Breaking News ข่าว

“มท.1”จี้”ผู้ว่าฯ”ปมกามเด็ก แม่เหยื่อร้องดีเอสไอ รับค้ามนุษย์เป็นคดีพิเศษ

วันนี้ (26 เม.ย. 60) – ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงมหาดไทยว่า กรณีที่นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าฯเเม่ฮ่องสอน มารดาของเหยื่อค้ามนุษย์พาดพิงว่าผู้ว่าฯเเม่ฮ่องสอนเข้าไปมีส่วนพัวพันการค้าบริการทางเพศกับเยาวชน ทำให้กระทรวงมหาดไทยตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดในช่วงของการประชุมหารือข้อราชการประจำสัปดาห์ของกระทรวงมหาดไทยตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ ที่มี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทยเป็นประธานการประชุมนั้น ระหว่างการประชุม รัตนเสนีย์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอน ได้ออกจากห้องประชุมเวลา 11.00 น. เพื่อเดินทางไปที่ จ.แม่ฮ่องสอน โดยนายประยูร กล่าวก่อนเดินทางว่า การลงพื้นที่ไปสอบสวนครั้งนี้ จะเป็นการสอบพยานแวดล้อมที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงผู้กล่าวหาคือมารดาของเหยื่อ และผู้ถูกกล่าวหาคือผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอน โดยจะใช้ระยะเวลาในการสอบสวนประมาณ 2 วัน ตนจะเดินทางกลับมา แต่ยังไม่ใช่เป็นการสรุปผลการสอบสวนทั้งหมด เพราะจะต้องมาประมวลข้อมูลการสอบกันอีกครั้ง

o10d26b0

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงท้ายของการประชุม พล.อ.อนุพงษ์ ได้เล่าให้ผู้เข้าร่วมประชุมฟังว่า ตนได้โทรศัพท์สายตรงไปหาผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอน แล้วได้สอบถามนโยบายรัฐบาลเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์เป็นอย่างไร และที่มีผู้มาร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมในเรื่องดังกล่าวได้มีการแก้ไขปัญหาไปอย่างไรบ้าง ตนได้สอบถามผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอนแล้ว เป็นผู้ว่าฯต้องรู้ทุกเรื่อง ไม่รู้ได้อย่างไร พื้นที่จังหวัดเล็กๆเอง การเป็นผู้ว่าฯต้องรู้ทุกเรื่อง ซึ่งบรรยากาศภายในห้องประชุม ผู้ร่วมประชุมทุกคนต่างนั่งเงียบ ได้แต่รับฟังพล.อ.อนุพงษ์เพียงอย่างเดียว โดยไม่มีการเสนอความเห็นขึ้นมาแต่อย่างใด

นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวภายหลังการประชุมว่า ตามกรอบการสอบสวนจะใช้เวลา 30 วัน แต่การดำเนินการจริงๆจะพยายามเร่งให้เร็วที่สุด สำหรับคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงชุดนี้ มี 5 ราย ประกอบด้วย นายประยูร พร้อมกับนิติกรระดับชำนาญการ 4 ราย ประเด็นหลักในการสอบสวนก็จะเน้นไปที่การพาดพิงมายังผู้ว่าฯ มีพยานหลักฐานยืนยันหรือไม่ เพื่อให้ได้ผลข้อเท็จจริงนำมาเสนอตน จากนั้นก็จะสรุปเพื่อนำเสนอรมว.มหาดไทยต่อไป

“ส่วนเอกสารคำสั่งที่มอบหมาย ยืนยันว่า ได้ออกคำสั่งไปเมื่อช่วงค่ำวานนี้ (25 เม.ย.) มีเพียงสำเนาเดียว มอบให้รองปลัดกระทรวงถือออกไปแล้ว เอกสารดังกล่าวก็ไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากมีรายละเอียดแนวทางของการสอบสวนระบุไว้อยู่ หากเผยแพร่ออกไปเกรงว่า จะเป็นการกระทบต่อคู่กรณี 2 ฝ่ายได้” นายกฤษฎา กล่าว

1446799777-c007fbb91a297eeb2ccc876d294e403a_0

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมถึงกรณีที่จะมีการสอบสวนไปยังผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอนคนเก่าที่ขณะนี้เป็นผู้ว่าฯอุตรดิตถ์ เนื่องจากผู้ว่าฯเเม่ฮ่องสอนคนปัจจุบันยืนยันในความบริสุทธิ์และเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งว่า ขั้นตอนต้องสอบสวนคนที่มีชื่อถูกพาดพิงจากผู้กล่าวหาก่อน จะยังไม่ข้ามไปสอบสวนคนอื่นๆ ยกเว้นถ้าได้ข้อเท็จจริงเรื่องแรก ไปมีข้อมูลว่า ใครเกี่ยวข้องกับใครเพิ่มเติม ทางกระทรวงมหาดไทยต้องพิจารณาผลสอบสวนรอบที่กำลังไปสอบอยู่นี้ก่อน จึงจะตอบได้จะสอบสวนใครเพิ่มหรือไม่สอบเพิ่มหรือจะยุติ แล้วต้องไปดำเนินคดีทางวินัยเท่านั้น

ขณะเดียวกัน นางน้ำเพชร เเม่ของเหยื่อหญิงสาวในขบวนการค้ากาม พร้อมด้วยนายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีดีเอสไอ เพื่อให้ปากคำในรายละเอียดของคดี เพื่อให้ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ โดย พ.ต.ท.กรวัชร์ ระบุว่า เบื้องต้นได้ให้เจ้าหน้าที่รับเรื่องในส่วนที่เกี่ยวข้อง พร้อม ดำเนินการตามกระบวนการสืบสวนของกฎหมายคดีพิเศษ ตามมาตรา 21 เกี่ยวกับคดียุ่งยากซับซ้อนและผู้มีอิทธิพล หากพบว่ามีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เกี่ยวข้องก็เข้าข่ายเป็นคดีพิเศษ

2017-04-26_17-05-05

ต่อมานางน้ำเพชร เดินทางเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมต่อกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) เป็นครั้งที่ 3 โดยนางน้ำเพชร ระบุว่าขณะนี้ตนและลูกสาวรวมไปถึงผู้เสียหายอีก 2 คน โดนข่มขู่คุกคาม จากข้าราชการระดับสูงในจังหวัด ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง โดยนางน้ำเพชรมีการบันทึกเสียงการสนทนาเป็นภาษาไทยใหญ่กับเจ้าหน้าที่คนดังกล่าว ส่วนรายละเอียดของเนื้อหาไม่สามารถเปิดเผยได้ เบื้องต้นจะนำคลิปเสียงดังกล่าวส่งให้กับ ปคม.วันนี้ อีกทั้งได้ขอความคุ้มครองจากกระทรวงยุติธรรมในการคุ้มครองพยานแล้ว

ส่วนที่ออกมาแจ้งความเอาผิดนั้น เนื่องจากลูกสาวถูกด.ต.ยุทธชัย ทองชาติ ตำรวจสภ.น้ำเพียงดินแบล็คเมล์ด้วยการอัดคลิปขณะใช้ยาเสพติดให้มาขายบริการ ซึ่งหากปฎิเสธด.ต.ยุทธชัยก็จะนำคลิปไปเผยแพร่และแจ้งความเอาผิด ซึ่งที่ผ่านมาด.ต.ยุทธชัย จะมีพฤติการณ์ในการจัดหาเด็กให้กับขบวนการค้ากามน้ำเพียงดิน นอกจากนี้ยังระบุว่า ผู้เสียหายได้ขายบริการให้กับเพื่อนของผู้ว่าราชการในจังหวัดแม่ฮ่องสอนด้วย

2017-04-26_17-07-06

ส่วนการดำเนินคดีนั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้มีการนำรูปถ่ายของข้าราชการในจังหวัดและผู้เกี่ยวข้องย้อนหลัง 2 ปี มาให้ผู้เสียหายชี้ เพื่อจะดำเนินการออกหมายเรียกมาสอบสวน นอกจากนี้ยังระบุว่า ยังมีผู้เสียหายอีกหลายคน ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ ส่วนประเด็น 11 ซุ้ม หรือ แม่เล้า ทั้ง 11 คนในจ.แม่ฮ่องสอนนั้น ยืนยันว่าทั้งหมดรู้จักกัน และรู้ว่านางน้ำเพชรเป็นสายให้กับตำรวจภูธรภาค 5

บ่ายวันนี้ผู้สื่อข่าวรายงานจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ว่า พล.ต.ต.ภาณุเดช บุญเรือง รองผู้บัญชการสำนักงานยุธศาสตร์ตำรวจ ปฎิบัติราชการรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ในพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน ได้เรียกประชุมคณะพนักงานสอบสวน ที่ได้รับการแต่งตั้งจาก พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ให้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนผู้เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ และให้รายงานผลการสอบสวนให้ทราบทุก 15 วัน เพื่อเอาผิดกับขบวนการค้ามนุษย์ที่หลอกลวงลูกสาวไปขายบริการทางเพศ ให้กับข้าราชการ และผู้หลักผู้ใหญ่ใน จ.แม่ฮ่องสอน กระทั่งนำไปสู่การออกหมายจับด.ต.ยุทธชัย ทองชาติ ตำรวจสภ.น้ำเพียงดิน จ.แม่ฮ่องสอน รวมทั้งน.ส.ปิยวรรณ สุขมา และน.ส.ปิยทัศน์ ภาพเทียนสุวรรณ

พล.ต.ต.ภาณุเดช ระบุว่า คดีนี้ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้สืบสวนเพื่อขยายผลคดีค้ามนุษย์และค้าประเวณีที่เกิดขึ้นใน จ.แม่ฮ่องสอน โดยคดีนี้เบื้องต้นมีเหยื่อ 3 รายจากการสอบปากคำมารดาของหนึ่งในเหยื่อ ให้การโดยอ้างว่าบุตรสาวให้ข้อมูล ว่า ถูกพาไปขายบริการให้กับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ รวมถึงบุคคลทั่วไปหลายครั้ง เฉพาะกลุ่มที่เป็นข้าราชการที่จำชื่อได้ประมาณ 3-4 คน ส่วนที่จำชื่อไม่ได้แต่จำตำแหน่งได้  6-7 คน รวมแล้ว มากกว่า 10 คน อย่างไรก็ดีข้อมูลทั้งหมดยังเป็นการกล่าวอ้างจากปากคำของมารดาผู้เสียหาย จึงต้องให้คณะพนักงานสอบสวน แสวงหาข้อเท็จจริงและสืบสวนหาพยานหลักฐาน หากพบว่ามีหลักฐานเกี่ยวโยงถึงใครก็จะเรียกมาสอบปากคำทั้งหมด

สำหรับคดีนี้ตำรวจภูธรภาค 5 ดำเนินการสืบสวนต่อจากคดีค้ามนุษย์ที่ได้รับแจ้งความมาก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นคดีที่มีนางน้ำเพชร เป็นผู้เสียหาย ส่วนลูกสาวเป็นเหยื่อ และกล่าวหานางสาวเมย์เป็นธุระจัดหา ซึ่งภาค 5 จะต้องสืบสวนขยายผล เพราะจากคดีนั้นมีการสอบสวนขยายผลและรับร้องทุกข์เป็นคดีใหม่ จนนำไปสู่การออกหมายจับผู้กระทำผิดเพิ่มเติม

S__5627908

ทั้งนี้ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 5 ได้สั่งการให้นำข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ทั้งหมดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2559 จนถึงปัจจุบันที่มีความเคลื่อนไหว เพื่อดูว่าจะสามารถสอบปากคำใครเพื่อนำสู่สำนวนการสอบสวน และเพื่อพิจารณาว่าสิ่งที่ผู้เสียหายกล่าวอ้าง ทั้งผู้เสียหาย ผู้เป็นธุระจัดการ และผู้ใช้บริการจะมีเพิ่มเติมอีกหรือไม่ คณะพนักงานสอบสวนจะต้องสอบสวนเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติมให้ได้ทั้งหมด

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามกรณีก่อนหน้านี้ที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามช่วยเหลือนางน้ำเพชร และลูกสาวที่เป็นผู้เสียหายในคดีค้ามนุษย์ เพื่อเอาผิดกับกลุ่มตำรวจที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ แต่กลับถูกคำสั่งย้ายออกจากพื้นที่แทน พล.ต.ต.ภาณุเดช กล่าวว่า ตรงนี้ไม่ทราบข้อมูลแต่เท่าที่ทราบมีการย้ายตำรวจ 4 นายออกจากพื้นที่เป็นการชั่วคราวจริง ซึ่งถือเป็นดุลพินิจของผู้บังคับบัญชา

306575