Breaking ข่าว ข่าวภาคใต้ ทั่วไทย

ปภ.เตือนมรสุมเข้าภาคใต้ 3-5 ธ.ค. ปชช.ติดตามสถานการณ์

วันที่ 3 ธ.ค.59 นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า อิทธิพลของมรสมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังปานกลางที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำในทะเลจีนใต้ตอนล่างเคลื่อนผ่านประเทศมาเลเซีย และภาคใต้ตอนล่าง ทำให้ภาคใต้มีฝนตกเพ่ิมขึ้น กับมีฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยตั้งแต่วันที่ 1 – 3 ธันวาคม 2559 มีจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลัน 8 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช สงขลา พัทลุง ตรัง ปัตตานี ยะลา สุราษฎร์ธานี กระบี่ รวม 34 อำเภอ 127 ตำบล 508 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 24,479 ครัวเรือน 70,812 คน ผู้เสียชีวิต 3 ราย 

รัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฝนตกหนักและคลื่นลมแรงในพื้นที่ภาคใต้ จึงได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสานจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ให้เร่งแก้ไขปัญหาและให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย ดินโคลนถล่ม และคลื่นลมแรงอย่างเต็มกำลัง โดยจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์ภัย ติดตามสภาพอากาศ และพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว และวัสดุอุปกรณ์ เครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยประจำจุดเสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะบริเวณสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ชายฝั่งทะเล พื้นที่ลุ่มริมฝั่งแม่น้ำ และพื้นที่เสี่ยงภัยของจังหวัด หากสถานการณ์รุนแรง ให้พิจารณาอพยพประชาชนไปอาศัยในพื้นที่ปลอดภัยโดยด่วน และปฏิบัติตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอย่างเคร่งครัด พร้อมประสานแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนการช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป รวมถึงเตรียมพร้อมจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวให้พร้อมรองรับการอพยพผู้ประสบภัย เตรียมเรือท้องแบน รถบรรทุก ยานพาหนะต่างๆ ให้บริการขนย้ายส่ิงของและอพยพผู้ประสบภัย ตลอดจนจัดบริการต่างๆ ทัั้งบริการทางการแพทย์ สาธารณสุข บริการอาหาร เครืื่องดื่ม อาหารแห้งแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัย 

นอกจากนี้ ปภ. ได้ร่วมกับหน่วยทหาร ฝ่ายพลเรือน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มูลนิธิอาสาสมัครเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยด่วนแล้ว รวมถึงเร่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำระบายน้ำลงสู่ทะเลและแหล่งน้ำสาธารณะ เพื่อให้น้ำไหลระบายอย่างรวดเร็ว ตลอดจนได้เตรียมพร้อมส่ิงของสำรองจ่ายไว้ที่ศุูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 11 สุราษฎร์ธานี เขต 12 สงขลา และเขต 18 ภูเก็ต สำหรับแจกจ่ายบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยในเบื้องต้น 

อย่างไรก็ตาม จากการติดตามคาดการณ์สภาพอากาศในพื้นที่ภาคใต้กับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ในช่วงวันที่ 3 – 5 ธันวาคม 2559 หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงเหนืออย่างช้าๆ ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังแรงมากขึ้น ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ 

ดังนี้ วันที่ 3 – 4 ธันวาคม 2559 ฝนตกหนักบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ช่วงวันที่ 4 – 5 ธันวาคม 2559 ฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ สำหรับคลื่นลมในอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร ชาวประมงควรเพ่ิมความระมัดระวังในการเดินเรือ เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2559 ขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามพยากรณ์อากาศ ประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด หากได้รับความเดือดร้อนจากสาธารณภัย สามารถติดต่อได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

ฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เกิดน้ำท่วมขังถนนหลายจุด ระดับน้ำสูง40-60เซนติเมตร นอกจากนี้ยังทำให้ทัศนวิสัย ในการมองเห็นลดต่ำลง ส่งผลกระทบต่อนักบินสายการบินบางกอกแอร์เวสย์ ไม่สามารถนำเครื่องบินขึ้นหรือลงจอดยังสนามบิบเกาะสมุยได้ทำให้เกิดปัญหาล่าช้า แต่ยังไม่มีการประกาศยกเลิกเที่ยวบิน  

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ขณะเดียวกันคลื่นลมทะเลบริเวณชายหาดเกาะสมุยคลื่นสูง 2-3 เมตร ผู้ประกอบการโรงแรมได้นำธงแดงมาปักตลอดแนวชายหาด ห้ามลงเล่นน้ำเด็ดขาด นอกจากนี้ตำรวจน้ำเกาะสมุย ได้รับแจ้งเกิดเหตุเรือวางลอบปูขนาดเล็กถูกมีคนขับพร้อมลูกเรือรวม5คนถูกคลื่นซัดจม 1 ลำ เบื้องต้นลูกเรือ 4 คนได้รับการช่วยเหลือขึ้นมาได้ส่วนคนขับเรือจมน้ำสูญหาย
 
สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อ.รัษฎา จ.ตรัง ล่าสุดมีน้ำท่วมเส้นทางรถไฟบริเวณหมู่ที่ 6 ตำบลคลองปาง จนไม่สามารถเดินขบวนรถไฟได้ 2 ขบวน คือ ขบวนรถด่วน กรุงเทพ-ตรัง และขบวนรถเร็ว กรุงเทพ-กันตัง ทำให้ขบวนรถไฟต้องจอดที่สถานีชุมทางทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช เจ้าหน้าที่จัดรถบัสปรับอากาศมารับผู้โดยสารที่สถานีรถไฟกันตังและสถานีรถไฟตรังกว่า 300 คน ไปส่งยังชุมทางทุ่งสง เพื่อเดินทางไปยังกรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่สถานีรถไฟตรังกล่าวว่าทางการรถไฟจะรับส่งผู้โดยสารจากสถานีกันตังและตรังไปยังสถานีชุมทางทุ่งสง จนกว่าน้ำท่วมจะเข้าสู่สภาวะปกติ