Breaking ข่าว

อุทธรณ์ยกฟ้อง “สมยศ” หมิ่นฯ “ชัจจ์”

วันที่ 10 เม.ย.60-ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษกว่า ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ อ.1396/2556ที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง  อดีต ผบ.ตร. เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก อดีต รมช.มหาดไทย เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา326และ328

          
ตามฟ้องพล.ต.อ.สมยศ เมื่อวันที่ 11 เม.ย.2556 บรรยายพฤติการณ์สรุปว่าวันที่ 20 – 25ม.ค.2556 พล.ต.ท.ชัจจ์ ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก ฉบับวันที่ 25 ม.ค.2556 และสื่อมวลชนโดยมีเจตนาให้บุคคลอื่นเข้าใจว่าพล.ต.อ.สมยศเป็นคนไม่ดี และใช้อำนาจในทางที่ผิด ทำให้พล.ต.อ.สมยศเสื่อมเสียชื่อเสียง ขณะที่พล.ต.ท.ชัจจ์ให้การปฏิเสธต่อสู้คดี

          
โดยศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 4 มี.ค.2559 ว่า ให้ยกฟ้อง เนื่องจากเห็นว่า การสัมภาษณ์ทำนองว่ามีการใช้ลูกน้องไปทำให้พยานในคดีเพิกถอนการโอนหุ้น ถูกขึ้นบัญชีห้ามเดินทางเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งปี 2553พล.ต.อ.สมยศกับภรรยาพล.ต.ท.ชัจจ์ มีข้อพิพาทคดีเพิกถอนการโอนหุ้นบริษัท แอสเซ็ทมิลเลี่ยน จำกัดนั้น  เป็นการพูดเพื่อปกป้องรักษาสิทธิในทางคดีแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริตด้วยความชอบธรรม ป้องกันส่วนได้ส่วนเสียของตนเอง ตามมาตรา329 (1)จึงไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา พิพากษายกฟ้อง ต่อมา พล.ต.อ.สมยศยื่นอุทธรณ์

          
ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษากันแล้ว เห็นว่าตามทางนำสืบอ้างถึงข้อความที่มีการเผยแพร่ใน นสพ.คมชัดลึก ที่ทำให้บุคคลอื่นเข้าใจว่าพล.ต.อ.สมยศใช้บริวารและอำนาจทำให้ผู้ตรวจบัญชีเกี่ยวกับคดีหุ้นของภรรยาพล.ต.ท.ชัจจ์ถูกขึ้นบัญชีดำ ไม่สามารถเข้าประเทศได้ และยังมีข้อความปรากฏในสำนักข่าวอิศราทำนองว่าเป็นความละโมบโลภมากของคนที่ไม่รู้จักพอ… ซึ่งพล.ต.อ.สมยศเบิกความเป็นพยานเอง ระบุว่าพล.ต.ท.ชัจจ์ให้สัมภาษณ์หมิ่นประมาท ขณะที่พล.ต.ท.ชัจจ์ให้การว่า ไม่เคยให้สัมภาษณ์ด้วยข้อความลักษณะดังกล่าว โดยพล.ต.อ.สมยศได้มีผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศรา มาเป็นพยาน ซึ่งได้ตอบคำถามค้านระบุว่าได้ใช้โทรศัพท์มือถือพร้อมระบุหมายเลข โดยสัมภาษณ์พล.ต.ท.ชัจจ์เมื่อวันที่ 25 ม.ค.2556 และรับว่าข้อความส่วนหนึ่งก็คัดลอกมาจาก นสพ.คมชัดลึก แต่ไม่รู้ว่า นสพ.คมชัดลึก สัมภาษณ์มาเองหรือไม่

        
ขณะที่พล.ต.ท.ชัจจ์ได้ต่อสู้ว่าปกติ   ตนไม่ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ แต่หากมีการใช้โทรศัพท์จะเป็นเพียงการแจ้งหมายสำคัญ และพล.ต.ท.ชัจจ์ยังมีผู้จัดการบริษัทค่ายโทรศัพท์มือถือเป็นพยานเบิกความถึงการใช้หมายเลขโทรศัพท์ของผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศราว่า หมายเลขโทรศัพท์ที่อ้างถึงนั้น ครั้งแรกมีการลงทะเบียนเมื่อเดือน มี.ค.2555 ในชื่อบุคคลอื่น กระทั่งมีการยกเลิกไปในเดือน พ.ย.2555 แล้วมาจดทะเบียนในชื่อของผู้สื่อข่าวอิศราเมื่อวันที่ 4 มี.ค. 2556

          
ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วเห็นว่า ตามบันทึกการใช้หมายเลขโทรศัพท์ดังกล่าวมีพิรุธ ยังไม่แน่ว่าผู้สื่อข่าวอิศราได้ใช้โทรศัพท์โทรสัมภาษณ์พล.ต.ท.ชัจจ์เมื่อวันที่ 25 ม.ค. 2556 หรือไม่ ซึ่งผู้จัดการบริษัทมือถือได้เบิกความระบุว่า ระหว่างที่มีการปิดหมายเลขเดือน พ.ย.2555 ถึงวันจดทะเบียนใหม่ 4 มี.ค.2556 ไม่ปรากฏว่ามีการแจ้งลงทะเบียนใช้หมายเลขโทรศัพท์ดังกล่าว

         
ส่วนข้อความที่มีการอ้างถึงตามฟ้องนั้น ก็เป็นข้อความเชิงเปรียบเทียบตามคติธรรม ตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัย อีกทั้งถ้อยคำไม่ได้ระบุชื่อพล.ต.อ.สมยศชัดแจ้ง และปรากฏว่าระหว่างนั้นได้มีข้อพิพาทเกี่ยวกับคดีการโอนหุ้นระหว่างพลต.อ.สมยศและภรรยาพลต.ท.ชัจจ์   ดังนั้นการสัมภาษณ์ของพล.ต.ท.ชัจจ์จึงเป็นการแสดงความเห็นเพื่อความเป็นธรรม ปกป้องสิทธิประโยชน์ ตาม ม. 329 (1) ประกอบกับยังได้ความจากการถามค้านพยานเกี่ยวกับการสัมภาษณ์ของผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศราที่ยอมรับว่าได้คัดลอกส่วนหนึ่งมาจาก นสพ.คมชัดลึก ดังนั้นข้อความที่ระบุว่าเป็นความละโมบนั้น อาจเกิดจากการสรุปความของผู้สื่อข่าวเอง พยานหลักฐานพล.ต.อ.สมยศจึงยังไม่อาจรับฟังได้ว่าการกระทำของพล.ต.ท.ชัจจ์เป็นความผิดตามฟ้อง อุทธรณ์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืนให้ยกฟ้องตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

       
ภายหลัง พล.ต.ท.ชัจจ์ กล่าวว่า สำหรับ พล.ต.อ.สมยศ นั้นตนได้ยื่นฟ้องกลับแล้วฐานฟ้องเท็จและเบิกความเท็จ ขณะนี้อยู่ระหว่างการนำพยานเข้าไต่สวนมูลฟ้องของศาลอาญา  ส่วนคดีระหว่างภรรยาตน กับ พล.ต.อ.สมยศ เรื่องหุ้นนั้นก็จบลงไปหลายคดีแล้ว ที่ผ่านมาคดีไหนสามารถไกล่เกลี่ยได้ศาลก็พยายามไกล่เกลี่ย โดยภรรยาของตนพยายามที่จะมาทุกนัดที่มีการไกล่เกลี่ย แต่เป็นพล.ต.อ.สมยศ ที่ไม่ค่อยจะมาตอนที่นัดไกล่เกลี่ยกัน

         
พล.ต.ท.ชัจจ์ กล่าวอีกว่า ส่วนตัวก็ยังมีคดีเรื่องการแจ้งทรัพย์สินอันเป็นเท็จ ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่จำได้ก็6คดี เป็นคดีของตน3คดี และร่วมกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อีก3คดี

           
ด้านนายธนิตศักดิ์ รุ่งพิสุทธิ์โสภณทนายความของ พล.ต.ท.ชัจจ์ กล่าวถึงคดีที่ได้ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.สมยศ กลับในข้อหาฟ้องเท็จต่อศาลอาญาว่า พล.ต.ท.ชัจจ์ ได้มอบอำนาจให้ยื่นฟ้องคดีดังกล่าวเมื่อช่วงต้นปี 2560 ที่ผ่านมา โดยยื่นฟ้อง พล.ต.อ.สมยศ,ทนายความ และผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศรา เป็นจำเลยต่อศาลอาญา ซึ่งศาลเคยนัดให้จำเลยมาพบกับโจทก์เพื่อไกล่เกลี่ยก่อนการไต่สวนมูลฟ้องแล้วถึง 2 ครั้ง แต่ พล.ต.อ.สมยศ ไม่ได้เดินทางมาคงมีแต่เพียงผู้สื่อข่าวที่ถูกฟ้องร่วมด้วยเท่านั้นที่มาศาล เมื่อยังไม่สามารถดำเนินการไกล่เกลี่ยได้ ศาลอาญาจึงนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ครั้งแรกในวันที่ 24 เม.ย. 2560 นี้