การเมือง ข่าว

ประยุทธ์หวังพาไทยหลุดพ้น 3 กับดัก สมคิดชี้ท้องถิ่นสร้างไทยเเลนด์4.0

วันนี้ (26 พ.ค. 60) – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ "กระทรวงพาณิชย์กับการสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจท้องถิ่น Local Economy 4.0" จัดโดยกระทรวงพาณิชย์ที่อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น เซ็นเตอร์ เมืองทองธานี ว่า เศรษฐกิจท้องถิ่นสำคัญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พูดถึงตลอดเวลาว่า ต้องการสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่นขึ้นมา ตลอดเวลา 2-3 ปีผ่านมา กิจกรรมกระทรวงต่างๆ เน้นท้องถิ่นและชุมชุน ซึ่งการพัฒนาประเทศ 30 ปีที่ผ่านมาส่วนใหญ่เน้นพึ่งพาปัจจัยภายนอกประเทศ พึ่งพิงตลาดโลกเพื่อการส่งออก ก็ไม่ได้ผิดอะไร การส่งออกทำให้เศรษฐกิจไทยโตมา 30 ปี พร้อมจูงใจต่างชาติมาลงทุนจับคู่นักธุรกิจไทย ซึ่งได้รับการยอมรับสูงมาก

นายสมคิดกล่าวว่า ในอดีตค่าเงินบาทอ่อนทำให้สามารถแข่งขัน เจาะตลาดได้ โตปีละ 10% ทำให้ไทยเป็นเสือตัวหนึ่งในเอเชีย แต่ความสำเร็จนั้นทำมากๆ ก็ลืมว่าเศรษฐกิจแท้จริงของไทย ไม่ใช่แค่ผลิตลงทุนแล้วส่งออก จริงแล้วคือเศรษฐกิจฐานรากทั้งประเทศ ซึ่งเห็นด้วยกับนายแพทย์ปรเะเวศ วสี ราษฎรอาวุโส ที่ว่าการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น คล้ายกับเวลาก่อสร้างปิระมิด เจดีย์ หากฐานไม่ใหญ่ไม่แข็งแรง เจดีย์นั้นไม่มั่นคง

นายสมคิด กล่าวว่า รัฐบาลตระหนักและต้องการเปลี่ยนผ่านให้ได้ ถึงการปฏิรูปเศรษฐกิจ สร้างสมดุลเศรษฐกิจท้องถิ่นและการพึ่งพิงภายนอกอย่างการส่งออก หัวใจสำคัญเศรษฐกิจท้องถิ่น คือ ทำอย่างไรให้กิจกรรมเศรษฐกิจเกิดในท้องถิ่น โดยไทยมี 80,000 หมู่บ้าน ใน 8,000 ตำบล ทำให้กิจกรรมเศรษฐกิจกระจายทั่วประเทศ ไม่ใช่ท้องถิ่นตั้งหน้าตาปลูกพืชขาย แต่ควรร่วมกันคิดกันทำ การผลิตไม่ใช่แค่สินค้าเกษตร แต่ละจังหวัดมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เป็นเรื่องสำคัญต้องช่วยคิด ไม่ใช่แค่ราชการ รวมถึงนักการเมือง องค์การบริหารส่วนตำบล องค์การบริหารส่วนจังหวัดด้วย หากคิดได้มาก มีกิจกรรมมาก ความคึกคักก็เกิดขึ้น ทุกอย่างไหลเวียนเข้ามา กระทรวงพาณิชย์ ต้องเป็นผู้อำนวยความสะดวก ชี้แนะ จูงใจ สื่อความ ไม่ใช่นั่งในกระทรวงฯ ตรงนี้คือหน้าที่พาณิชย์จังหวัด

นายสมคิด กล่าวว่า ตลาดคือศูนย์กลางให้มีการแลกเปลี่ยน ไม่จำเป็นต้องเป็นตลาดขายกันทุกวัน จึงให้นโยบายกระทรวงพาณิชย์ต้องสร้างตลาดชุมชนหลายอย่าง เช่น ตลาดชุมชนทั่วไป ตลาดกลาง และตลาดเฉพาะอย่าง สินค้ามาจากไหน สิ่งเหล่านี้ดี ต้องเผยแพร่ให้เกิดลัทธิเอาอย่าง สร้างความตื่นตัวให้ทั่วประเทศ ต้องใช้พลังงานและความมุ่งมั่นแท้จริง เช่น ตลาดเฉพาะ สร้างตลาดทุเรียน เพราะนักท่องเที่ยวจีนหลงใหลทุเรียนและเดินทางมาไทยจำนวนมากถึง 10 ล้านคน  หรือจ.สมุทรสาครมีอาหารทะเลเต็มไปหมด ต้องคิดว่าแต่ละจังหวัดทำอย่างไร และส่งเสริมมีการท่องเที่ยวระหว่างกัน ภูมิใจที่มีนักท่องเที่ยวถึง 30 ล้านคน และจะเพิ่มขึ้นที่ไม่ควรกระจุกตัวในเมืองใหญ่ต้องเข้าไปในชุมชนด้วย

นายสมคิด กล่าวว่า ตนพยายามผลักดันหมู่บ้านโอท็อป ไม่ใช่เอาสินค้ามาขายอย่างเดียว แต่เอานักท่องเที่ยวลงพื้นที่ คนที่ไปเที่ยวตลาด 70-80% เป็นผู้หญิง ต้องคิดว่าชอบต้องการอะไร ได้ลูกค้าผู้หญิงจะมีสามีและลูกตามมาจับจ่ายด้วย ต้องคิดคอนเซ็ปต์ตลาดด้วย ไม่ใช่เขียนป้ายว่าตลาดประชารัฐอย่างเดียว อนาคตเรื่องชายแดนต้องเชื่อมถึงกัน จึงร่วมกับประเทศสปป.ลาวทำการแผนการท่องเที่ยวเชื่อม 7 จังหวัดชายแดนของไทย เช่น จ.เลย บึงกาฬ หนองคาย อำนาจเจิรญ อุบลราชธานี และมุกดาหาร ทำแหล่งท่องเที่ยวริมฝั่งโขง ล่องเรือริมฝั่งโขง เชื่อมสองฝั่งด้วยสะพาน คนในพื้นที่สองฝั่งมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจร่วมกัน  และต้องการให้ตลาดชุมชนประชารัฐเกิดขึ้นแล้วมีพลังไม่ใช่ค่อยๆ เกิด ต้องเข้าไปดึงเอกชนเข้าไปช่วย ราชการเข้าไปช่วย โดย 8,000 ตำบลคือหัวใจ

นายสมคิด กล่าวว่า ราคาสินค้าห้ามแพง บอกให้นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ ซึ่งดูแลกรมการค้าภายในหากทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน ต้องเชือดลิงให้ไก่ดู การสร้างเศรษฐกิจฐานรากแข็งแรง ไม่ใช่เศรษฐกิจอย่างเดียว ชุมชนคือส่วนสำคัญ ต้องเชิญคนในชุมชนมาสอนและร่วมกัน การเมืองประชาธิปไตยที่มีการเลือกตั้ง ถ้าคนในท้องถิ่นไม่มีความเข้าใจ ไม่ซาบซึ้งกับมันเพียงพอ การเมืองก็จะอ่อนแอ ทุกหมู่บ้านทุกตำบลต้องให้พวกเขาเข้าใจ ต้องสร้างผู้นำชุมชนที่แท้จริง เป็นผู้นำทางความคิด เศรษฐกิจ สังคม การเมือง ไม่ให้ใครมาหลอกได้ ประชาธิปไตยก็จะแข็งแรง เลือกตั้งก็จะมีคนดีๆ

"ตอนนี้มียุทธศาสตร์ประเทศตามรัฐธรรมนูญ และต้องมียุทธศาสตร์เศรษฐกิจของประเทศ ไม่ใช่เป็นยุทธศาตร์เศรษฐกิจกระแสหลักเท่านั้น    การส่งออกและดึงต่างชาติลงทุนในไทย ต้องเชื่อมต่อกับยุทธศาสตร์เศรษฐกิจท้องถิ่นด้วยเมื่อ 3 ปีแล้ว จีดีพีเหลือ 0.8% หรือมีคนมองด้วยว่าติดลบด้วยซ้ำ วันนี้เป็นอย่างไร  เหมือนคนไข้ที่เพิ่งลุกจากเตียง จะให้กระโดดโลดเต้นเลยหรือ ต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือ รู้ว่าข้างล่างไม่มีก็ผลักดันลงไป งบประมาณลงไปก็จะค่อยดีขึ้น เศรษฐกิจเวลาจะฟื้นตัว ความเชื่อมั่นสำคัญ ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงการคลังก็แถลงแล้วว่าค่อยๆ ฟื้นตัว เศรษฐกิจโลก็ค่อยดีแล้ว ต้องรีบอุดจุดอ่อนข้างล่างช่วยๆกัน หากพูดแต่ว่าตรงนั้นตรงนี้ย่ำแย่ก็จะกลายเป็นว่าย่ำแย่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า   พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี มอบหมาย น.ส.เรณู  ตังคจิวางกูร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เป็นประธานเปิดการสัมมนาเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการขับเคลื่อนประเทศสู่ “ไทยแลนด์ 4.0” โดยมีคณะผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงานราชการ และเจ้าหน้าที่ในสังกัดสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติเข้าร่วมสัมมนาจำนวน 250 คน

น.ส.เรณูกล่าว เปิดการสัมมนาว่า ไทยแลนด์ 4.0 เป็นโมเดลเศรษฐกิจที่จะนำพาประเทศไทยให้หลุดพ้นจาก 3 กับดัก คือ ประเทศรายได้ปานกลาง กับดักความเหลื่อมล้ำของความมั่งคั่ง และกับดักความไม่สมดุลในการพัฒนา พร้อมกับเปลี่ยนผ่านประเทศไทยไปสู่ประเทศในโลกที่หนึ่งที่มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ในบริบทของการปฏิวัติอุตสาหกรรมยุคที่ 4 อย่างเป็นรูปธรรม ตามแนวทางที่แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีที่รัฐบาลได้วางไว้ ด้วยการสร้างความเข้มแข็งจากภายใน ควบคู่ไปกับการเชื่อมโยงกับประชาคมโลก ตามแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยขับเคลื่อนผ่านกลไกประชารัฐด้วยการบูรณาการให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีบทบาทร่วมกันในการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

"ไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งกำหนดเป้าหมายครอบคลุมใน 4 มิติ ดังนี้
1. ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เป็นระบบเศรษฐกิจที่เน้นการสร้างมูลค่าที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมเทคโลยี และความคิดสร้างสรรค์
2. ความอยู่ดีมีสุขทางสังคม เป็นสังคมที่เดินหน้าไปด้วยกัน ไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลังด้วยการเติมเต็มศักยภาพของผู้คนในสังคม เพื่อสร้างหลักประกันความมั่นคงทางเศรษฐกิจสังคม และฟื้นความสมานฉันท์ และความเป็นปึกแผ่นของคนในสังคม ให้กลับคืนมาอีกครั้งหนึ่ง
3. การยกระดับคุณค่ามนุษย์ ด้วยการพัฒนาคนไทย ให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ในศตวรรษที่ 21 ควบคู่ไปกับการเป็นคนไทย 4.0 ในโลกที่หนึ่ง
และ 4. การรักษ์สิ่งแวดล้อม เป็นสังคมคาร์บอนต่ำอย่างเต็มรูปแบบ" น.ส.เรณู กล่าว