Breaking ข่าว

กรมศุลฯจ่อส่งข้อมูล ภาษีนำเข้ารถหรู 15 มิ.ย. หลังพบนำเข้าแล้ว 1,500 คัน

วันที่ 10-60-60-นายชัยยุทธ คำคุณ โฆษกกรมศุลกากร กล่าวว่า ในปี 2559 มีรถหรูนำเข้ามาและผ่านพิธีการศุลกากรแล้ว 1,500 คัน ซึ่งกรมศุลกากร จะนำข้อมูลมาตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อดูว่าผู้นำเข้าสำแดงราคาตรงกับหลักฐานราคาที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ มีหรือไม่ โดยวันที่ 15 มิ.ย.นี้ กรมศุลกากรจะต้องส่งข้อมูลการตรวจสอบภาษีนำเข้ารถหรูให้กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)

1เดือนที่ผ่านมา ดีเอสไอ ได้เข้าตรวจสอบผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถหรูหลายราย เริ่มจาก “นิชคาร์” จากความผิดสำแดงราคารถตํ่ากว่าความเป็นจริง พร้อมอายัดรถไว้ 122 คัน จาก 5 สถานที่เก็บรถและโชว์รูมในเครือนิชคาร์ ระบุว่าจ่ายภาษีขาดไป 10-18 ล้านบาทต่อคัน รวมรัฐบาลเสียหายเฉพาะกรณีนี้กว่า 2,400 ล้านบาท

 

“นิชคาร์ กรุ๊ป” มีบริษัทในเครือคือ บริษัท นิชคาร์ จำกัด ที่เป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์หรูหลายยี่ห้อ ทั้งซูเปอร์คาร์ “ลัมโบร์กินี” จากอิตาลี สปอร์ตคาร์ “โลตัส” จากอังกฤษ รวมถึงไฮเปอร์คาร์“ปากานี” และ“โคนิกเซกก์” จากอิตาลีและสวีเดน และล่าสุดได้ซูเปอร์คาร์สัญชาติอังกฤษ “แมคลาเรน” เข้ามาเพิ่มในพอร์ตอีกหนึ่งแบรนด์ ส่งผลให้ “นิชคาร์” ขึ้นแท่นเบอร์ 1 ในตลาดรถยนต์ระดับอัลตร้าลักชัวรีของเมืองไทย ราคาเกิน 20 ล้านบาท

นอกจากนิชคาร์แล้วดีเอสไอยังเปิดปฏิบัติการตรวจสอบบริษัทนำเข้ารถหรูอีกหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น บริษัท เฟอร์ม่า มอเตอร์ จำกัด บริษัทมาสเตอร์ กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด บริษัท ลเลเนี่ยม ออโต้ และบริษัท จูบิลี่ไลน์

 

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

เมื่อพลิกดูผลประกอบการบริษัทรถหรูเหล่านี้พบว่า บางรายมีรายได้ปีละหลายร้อยล้านบาท แต่กลับมีกำไรหลักแสนบาท บางบริษัทก็มีผลประกอบการขาดทุน โดยบริษัทจูบิลี่ไลน์ ปี 2557 รายได้ 750 ล้านบาท กำไร 170,103 บาท บริษัทมาสเตอร์ กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด ปี 2559 รายได้ 108 ล้านบาท ขาดทุน 9 ล้านบาท บริษัท เฟอร์ม่า มอเตอร์ จำกัด ปี 2559 รายได้ 24 ล้านบาท ขาดทุน 50 ล้านบาท บริษัท ลเลเนี่ยม ออโต้ ปี 2559 รายได้ 24 ล้านบาท ขาดทุน 50 ล้านบาท