ไวรัสโคโรนา ระวัง ป้องกัน อย่างไร ? คุยกับ “อธิบดีกรมควบคุมโรค”

24 ม.ค. 2563 เวลา 1:59 น.

สปริงนิวส์สัมภาษณ์ นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค เจาะลึกถึงมาตรการเฝ้าระวัง และป้องกัน "ไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่"

จากการพบผู้ป่วย “ไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่” ในประเทศไทย และมีรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตที่ประเทศจีนแล้วหลายราย ทำให้เกิดความกังวลว่า โรคดังกล่าวอาจเกิดการระบาดขยายวงกว้างขึ้น วันที่ 23 ม.ค. 63 สปริงนิวส์จึงได้ติดต่อสัมภาษณ์ นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค โดยสอบถามเจาะลึกถึงมาตรการเฝ้าระวัง และป้องกันต่างๆ ดังต่อไปนี้

สปริงนิวส์ : จากสถานการณ์ที่ตอนนี้พบผู้ป่วยในไทยแล้วหลายราย ทางภาครัฐมีนโยบายเฝ้าระวังและป้องกันอย่างไรบ้าง ?

ในส่วนของตัวมาตรการ จากการที่ท่านรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการสาธารณสุข แถลงว่ามี “ผู้ป่วยยืนยัน” 4 ราย ได้มีการดำเนินการคือ

1. ยกระดับในเรื่องการจัดการ ตั้งศูนย์ปฏิบัติการจากเดิมระดับหนึ่ง สอง ขึ้นเป็นระดับสาม

2. ปรับในเรื่องของวิธีการสอบสวนโรค วิธีในเรื่องของการตรวจคัดกรอง ตลอดจนวิธีในเรื่องของการดูแลรักษาให้ใช้หลักการป้องกันไว้ก่อน

เนื่องจากมันมีข้อมูลจากในส่วนของทางประเทศจีนที่มีการเปิดเผยเพิ่มมากขึ้นว่า (โรคดังกล่าว) อาจติดต่อจากคนไปสู่คนได้ เพราะฉะนั้นหลักในเรื่องการป้องกันไว้ก่อน จึงมีความจำเป็นในการปฏิบัติงานทุกระดับ

3. เพิ่มความเข้มข้นในเรื่องของการพร้อมของสถานพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นคณะผู้เชี่ยวชาญ ที่จะต้องทำการดูแลรักษา ที่เป็นเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการเตรียมความพร้อมของห้องแยกโรค ที่มีความดันในห้องเป็นลบ ความพร้อมในเรื่องของระบบส่งต่อ เพราะว่าเราคงไม่ให้ผู้ป่วยที่อยู่ภายใต้การสอบสวนโรค ไม่ใช่ “ผู้ป่วยสงสัย” นะ จะต้องถูกส่งต่อภายใต้ระบบที่เป็นไปตามมาตรฐาน

4. ยกระดับในเรื่องการเฝ้าระวังข้อมูลข่าวสาร ทั้งจากภายนอกและภายในประเทศ สื่อสารไปยังพี่น้องประชาชนให้เกิดความรู้และความเข้าใจ พร้อมเกิดความตระหนักในเรื่องการมีส่วนรวมในการป้องกันตัวเอง เรื่องของการเฝ้าระวัง แล้วก็แจ้งเหตุ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการพบเจอ พี่น้องประชาชนหรือคนใกล้ชิดในครอบครัว มีไข้ มีอาการทางเดินหายใจ แล้วก็มีประวัติมาจากพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้กลุ่มคนเหล่านั้นได้รับการดูแลจากกระทรวงสาธารณสุข อย่างเหมาะสม

สปริงนิวส์สัมภาษณ์ นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค เจาะลึกถึงมาตรการเฝ้าระวัง และป้องกัน

สปริงนิวส์ : จากการที่องค์การอนามัยโลก มีการประชุมว่า จะประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ หรือไม่ ถ้าสมมติในกรณีที่มีการประกาศภาวะฉุนเฉินฯ ในส่วนของไทยต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง ?

จริงๆ เรามีการยกระดับและมีการดำเนินงานมาก่อนที่ทางองค์การอนามัยโลกจะประชุม จะเห็นได้จากการที่เรามีแผนการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์มาก่อนหน้านี้ แล้วก็มีการซ้อมแผน เพราะฉะนั้นพอเกิดเหตุการณ์ที่จีน เราจึงนำเอาแผนดังกล่าวมาปรับเป็นแผนเผชิญเหตุ และมีการเริ่มดำเนินการตั้งเเต่วันที่ 3 มกราคม 2563 เป็นต้นมา

ซึ่งตรงนี้เป็นเหตุให้เราสามารถตรวจจับ และก็ตรวจพบในส่วนของผู้ที่เดินทางมาจากประเทศจีน ที่เป็นชาวจีน ที่มีอาการไข้ มีอาการของโรคระบบทางการเดินหายใจทางด้านนี้ นำไปตรวจในห้องปฏิบัติการ แล้วก็เป็นรายแรกที่เป็นผู้ป่วยจีน (ที่เดินทางมาประเทศไทย) ในการติดเชื้อของ Novel Coronavirus 2019 (ไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่) ที่เป็นรายแรกนอกประเทศจีน

ในกรณีที่หากองค์การอนามัยโลก เขาประกาศยกระดับเรื่องนี้ จะช่วยในเรื่องของการดำเนินงานของเรามากขึ้น เพราะว่าการประกาศภาวะดังกล่าวนั้น จะนำมาซึ่งคำแนะนำ หรือไม่ก็การประกาศข้อจำกัดในเรื่องของการเดินทาง

ยกตัวอย่างเช่น ตอนนี้ จีนเขาประกาศของเขาเอง ก็คือ รัฐมนตรีช่วยสาธารณสุขของจีน ตามข่าวนะครับ ได้ประกาศจำกัดในเรื่องของการเดินทางเข้าออกของเมืองอู่ฮั่น เพราะฉะนั้นก็หมายความว่า เที่ยวบินจากอู่ฮั่นมาไทย ก็จะมีผลให้ถูกยกเลิกไปโดยอัตโนมัติ จากการประกาศของทางจีนเองนะ ไม่ใช่ของทางองค์การอนามัยโลก เพราะว่าองค์การอนามัยโลก เขายังไม่ได้ประกาศ Public Health Emergency of International Concern (การประกาศภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขซึ่งเป็นความกังวลระหว่างประเทศ)

แต่หากเขาประกาศ ก็จะยิ่งเอื้อต่อแผนการเตรียมพร้อมรับมือของเรา แต่ต่อให้เขาไม่ประกาศ แผนการเตรียมความพร้อมของเรา ก็รองรับเผื่อในเรื่องของภาวะดังกล่าวไว้เกือบทั้งหมดแล้ว

สปริงนิวส์ : ในกรณีที่อาจมีการตื่นตระหนก มีความแนะนำสำหรับประชาชนทั่วไปอย่างไรบ้าง ?

คำแนะนำก็คือ พี่น้องประชาชนใช้ชีวิตตามปกติเลย เพียงแต่ว่าให้รับฟังข่าวสารให้รอบด้าน แล้วก็แยกแยะ แล้วก็รับฟังสิ่งที่ทางราชการจะสื่อสารออกมา ก็คือ ตอนนี้ สถานการณ์มาถึงจุดตรงที่ในส่วนของเมืองอู่ฮั่น เขาจำกัดในเรื่องของการเดินทางเข้า-ออก เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนที่กังวลว่า ถ้าไปเมืองดังกล่าวมีความเสี่ยงไหม ก็ไม่ต้องกังวล เพราะเขาไม่ให้เดินทางไปแล้ว เฉพาะอู่ฮั่นเท่านั้นนะ

เพราะฉะนั้นในเมืองอื่นที่เขายังไม่ได้จำกัดการเดินทางเข้า-ออก พี่น้องประชาชนก็สามารถไปตามปกติได้ เพียงแต่ว่าเวลาไป ก็ต้องรู้จักวิธีปฏิบัติตัวในหลักการป้องกันโดยทั่วไป คือ

1. ไม่ควรคลุกคลีกับคนที่มีอาการของโรคทางระบบการเดินหายใจ หรือก็ไม่สบาย หรือเป็นหวัด

2. หลีกเลี่ยงในการไปในพื้นที่ที่มีสัตว์ป่า และมีการขายพวกซากสัตว์

3. หลีกเลี่ยงจะไปในพื้นที่เขาประกาศว่าเป็นพื้นที่เสี่ยง หรือเป็นพื้นที่เขตติดโรค

4. ป้องกันตัวเอง ด้วยการหมั่นล้างมือบ่อยๆ แล้วก็สวมใส่หน้ากากอนามัยตามความจำเป็น ส่วนถ้ากลับมา หากเกิดมีไข้ มีอาการทางระบบหายใจ ภายในระยะเวลา 14 วัน ให้รีบไปพบแพทย์ตามสถานพยาบาลที่กำหนดไว้

สปริงนิวส์สัมภาษณ์ นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค เจาะลึกถึงมาตรการเฝ้าระวัง และป้องกัน

สปริงนิวส์ : ในส่วนของการป้องกันตัวเอง ช่วงเวลานี้ประชาชนทั่วไปจำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัยแล้วหรือยัง ?

ตอนนี้โรคนี้ยังไม่มีในประเทศไทย ที่เราตรวจพบ “ผู้ป่วยยืนยัน” เป็นผู้ป่วยที่มาจากต่างประเทศ โดย 3 รายเป็นชาวจีนที่เดินทางมาท่องเที่ยว อีก 1 ราย เป็นคนไทยที่เดินทางไปเที่ยวที่เมืองอู่ฮั่น กลับมาแล้วเป็นไข้

หมายความว่า ณ ปัจจุบันนี้ ยังไม่มีรายงานการเกิดโรคภายในประเทศไทย เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่ต้องกังวลเรื่องโรคพวกนี้ ตราบใดที่เราไม่ไปเมืองนั้น (อู่ฮั่น)

แต่ขณะเดียวกัน ช่วงนี้เป็นช่วงที่เรามีโรคประจำถิ่น ก็คือ โรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนก็สามารถที่จะปฏิบัตตัวเพื่อหลีกเลี่ยงจากโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ซึ่งบ้านเราเป็นเยอะด้วยนะ ปีที่แล้วมีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลของประเทศไทย ตั้ง 3 แสนกว่าคน เพราะฉะนั้นในช่วงนี้ก็ยังพบไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลระบาดอยู่

อีกสิ่งหนึ่งที่พี่น้องประชาชนสามารถดำเนินการได้ ก็คือรักษาตัวเองให้แข็งแรง กินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ใครเป็นหวัดก็ควรจะงดหรือเลี่ยงที่จะออกไปในพื้นที่สาธารณะ ไม่ไปแพร่โรคให้คนอื่น

หรือถ้าจำเป็นต้องออกไป ก็ต้องสวมใส่หน้ากากฯ เขาแนะนำให้คนป่วยสวม เขาไม่แนะนำให้คนสบายดีสวม เพราะว่ามันไม่ได้ช่วยอะไรมากมายเท่าไหร่เลย แต่ถ้าเกิดคนป่วยสวม มันจะป้องกันการไอ การจาม ที่มีละออง ที่อาจมีเชื้อโรคปนออกมาในพื้นที่สาธารณะได้ แต่หากเป็นคนที่สบายดี ไปในพื้นที่ที่คนเยอะๆ ก็หมั่นล้างมือบ่อยๆ

สปริงนิวส์ : ในส่วนของการดำเนินงานระหว่างประเทศ เรามีการประสานกับรัฐบาลจีนหรือไม่ครับ เพื่อป้องกันการระบาดของโรคดังกล่าว ?

เมื่อวานนี้ (22 มกราคม 2563) องค์กรระหว่างประเทศ ก็คือองค์การอนามัยโลก เขาก็จัดให้มีเทเลคอนเฟอเรนซ์ในส่วนของคณะกรรมการที่จะพิจารณาว่า จะประกาศว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ เป็น Public Health Emergency of International Concern (การประกาศภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขซึ่งเป็นความกังวลระหว่างประเทศ) หรือไม่ ได้มีการเชิญประเทศที่เกี่ยวข้อง คือประเทศที่พบ “ผู้ป่วยยืนยัน” ที่มาจากจีน เข้าร่วมประชุมแล้วให้ข้อมูลเพิ่มเติม

เพราะฉะนั้นก็หมายความว่า การดำเนินงานในส่วนของประเทศไทยเนี่ย ดำเนินการตามมาตรฐานสากล แล้วการดำเนินงานนั้น เป็นไปใต้สิ่งที่เราเรียกว่า กฎอนามัยระหว่างประเทศ เพราะฉะนั้นมันก็จะมีการประสานงานระหว่างประเทศในส่วนของประเทศที่เกี่ยวข้องอยู่แล้วครับ

สปริงนิวส์สัมภาษณ์ นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค เจาะลึกถึงมาตรการเฝ้าระวัง และป้องกัน

หมายเหตุ  : วันที่ 24 มกราคม 2563 องค์การอนามัยโลกมีมติยังไม่ประกาศ Public Health Emergency of International Concern (การประกาศภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขซึ่งเป็นความกังวลระหว่างประเทศ)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด