ข่าว

รู้จักว่าที่สองผู้นำตราไก่ มาครงต้าน”ชาตินิยม” เลอ เเปน”ฝรั่งเศสมาก่อน

วันนี้ (24 เม.ย. 60) – ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศสครั้งล่าสุดนั้นว่า นายเอมมานูเอล มาครง ผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศส ที่ผ่านเข้าสู่การเลือกตั้งรอบ 2 เรียกร้องให้ทุกฝ่ายสนับสนุนต่อต้านกระแสชาตินิยม

โดยผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศสที่มีแนวคิดสายกลาง กล่าวหลังทราบผลการเลือกตั้งรอบแรก เมื่อวานนี้(23 เม.ย.) โดยขอบคุณผู้สนับสนุนทุกคนที่ลงคะแนนให้นายมาครงผ่านเข้าสู่การเลือกตั้งรอบสอง และเรียกร้องให้ชาวฝรั่งเศสผู้รักชาติทุกคนสนับสนุนในการต่อต้านกระแสชาตินิยม ซึ่งหมายถึงการชิงชัยกับนางมารีน เลอ แปน ผู้ท้าชิงสายขวาจัด คู่แข่งในการเลือกตั้งรอบสอง ที่จะมีขึ้นในวันที่ 7 พ.ค.

นายมาครง ปัจจุบันอายุ 39 ปี ซึ่งไม่เคยลงสมัครรับเลือกตั้งมาก่อนหน้านี้เลย และเพิ่งลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ในนามพรรค ออง มาร์ช ("En Marche!") ซึ่งเพิ่งจะก่อตั้งขึ้นได้เพียง 1 ปีเท่านั้น แต่ตอนนี้กลายเป็นตัวเก็งว่าจะเป็นผู้ชนะในการเลือกตั้งรอบสอง โดยนายมาครงกล่าวด้วยว่า จะหาเสียงส่วนใหญ่ในสภา เพื่อที่จะเตรียมจัดตั้งรัฐบาลในเดือนมิ.ย. หลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้งรอบที่สองแล้ว

261243

ส่วนนายฟรองซัวร์ ฟิยง ผู้ท้าชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีฝรั่งเศส จากพรรคสายอนุรักษ์นิยม ที่พลาดจากการเลือกตั้งรอบแรกออกมากล่าวกับผู้สนับสนุนหลังทราบว่า  นายมาครง ผู้สมัครที่มีแนวทางสายกลาง และนาง เลอ แปน ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งรอบแรก ผ่านเข้าไปสู่การเลือกตั้งในรอบสอง โดยนายฟิยงกล่าวว่า ตอนนี้ชาวฝรั่งเศสไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากลงคะแนนให้นาย มาครง เพื่อสกัดฝ่ายขวาจัด

ด้านผู้สนับสนุนนายฟิยง กล่าวว่า รู้สึกผิดหวังกับผลการเลือกตั้งที่ออกมาเมื่อพบว่า นายฟิยงพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งรอบแรก ทั้งนี้ในช่วงก่อนการเลือกตั้ง นายฟิยงต้องพยายามเรียกคะแนนนิยมกลับคืนมาหลังจากต้องเผชิญกับข้อกล่าวหาหลายด้าน โดยเฉพาะเรื่องการจ้างคนในครอบครัวเข้ามาทำงาน และรับเงินค่าจ้างไปโดยที่ไม่เคยมาทำงานเลย แม้ว่านายฟิยงจะปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่ก็ไม่ทำให้คะแนนเสียงเพียงพอที่จะเข้าสู่การเลือกตั้งรอบต่อไป

nintchdbpict000308588445

หลังจากทราบผลการเลือกตั้งรอบแรกผู้นำฝรั่งเศสแล้วว่า นายมาครง และนางเลอ แปน ผ่านเข้าสู่การเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบสอง ช่วงนี้ไปทำความรู้จักกับผู้ท้าชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีทั้งสองคน

นายมาครง นักการเมืองหนุ่มวัย 39 ปี ลงศึกเลือกตั้งในฐานะผู้สมัครอิสระ โดยเริ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองภายใต้แคมเปญ "En Marche!" ที่มีจุดยืนสายกลาง โดยหวังที่จะสร้างความสมานฉันท์ขึ้นในฝรั่งเศส โดยนายมาครง มีนโยบายเปิดเสรีทางเศรษฐกิจ อีกทั้งยังมีนโยบายที่จะสานต่อความร่วมมือในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการคงสภาพสมาชิกสหภาพยุโรป และเน้นขยายความร่วมมือกับเยอรมนีในการพิทักษ์สหภาพยุโรปให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

france

นายมาครง ยังชูนโยบายลดภาษีเงินได้นิติบุคคลลงเหลือ 25% จากเดิม 33% และมีนโยบายให้คนทำงานทุกคน รวมถึงคนที่มีธุรกิจส่วนตัว สามารถเข้าถึงสวัสดิการเช่นเดียวกับผู้ว่างงาน เเม้นายมาครงไม่เคยลงสมัครรับเลือกตั้งมาก่อน แต่เป็นผู้สมัครที่โพลล์หลายสำนักชี้ว่า อาจได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีคนต่อไป ซึ่งนายมาครงจะกลายเป็นผู้นำฝรั่งเศสที่มีอายุน้อยที่สุด

ส่วนผู้ท้าชิงคนสำคัญคือ นางมารี เลอ แปน ผู้ท้าชิงวัย 48 ปี จากพรรคเนชั่นแนล ฟร้อนท์ ซึ่งมีแนวคิดขวาจัดโดยมากับสโลแกน "France first" หรือฝรั่งเศสต้องมาก่อน โดยนางเลอ แปน ต้องการให้ฝรั่งเศสออกจากกลุ่มประเทศยูโรโซน โดยจะจัดให้มีการลงประชามติ “Frexit” และให้ฝรั่งเศสกลับมาใช้สกุลเงินฟรังก์ เเละต้องการยกเลิกหนังสือเดินทางในกลุ่มประเทศสมาชิกเซ็งเก้นโดยทันที และให้กลับมาควบคุมชายแดน และต้องการลดจำนวนผู้อพยพ เหลือเพียงปีละ 1 หมื่นคน

Le-Pen

นางเลอ แปน ประกาศว่า จะขึ้นภาษีนำเข้า โดยจัดเก็บภาษีสินค้าจากบริษัทที่ไปตั้งโรงงานในต่างประเทศในอัตราร้อยละ 35 นอกจากนี้ยังต้องการดึงฝรั่งเศสออกจากกองบัญชาการกลางขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ(NATO) และจะสานสัมพันธ์กับประเทศรัสเซีย

ผู้สมัครผู้นำประเทศที่มีแนวคิดแตกต่างกันเช่นนี้ ชาวฝรั่งเศสจะเลือกใครต้องติดตามจากการเลือกตั้งรอบที่สอง ในวันที่  7 พ.ค. นี้