่านกองทัพเรือซึ่ง ครม.ได้เห็นชอบในหลักการแล้ว 

“งบดังกล่าวจะนำมาลงทุนในสนามบินอู่ตะเภาระยะที่ 1 จากนั้นจะผลักดันโครงการพัฒนาระยะที่ 2 ใช้งบลงทุนราว 1.6 แสนล้านบาท โดยจะเปิดให้มีการลงทุนในแบบพีพีพี รวมการลงทุนทั้ง 2 ระยะกว่า 1.9 แสนล้านบาท จะมีทร.ร่วมลงทุนด้วยหรือไม่หรือรูปแบบการร่วมทุนจะเป็นอย่างไร อยู่ระหว่างการศึกษาของบริษัทที่ปรึกษา”

สำหรับการพัฒนาเฟสแรก ประกอบด้วย 1. ศูนย์ซ่อมอากาศยาน (Maintenance Repair and Overhaul) หรือ MRO 2.ศูนย์ขนส่งสินค้าทางอากาศและระบบโลจิสติกส์ (Air Cargo and Logistics Hub) 3.เทรนนิ่งเซ็นเตอร์หรือศูนย์ฝึกอบรมด้านการบิน และ 4.ทางวิ่งเส้นที่ 2 ความยาว 3.5 พันเมตร ลงทุนราว 8 พันล้านบาท ซึ่งกองทัพเรือจะใช้งบที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล 3 หมื่นล้านบาท มาดำเนินการในส่วนสาธารณูปโภค อาคารทดสอบเครื่องยนต์ รันเวย์ 2 ที่จะรองรับธุรกิจศูนย์ซ่อม MRO รวมถึงพิจารณาเลือกบริษัทที่มีศักยภาพเข้ามาพัฒนา

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

การลงทุนใน 4 โครงการระยะแรกทร.มองว่าต้องเริ่มจากการสนับสนุนงบจากรัฐบาลผ่านมาทางกองทัพเรือเป็นเหตุผลเรื่องของความมั่นคงในประเทศ โดยเฉพาะความเป็นเจ้าของในทรัพย์สินต่างๆ ส่วนการเลือกเอกชนเข้ามาร่วมพัฒนา จะเน้นการลงทุนในเรื่องเทคโนโลยีและระบบต่างๆ ในการเปิดให้บริการและจะคัดเลือกผู้เหมาะสมเข้ามาลงทุน โดยจะสนับสนุนธุรกิจคนไทยเป็นหลัก อย่างศูนย์ซ่อม MRO ก็เห็นว่าการบินไทยมีศักยภาพ แต่ที่ต้องดึงแอร์บัส เข้ามาร่วมศึกษาและต่อยอดให้เกิดการร่วมลงทุนระหว่างการบินไทยและแอร์บัส ก็เป็นเพราะศูนย์ซ่อมที่จะเกิดขึ้นเป็นระดับโลกการลงทุนด้านเทคโนโลยีสูง ส่วนเรื่องแอร์คาร์โก ก็จะให้บริษัทของไทยเป็นผู้ดำเนินการ สำหรับเทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ ได้เลือกให้สถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) บริการศูนย์ฝึกอบรมด้านการบินในทุกเรื่อง