Breaking ข่าว ต่างประเทศ ทั่วไทย

ระวัง! อนาคต “หุ่นยนต์” แย่งงาน “คน”

นับตั้งช่วงปลายปี 2016 หลายคนทั่วโลกมีความวิตกกังวลว่า "หุ่นยนต์" แย่งงาน "คน" และกระแสที่หุ่นยนต์จะเข้ามาทำงานแทนเราก็เริ่มที่จะมีความเป็นจริงมากขึ้น จะว่าไปและเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ หากย้อนไปในอดีต จะพบว่าเครื่องจักรเคยเข้ามาทำงานแทนคนมาแล้ว แต่หลายยังมั่นใจว่า มีงานอีกหลายประเภทที่หุ่นยนต์ไม่สามารถทำแทนได้

Artificial Intelligence (AI) ที่เราคุ้นหูกับคำว่า "ปัญญาประดิษฐ์" ทุกวันนี้มีความก้าวหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ คอมพิวเตอร์เล่นโกะชนะ"คน" ที่ขึ้นชื่อเป็นมือ 1 ของโลกได้ และ AI เริ่มทำงานได้ อย่างที่เราไม่คิดว่าจะทำได้ อาทิ การเขียนนิยาย รถยนต์ไร้คนขับ เครื่องบินไร้คนขับ ระบบตรวรจสอบคนเข้าเมือง ฯลฯ

แล้วงานอะไร? ที่ "หุ่นยนต์" จะมาแทนที่แย่งงานคน

มีนักวิทยาศาสตร์ 2 คน "Mubashar Iqba" และ "Dimitar Raykov" ทำการวิจัยถึงเรื่องนี้ พบว่าในปี 2033 ตำแหน่งงานประมาณ 47% ในสหรัฐอเมริกาจะถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์

จากการวิจัย ได้พัฒนาระบบคำนวณเพื่อให้คนทั่วไปเข้าไปกรอกอาชีพของตัวเองเพื่อดูว่ามีโอกาสที่จะถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์กี่เปอร์เซ็น ที่ https://willrobotstakemyjob.com/ (แม้จะเป็นที่อเมริกา แต่ลองเล่นดูก็ไม่เสียหาย แค่กรอกอาชีพลงไปเป็นภาษาอังกฤษ)

ถ้าคุณเป็น นักข่าว (กรอกคำว่า Journalist, Reporter) จะพบว่าอาชีพนี้มีความเสี่ยงที่หุ่นยนต์จะมาแทนที่ 11% หมายความว่ามีโอกาสที่หุ่นยนต์จะมาแทนที่ได้น้อย แต่การเติบโตในสายงานนี้ ติดลบ -9%

แต่ถ้าคุณเป็นพนักงานเก็บเงินบ้าง กรอกคำว่า Cashiers ลงไป พบว่าอาชีพนี้มีโอกาสถูกทดแทนด้วยหุ่นยนต์ 97% ซึ่งในต่างประเทศเริ่มมีร้านค้าที่ผู้ซื้อต้องบริการตัวเองในหลายรูปแบบ รวมถึงการซื้อของออนไลน์ แน่นอน "ไทย" ก็ไม่มีข้อยกเว้นและไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

สำหรับในอเมริกา อาชีพที่น่าเป็นห่วงมาก คือ คนขับรถบรรทุก คาดว่าปัจจุบันมีคนทำอาชีพนี้ประมาณ 1.8 ล้านคน มีความเสี่ยง 79% แม้ว่าอาชีพจะยังมีความต้องการอยู่ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะได้งาน เพราะต่อไปรถจะขับได้ด้วยตัวมันเอง

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ตัวเลขจากงานวิจัยครั้งนี้ อาจไม่สามารถชี้วัดดัชนีการหางานในประเทศไทยได้ แต่เชื่อว่าจะสามารถเทียบเคียงได้ไม่ห่างไกลกันมากนัก (อาจจะขยับจำนวนปีออกไป) แต่อย่างน้อยก็เป็นสิ่งที่เตือนให้ทุกคนรู้ว่า อาชีพของตัวเองอาจไม่ปลอดภัยในอนาคต