ข่าว

ส่อเเววเลื่อนใช้ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า เตรียมชงรายได้เช่าพท.สายสีม่วง

วันนี้ (10 เม.ย. 60) – การพิจารณาหาผู้พัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ของรถไฟฟ้าสายสีม่วง มีความคืบหน้ามากขึ้น เมื่อการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.)กำลังเตรียมเรื่องเพื่อเสนอคณะกรรมการ รฟม.ที่มี พล.อ.ยอดยุทธ บุญญาธิการ เป็นประธาน อีกรอบหนึ่ง หลังจากเดือนพ.ย.2559 ที่ผ่านมา คณะกรรมการฯ มีมติให้เปลี่ยนรูปแบบจากการเจรจาตรงกับผู้เดินรถไฟฟ้าสายสีม่วง มาเป็นการเปิดประมูล เพื่อให้มีความโปร่งใสมากกว่าการเจรจาตรงกับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ(BEM)ผู้รับจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีม่วง

นายธีรพันธ์ เตชะศิรินุกูล รองผู้ว่าการ รฟม. กล่าวว่า รฟม.กำลังกำหนดรูปแบบการประมูลหาผู้พัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ บนสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วง ตาม พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ซึ่งคาดว่าจะเสนอคณะกรรมการ รฟม.พิจารณาได้ภายใน 2 เดือน และคาดว่าจะเริ่มพัฒนาได้ภายในปี 2560

แผนการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ของ รฟม.จะทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น เพื่อนำมาอุดหนุนการเดินรถ

ที่ผ่านมา รฟม.ได้ศึกษาแผนรายได้รถไฟฟ้าสายสีม่วงไว้ 2 ส่วน คือ 1.รายได้จากค่าโดยสาร และ 2. รายได้จากเชิงพาณิชย์ ซึ่งครอบคลุมร้านค้าปลีก พื้นที่โฆษณา และแบ่งสถานีรถไฟฟ้า 16 สถานี ออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่ม A มีศักยภาพการพัฒนาเชิงพาณิชย์สูง มี 3 สถานี คือ สถานีตลาดบางใหญ่, สถานีแยกนนทบุรี 1 และสถานีเตาปูน เช่าเดือนละ 1,200 บาท ต่อ ตารางเมตร กลุ่ม B มีศักยภาพปานกลาง มี 3 สถานี คือ คลองบางไผ่, บางพลู และกระทรวงสาธารณสุข อัตราเช่าเดือนละ 1,100 บาท ต่อ ตารางเมตร และกลุ่ม C มีศักยภาพต่ำ 10 สถานี เช่น สถานีบางใหญ่, สะพานพระนั่งเกล้า, ศูนย์ราชการนนทบุรี, บางซ่อน ค่าเช่าเดือนละ 1,000 บาท ต่อ ตารางเมตร

แม้ว่ากระทรวงคมนาคม จะพยายามเร่งรัดการดำเนินการระบบตั๋วร่วมซึ่งมีเป้าหมายต้องการให้เริ่มใช้ได้ในเดือนมิ.ย.ปีนี้ แต่ทว่า ก็อาจไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เพราะนโยบายหลักคือต้องการให้ใช้กับระบบรถไฟฟ้าที่เปิดให้บริการในปัจจุบันเป็นเรื่องแรก ทั้งรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สายสีม่วง สายสีเขียวและแอร์พอร์ตลิงก์

แต่ทว่า จากการเจรจากับผู้ให้บริการ 2 รายคือ บีทีเอสและบีอีเอ็ม ที่จะต้องลงทุนปรับปรุงระบบเดิม ต้องใช้เงินรายละกว่า 100 ล้านบาทยังไม่เรียบร้อยและประเมินว่าการใช้ระบบตั๋วร่วมจะเริ่มใช้งานได้อย่างเร็วที่สุดต้นปีหน้า

ส่วน รถไฟฟ้าสายสีม่วง และแอร์พอร์ตเรลลิงก์ จะเริ่มปรับปรุงระบบได้ก่อน เนื่องจากเป็นของรัฐ โดยการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย และบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ได้ของบประมาณหน่วยงานละกว่า 100 ล้านบาท และจัดทำร่าง TOR เปิดประมูลหาผู้ปรับปรุงระบบแล้ว โดยคาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 7-8 เดือน ซึ่งจะเร็วกว่า BTS และ สายสีน้ำเงิน (MRT)

นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี ปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม ได้ให้ผู้เกี่ยวข้องเร่งรัดการดำเนินงานเพื่อให้เปิดใช้ระบบตั๋วร่วมได้ตามนโยบายในเดือนมิ.ย.นี้

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

โดยตามแผนงานนั้นต้องการให้เปิดใช้กับรถไฟฟ้า 4 สายในปัจจุบันก่อนเป็นกลุ่มแรก รวมถึงรถเมล์ และทางด่วน, กลุ่มที่ 2 เป็นรถไฟฟ้าสายใหม่ ใช้ได้ทันทีเมื่อเปิดให้บริการ และส่วนที่ 3 เป็นระบบนอกภาคขนส่ง เช่น ร้านค้า ร้านสะดวกซื้อ ธนาคารต่างๆ ที่ผู้ถือบัตรจะสามารถเข้าไปชำระเงินหรือเติมเงินได้สะดวก โดยได้มีการหารือกับ เครือเซ็นทรัลและซีพีเบื้องต้นแล้ว ซึ่งส่วนนี้ หากติดระบบ จะสามารถใช้งานได้ทันทีเช่นกัน