Breaking ข่าว อาชญากรรม

รวบแก๊งสกิมเมอร์มังกร ก่อเหตุเชียงใหม่-เทอร์มินอล21 พัฒนาเครื่องมือ-วิธีการใหม่ 

 

วันที่ 13-6-60-พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ.พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่จากธนาคารไทยพาณิชย์ ได้สาธิตการทำงานของ เครื่องคัดลอกข้อมูลจากบัตรอิเล็กโทรนิกส์  ที่เป็นของกลางจากการจับกุม นายจง ฟู่ หัว  นายหลิว หลี่ หมิง  นายจู ว่าน หลง 3 ผู้ต้องหาแก๊งสกิมเมอร์ชาวจีน ในฐานความผิด “ร่วมกันมีเครื่องมือหรือวัตถุสำหรับให้ได้ข้อมูลในการปลอมหรือแปลง หรือมีเครื่องมือหรือวัตถุเช่นว่านั้น เพื่อใช้หรือให้ได้ข้อมูลในการปลอมหรือแปลง”  


     
โดยการจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสายตรวจ 1 ร่วมกับ ตำรวจสน.ห้วยขวาง ได้เข้าทำการจับกุม 1 ในผู้ต้อง ได้ที่บริเวณตู้ ATM ของ ธนาคารไทยพาณิชย์ ที่บริเวณทางเชื่อมรถไฟฟ้าใต้ดิน ห้างสรรพสินค้าย่านพระราม 9 พบอุปกรณ์ในการคัดลอกเครื่องมือ และสอบขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้อีก 2 คน พร้อมของกลาง กล้องบันทึกวีดิโอ บัตรอิเล็กโทรนิกส์ โน๊ตบุค และอุปกรณ์ที่ใช้กระทำความผิดต่าง ๆ ได้ที่บ้านพัก ย่านห้วยขวาง ขณะที่กำลังจะหลบหนี
    
ทั้งนี้ จากการสอบปากคำ ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ให้ซัดทอดถึง นายซ่ง เลี่ยง หมิงว่า  ได้ชักชวนผู้ค้องหาเข้ามายังประเทศไทย และได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เดินทางเข้ามาไทยเพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น  ทางด้านนายซ่ง เลี่ยง หมิง นั้นตำรวจได้ระบุว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามตัว และขออนุมัติศาล ออกหมายจับ เพราะมีพฤติกรรมเป็นหัวหน้าแก๊งสกิมเมอร์


   
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์   ระบุว่า กลุ่มผู้ต้องหาดังกล่าวนั้นมีความเชื่อมโยงการเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่จ.เชียงใหม่ และ ห้างเทอมินอล21 เพราะกลุ่มผู้ต้องหามีการใช้อุปกรณ์และแผนประทุษกรรมในลักษณะเดียวกันทั้งหมด ซึ่งกลุ่มผู้ต้องหาตั้งใจเดินทางเข้ามาก่อเหตุที่ไทย ซึ่งตำรวจจะสอบขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน


   
นายพงษ์สิทธิ์ ชัยฉัตรพรสุข รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด การป้องกันอาชญากรรมทางการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันเครื่องสกิมเมอร์มีขนาดที่เล็กลงทำให้สังเกตุด้วยตาได้ยากมากขึ้น และขบวนการสกิมเมอร์จะแบ่งหน้าที่และดัดแปลงวิธีการให้จับกุมยากมากยิ่งขึ้น ซึ่งในแต่ละครั้งที่คัดลอกข้อมูลในบัตร ATM ไปเฉลี่ยวันละ 200 ใบ สร้างความเสียหายไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท เพราะเมื่อผู้ต้องหาได้ข้อมูลสามารถที่จะนำข้อมูลไปกดได้ที่ไหนก็ได้ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญจากธนาคารได้ฝากถึงประชาชนในการป้องกันเบื้องต้นคือการใช้มือป้องปิดขณะกดรหัสบัตร แต่ขอไม่ต้องกังวลสามารถใช้บัตรได้ตามปกติเพราะทางธนาคารได้มีเจ้าหน้าที่ในการเฝ้าระวังติดตามพฤติกรรมการใช้บัตร  หากพบความผิดปกติก็สามารถตรวจสอบได้ทันที