การเมือง

กทม.ส่อล็อคสเปค! “ป้ายจราจรอัจฉริยะ” เผย เทคโนโลยีล้าสมัย

ป้ายจราจรอัจฉริยะในกรุงเทพมหนคร ที่ใช้มานานหลายปีกำลังจะถูกปรับปรุงให้มีขนาดใหญ่และมีความทันสมัยมากขึ้น โดยกทม.จะเปิดประมูลให้เอกชน เข้ามาปรับปรุงก่อสร้างและบริหารจัดการ ดูแลรักษาป้ายจราจรอัจฉริยะ 50 จุดในเร็วๆนี้ แต่มีการตั้งข้อสังเกตุว่าร่างทีโออาร์ที่ออกมาอาจล็อคสเปค แถมอุปกรณ์ที่จะนำมาติดตั้งก็มีเทคโนโลยีที่ล้าสมัย

มีรายงานข่าวเปิดเผยว่า ร่างทีโออาร์เปิดประมูลป้ายจราจรอัจฉริยะ ที่กทม. ได้ประกาศเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา ส่อว่ามีการล็อคสเปคในหลายเรื่อง โดยเฉพาะการกำหนดคุณสมบัติของบริษัทที่จะเข้าร่วมประมูลที่ระบุว่า ต้องเป็นนิติบุคคล หรือกลุ่มนิติบุคคล ที่จดทะเบียนในประเทศไทย ที่มีประสบการณ์ มีผลงานทางด้านงานติดตั้งป้ายปรับเปลี่ยนข้อความ หรืองานติดตั้งป้ายรายงานสภาพจราจร และงานศูนย์ควบคุมระบบป้ายในสัญญาเดียวกัน วงเงินไม่น้อยกว่า 30 ล้านบาท และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับกทม. ส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานเอกชนที่กทม.เชื่อถือ ซึ่งปัจจุบันมีเอกชนไม่เกิน 5 รายที่มีคุณสมบัติตามร่างทีโออาร์ที่กทม.กำหนด

2(90)

นอกจากนี้ในร่างทีโออาร์ยังกำหนดคุณสมบัติระบบและอุปกรณ์ต่างๆที่ล้าสมัยในหลายเรื่อง เช่น การจัดหาและติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ลูกข่าย จำนวนไม่น้อยกว่า 8 ชุด ที่ระบุว่าเอกชนผู้ชนะการประมูลต้องจัดหาและติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ลูกข่าย หน่วยประมวลผลกลางความเร็วไม่ต่ำกว่า อินเทลแพนเที่ยม ดี 2.8 กิ๊กกะเฮิร์ซ FSB 800 ซึ่งเป็นรุนที่ล้าสมัย จำหน่ายในช่วงปี 2548 หรือ 12 ปีที่แล้ว
นอกจากนี้ในข้อ 7.3.5.4.9 ยังกำหนดให้มี Internal Floppy Disk Drive ขนาด 1.44 เมกกะไบท์ ซึ่งปัจจุบันไม่มีการจำหน่ายและใช้งาน Floppy Disk แล้ว

Stack-Of-Floppy-Disks-Images

เช่นเดียวกับการจัดหาและติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด แบบ CCD จำนวนไม่น้อยกว่า 10 ชุด ก็เป็นเทคโนโลยีที่ล่าสมัยเช่นกัน เพราะกล้องโทรทัศน์วงจรปิดปัจจุบันมีทั้งแบบ CCD และ CMOS ซึ่งการใช้งานและประสิทธิภาพเทียบเท่ากัน แต่นิยมใช้ CMOS มากกว่า

สำหรับโครงการป้ายจราจรอัจฉริยะของกทม.เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2548 โดยมีบริษัท จีเนียส ทราฟฟิค ซิสเต็ม จำกัด ได้รับสิทธิ์เป็นผู้ลงทุนก่อสร้างและบริหารจัดการดูแลรักษาป้ายจำนวน 40 จุดทั่วพื้นที่ กทม. และสัญญากำลังจะสิ้นสุดสิ้นเดือนพ.ค.นี้ จึงทำให้กรุงเทพมหานครจัดทำทีโออาร์เพื่อเปิดประมูลใหม่

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม.ยืนยันว่า จะไม่มีการล็อคสเปคเอื้อประโยชน์ให้เอกชนรายหนึ่งรายใดเด็ดขาด ทุกอย่างต้องทำตามระเบียบ และถ้าโครงการนี้มีอะไรที่ไม่ดีเกิดขึ้น ให้ไปตำหนิพล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าฯกทม. ได้เลย เพราะเป็นคนรับผิดชอบ