ข่าว

“สมาร์ทแทรฟิค”ปัญหารุมเร้า เหตุ EIC ขายทิ้ง

พลิกปูมบริษัทอุตสาหกรรม อีเล็คโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) (EIC) ที่ประกาศขายหุ้น บริษัทสมาร์ท แทรฟิค จำกัด ต่อสาธารณะ เนื่องจากไม่เชื่อมั่นต่อการบริหารบริษัท ที่อาจจะไม่โปร่งใส ทั้งเงินทดรองจ่าย กรรมการกู้เงินออกจากบริษัท  กรรมการบริษัทถูกฟ้องร้องเรียกหนี้ และอดีตผู้ก่อตั้งบริษัทเคยเป็นบุคคลล้มละลาย

โดยที่ประชุมคณะกรรมการ EIC ครั้งที่ 18/2559 เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 มีมติให้ขายหุ้นบริษัทสมาร์ท แทรฟิค จำกัด จำนวน 3,232,000 หุ้น คิดเป็น 26.94% ของทุนจดทะเบียนและชำระแล้วของบริษัทสมาร์ท แทรฟิค จำกัด โดยวิธีการขายจะให้นักลงทุนที่สนใจทำคำเสนอซื้อมายังบริษัท และคณะกรรมการบริษัท จะพิจารณาเสนอขายให้แก่ผู้เสนอราคาสูงสุดและไม่เป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับบริษัท

บริษัท สมาร์ท แทรฟิค จำกัด ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับระบบเก็บเงินค่าทางด่วนและมอเตอร์เวย์ แบบเงินสดและแบบอัตโนมัติ (Easy Pass) เป็นบริษัทที่ก่อตั้งโดยนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต่อมาได้โอนกิจการให้แก่ นายประยูร จินดาประดิษฐ์ อดีตผู้บริหารธนาคารทหารไทย โดยมีบุตรชายคือ นายปิยะ จินดาประดิษฐ์ และภรรยาคือนางสาวพรพันธ์ ศิริวงศ์ ณ อยุธยา เป็นผู้บริหารในรุ่นต่อมา
    
ในปี 2541 บริษัทสมาร์ท แทรฟิค จำกัด เป็นคู่สัญญากับกรมทางหลวง เป็นผู้ให้บริการระบบการจัดเก็บค่าผ่านทางถนนมอเตอร์สายที่ 7 และ 9 และในปี 2551 ได้รับสัญญาติดตั้งระบบเก็บเงินค่าทางด่วนแบบอัตโนมัติ จากการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ในนามของ FKS Joint Venture มูลค่า 425 ล้านบาท
    
“คุณปิยะ เป็นลูกชายของคุณประยูร ซึ่งใกล้ชิดกับอดีนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งก็มาทางสายกลุ่มบ้านฉาง คือไพโรจน์ เปี่ยมพงษ์ศานต์ ต่อมาคุณทักษิณ ยกบริษัทนี้ให้คุณประยูร และก็มาถึงมือของลูกชายคือปิยะ แต่ปิยะ ต้องวางมือให้ภรรยาคือคุณพรพันธ์ เพราะตัวเองถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลาย”
    
นายปิยะ ถูกบริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด ยื่นฟ้องต่อศาลล้มละลายกลาง ขอให้เป็นบุคคลล้มละลาย และเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2552 ศาลมีคำสั่งให้นายปิยะ เป็นบุคคลล้มละลาย และให้พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด 
    
อย่างไรก็ตามนายปิยะ ยื่นอุทธรณ์คำสั่ง แต่ศาลไม่รับอุทธรณ์ และมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดนายปิยะ เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2556 และเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2559 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งให้ปลดนายปิยะ พ้นจากการเป็นบุคคลล้มละลาย มีผลตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2559
    
ประการต่อมาบริษัทสมาร์ท แทรฟิค บริหารโดยผู้บริหารที่มีคดีความติดตัว โดยนางสาวพรพันธ์ ศิริวงศ์ ณ อยุธยา กรรมการเพียงคนเดียวของบริษัท ถูกบริษัท EIC ฟ้องต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ในคดีหมายเลขดำที่ 2516/2559 เรียกเงินมัดจำค่าหุ้นจำนวน 70 ล้านบาทคืน พร้อมดอกเบี้ย 3.5% ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2558 
    
นอกจากนี้ มีรายงานข่าวว่า EIC จะแจ้งความดำเนินคดีกับนายปิยะ จินดาประดิษฐ์ สามีของนางสาวพรพันธ์ กรณีที่ลงนามในเช็คสั่งจ่ายเงิน 5 ล้านบาท ให้แก่ EIC ซึ่งต่อมาธนาคารได้ปฏิเสธการจ่ายเงินดังกล่าว
    
ประการที่ 3 งบการเงินของบริษัทอาจมีความไม่โปร่งใส และอาจจะนำมาซึ่งการทุจริต เมื่อปรากฎว่า งบการเงินงวดล่าสุด สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2559 พบรายการเงินทดรองจ่ายให้กรรมการ มีมูลค่าสูงถึง 246 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นจากงบปี 2558 ที่มียอดเงินทดรองจ่ายให้กรรมการ ที่มีจำนวน 153 ล้านบาท 
    
นอกจากนี้ยังพบรายการกรรมการบริษัทกู้เงินออกจากบริษัทด้วย โดยในงวด  30 กันยายน 2559 ยอดเงินกู้พุ่งขึ้นไปที่ 337 ล้านบาท จาก 22 ล้านบาท สำหรับงวดปี 2558
    
ส่วนผลประกอบการมีท้งกำไรและขาดทุน ปี 2554 ขาดทุน 4 แสนบาท ปี 2555 กำไร 5 ล้านบาท ปี 2556 ขาดทุน 98 ล้านบาท ปี 2557 พลิกมากำไร 35 ล้านบาท และกำไรเพิ่มเป็น 61 ล้านบาทในปี 2558 แต่ 9 เดือนแรกของปีนี้ขาดทุนสุทธิแล้ว 45 ล้านบาท 
    
สุดท้ายงบการเงินเพราะงบการเงินไม่โปร่งใสของสมาร์ท แทรฟิค ทำให้ตลาดหลักทรัพย์ขึ้นเครื่องหมาย NP เป็นความเดือดร้อนของผู้ถือหุ้น EIC ที่ผู้บริหารEIC ต้องเร่งแก้ไขประเด็นนี้ด้วยการขายหุ้นที่มีงบการเงินไม่โปร่งใสออกไป
    
“เงินที่กู้ยืมส่วนตนที่ออกไปจากบริษัทนับร้อยล้านกลับเป็นสิ่งชวนให้คิดถึงความโปร่งใสและความชอบธรรมที่มีต่อผู้ถือหุ้นรายอื่น"