ข่าว อาชญากรรม

พบพิรุธคนเบิกอสุจิ ผู้จ้างอาจมารับเอง!

วันนี้ (25 เม.ย. 60) – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้าการยึดอสุจิที่บรรจุในถังไนโตรเจนซึ่งยึดได้เป็นของกลางพร้อมผู้ต้องหาขณะเตรียมนำข้ามแดนไปยังสปป.ลาวผ่านด่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาวที่ จ.หนองคายทั้ง 6 หลอดถูกเบิกไปจากศูนย์ซูพีเรีย เอ.อาร์.ที. โดยเป็นของชาวจีนและเวียดนาม โดยผู้รับมอบอำนาจคนไทยที่เป็นคนเดียวกันเบิกไปนั้น

นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวในเรื่องนี้ว่า จากการเข้าตรวจสอบศูนย์ซูพีเรียฯทำให้ได้ข้อมูลเบื้องต้นว่า บุคคลที่อ้างตัวเป็นผู้รับมอบอำนาจจากเจ้าของอสุจิให้มารับอสุจิไปนั้น อาจจะใช่หรือไม่ใช่นายยู บุคคลคนเดียวกับที่นายนิธินนทน์ ศรีธานิยานันท์ ผู้ถูกจับกุมอ้างถึงว่า คนว่าจ้างให้นำอสุจิข้ามไปฝั่งสปป.ลาวเป็นลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น ซึ่งจากหนังสือเดินทาง(พาสปอร์ต)ของบุคคลที่มารับอสุจิที่ศูนย์ซูพีเรียฯนำมาแจ้งให้สบส.นั้นระบุว่า เป็นพาสปอร์ตของประเทศไทย ผู้มารับถือสัญชาติไทย แต่แจ้งสถานที่เกิดเป็นประเทศญี่ปุ่น

"จึงน่าสงสัยว่าผู้ที่รับมอบอำนาจมารับอสุจิจากศูนย์ฯแห่งนี้จะใช่นายยูที่มีการอ้างถึงหรือไม่ ซึ่งข้อมูลที่ได้รับจะส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการสืบสวนสอบสวนต่อไป ส่วนในอำนาจของกรมก็จะดำเนินการตรวจสอบต่อไปว่าหลักฐานที่ศูนย์ฯนำมาชี้แจงว่าเจ้าของอสุจิแจ้งความประสงค์ขอเบิกอสุจิไปนั้นเป็นเอกสารที่ถูกต้องหรือไม่ต่อไป"

นพ.ธงชัย กล่าวอีกว่า หลังจากกรมเข้าตรวจสอบศูนย์ฯแห่งนี้แล้ว มีข้อสังเกตในส่วนของผู้ที่รับมอบอำนาจมารับอสุจิว่า ทำไมถึงเป็นคนไทยที่มารับทั้งๆที่เจ้าของอสุจิมาจากคนละประเทศ อีกทั้งเอกสารที่กรมได้รับจากจ.หนองคายและรับจากสถานพยาบาลที่เข้าตรวจสอบยังมีบางอย่างที่ยังไม่ชัดเจน เช่น เอกสารของคลินิกในสปป.ลาวที่ได้จากการจับกุมนั้น ทำไมถึงมาอยู่ฝั่งไทย เเละเป็นคลินิกเป้าหมายที่จะนำส่งอสุจิไปหรือไม่ โดยจะส่งข้อสังเกตทั้งหมดให้ตำรวจดำเนินการต่อไป ซึ่งเรื่องนี้น่าจะมีการเกี่ยวข้องเป็นกระบวนการ เพราะมีบุคคลเข้ามาเกี่ยวข้องแล้ว 3-4 คน คือ ผู้ที่จะนำอสุจิออกนอกประเทศ ผู้ที่มาเบิกอสุจิ เจ้าของอสุจิ และสถานพยาบาล ตำรวจต้องมีการสืบสวนสอบสวนต่อไปว่ามีใครเกี่ยวข้องแค่ไหน อย่างไร

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

นพ.ธงชัยกล่าวถึงกรณีที่ศูนย์ฯระบุว่า ถังไนโตรเจนที่ยึดได้ไม่ใช่ของศูนย์ฯนั้นว่า อสุจิหากอยู่ในสภาวะปกติจะอยู่ได้ 24-48 ชั่วโมง ในขั้นตอนการเก็บอสุจิจึงต้องมีการแช่แข็ง ดังนั้นสถานพยาบาลทุกแห่งที่มีการเก็บรักษาอสุจิจะต้องมีถังไนโตรเจนเพื่อเก็บอสุจิ กรณีที่มีการมาเบิกอสุจิออกไป อาจเป็นไปได้ว่า คลินิกจะให้ถังไนโตรเจนไปกับเจ้าของอสุจิ หรือเจ้าของอสุจิที่มารับจะนำถังไนโตรเจนมาเองก็ได้ แต่อสุจิจะต้องเก็บรักษาไว้ในถังไนโตรเจน