Breaking ข่าว

“ดต.-2 เอเยนต์” ค้ากาม นอนคุก! ศาลอนุมัติฝากขังผัดเเรก

วันที่ 27 เม ย.60–นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีมารดาของผู้เสียหายที่ถูกตำรวจสภ.น้ำเพียงดิน จ.แม่ฮ่องสอน บังคับค้าประเวณี โดยร้องขอกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) คุ้มครองพยานว่า ขณะนี้ดีเอสไอยังไม่รับกรณีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ เพราะการสอบสวนของตำรวจมีความคืบหน้าไปมาก สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้เกือบครบทั้งขบวนการ โดยดีเอสไอจะสืบสวนคู่ขนานไปกับตำรวจ ส่วนเรื่องการคุ้มครองพยาน กระทรวงยุติธรรมพร้อมดำเนินการ ซึ่งก่อนหน้านี้มารดาของผู้เสียหายเคยเข้าสู่การคุ้มครองพยานในคดียาเสพติด แต่ขอออกจากโครงการคุ้มครองพยานไปเมื่อวันที่ 31 มี.ค. ที่ผ่านมา กระทั่งเกิดเหตุในคดีนี้จึงร้องขอเข้าโครงการคุ้มครองพยานอีกครั้ง 
        

พ.ต.อ.ไพสิฐ วงษ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า หากผู้เสียหายต้องการให้ดีเอสไอคุ้มครองพยานก็จะดำเนินการให้  ล่าสุดได้รับทราบข้อมูลว่ามารดาของผู้เสียหายขอรับการคุ้มครองในฐานะพยานในคดีอาญากับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรมแล้ว

 
ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษกว่า ร.ต.อ.จุมพล รักดี พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ ควบคุมตัว น.ส.ปิยะวรรณ สุขมา, น.ส.ปิยทัสน์  ภาพเทียนสุวรรณ และ ด.ต.ยุทธชัย ทองชาติ สังกัด สภ.น้ำเพียงดิน ผู้ต้องหาที่ 1-3 ซึ่งได้เป็นธุระจัดหาเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ค้าประเวณีให้กับข้าราชการ มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 27 เม.ย.- 8 พ.ค. เนื่องจากการสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ ต้องสอบพยานบุคคลอีก 7 ปาก และรอผลการตรวจสอบประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหา ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ขอคัดค้านการให้ประกันตัวผู้ต้องหาด้วย เนื่องจากเป็นคดีมีอัตราโทษสูง เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีและไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานด้วย
         

โดยคำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์สรุปว่า มารดาของเด็กหญิงผู้เสียหายในจ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นผู้กล่าวหา ได้พบภาพจากไลน์ของโทรศัพท์เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่าหญิงที่ปรากฏภาพดังกล่าวทำงานขายบริการทางเพศ ซึ่งมีบุตรสาวของผู้กล่าวหารวมอยู่ด้วย หลังจากนั้นจึงได้มีการประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจวางแผนซื้อบริการทางเพศต่อ น.ส.ปิยะวรรณแล้วปรากฏว่า   เป็นบุตรสาวของผู้กล่าวหาจริง ผู้เสียหายซึ่งเป็นบุตรสาวได้เล่าให้ฟังว่าได้รู้จักกับ น.ส.ปิยะวรรณ และ น.ส.ปิยทัสน์และได้ถูกชักชวนให้เสพยาเสพติดและถ่ายภาพเป็นหลักฐาน เพื่อข่มขู่ให้ขายบริการทางเพศ โดยหากไม่ยอมจะถูกเอาภาพมาประจานและทำร้ายร่างกาย โดยเงินจากการขายบริการทางเพศในราคา 2,000 บาท ผู้เสียหายจะได้รับจริงเพียง 1,000 บาท โดยที่ผู้เสียหายถูกน.ส.ปิยะวรรณ และ น.ส.ปิยทัสน์พาไปค้าประเวณีนั้น จะมี ด.ต.ยุทธชัย เป็นผู้จัดหาลูกค้าและอยู่เบื้องหลังการค้าประเวณี
          

ต่อมาพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาของศาลอาญาลงวันที่ 25 เม.ย. ที่ผ่านมา ทั้งสามราย และได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาทั้งสามได้เเล้ว เเละเหตุเกิดที่หอพักภูริช, ปางล้อวิลล่า และสถานที่อื่นเกี่ยวพันกันใน จ.แม่ฮ่องสอน ระหว่างเดือน มี.ค.2556 – พ.ย. 2559 โดยในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธในทุกข้อกล่าวหา อ้างว่า ถูกกลั่นแกล้ง โดยศาลได้สอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน อนุญาตให้ฝากขังได้