การเมือง

“พลเมืองต่อต้าน Single Gateway” โพสต์เฟซ ชี้เป้าโจมตีเว็บกลาโหม-ดิจิทัล บ่ายนี้

–19 ธ.ค. 59–สนามไซเบอร์เปิดฉากรบอีกครั้ง เมื่อสักครู่ไม่กี่นาทีที่ผ่าน "พลเมืองต่อต้าน Single Gateway : Thailand Internet Firewall #opsinglegateway" ได้โพสต์ข้อความบอกพิกัดเพื่อนัดรวบพลฝูงบิน F5 เข้าโจมตีเว็บไซต์ 2 กระทรวงหลักอย่างกระทรวงดิจิตอลและกระทรวง กลาโหม โดยมีข้อความระบุว่า 

โปรดร่วมกันแสดงพลังประชาชน ตั้งแต่เวลา 13.00 น. ถึง 21.00 น. พิกัดเป้าหมาย คือ
1. กระทรวงดิจิทัล http://www.mict.go.th/www.mict.go.th/index.html   "IP= 103.55.140.193"
2. กระทรวงกลาโหม http://www.mod.go.th   "IP= 210.246.94.90"
3. รอเวลา
4. รอเวลา
หมายเหตุ : ถึง โฆษกกระทรวงกลาโหม ปากบอกว่า ขอร้อง วิงวอน แต่ลับหลัง สิ่งที่พวกท่านทำคือ การเดินหน้ากดหัวประชาชน แสดงออกมาเป็นรูปธรรม ว่า พวกท่านกำลังจะหยุดจริงๆ แล้วถึงมาวิงวอน….


การที่พลเมืองต่อต้าน Single Gateway นัดฝูงบิน F5 โจมตีเว็บไวต์ด้านกองทัพบกเองไม่ได้นิ้งนอนใจแต่อย่างใด พลตรีฤทธี อินทราวุธ ผู้อำนวยการศูนย์ไซเบอร์ กองทัพบก ก็ได้ออกมากล่าวถึงสถานการณ์การโจมตีเว็บและเจาะระบบหน่วยงานราชการว่า มีความเคลื่อนไหวต่างๆของกลุ่มแฮกเกอร์โดยเฉพาะจากต่างประเทศ จึงขอให้หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพิ่มความระมัดระวัง ด้านมาตรการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์, พอร์ท ช่องทางการเข้า-ออกระบบต่างๆ 

ขอชี้แจงบทบาท ภารกิจหน้าที่ของศูนย์ไซเบอร์กองทัพบกว่าเป็นเพียงหน่วยงานที่ตั้งขึ้นมาเพื่อดูแลความปลอดภัยไซเบอร์ของกองทัพบก เฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยคุกคามด้านไซเบอร์และการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ ไม่ได้มีหน้าที่มาชี้แจงและบังคับใช้ข้อกฎหมายรวมถึงการโจมตีตอบโต้ทางไซเบอร์เพราะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย พลตรีฤทธี กล่าว


ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ได้ใช้เวทีการประชุมคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ ครั้งที่ 5/2559 ในการพูดถึงกระแสต่อต้านพ.ร.บ.คอมพ์ โดยนายกฯ กล่าวช่วงต้นการประชุมว่า ที่ผ่านมาการแก้ไขปัญหาทุจริตได้รับความร่วมมือทั้งจากภายใน และภายนอก อย่ามองว่าเป็นปัญหาเล็กน้อย และ สามารถควบคุมได้ แต่ในความจริงกลับไม่ง่ายนัก แม้จะชี้แจง หรือ สั่งการแล้ว แต่อย่าลืมว่ายังมีคนบางกลุ่ม เผยแพร่ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย เพียงไม่กี่นาทีก็มีผู้รับรู้ข้อมูลมากถึงหลายแสนคน ซึ่งภาครัฐต้องตระหนักว่า จะรับมือเท่าทันกลุ่มเหล่านี้หรือไม่

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ดังนั้น สิ่งที่จะหารือในวันนี้ คือการทำให้เกิดการทำงานเชิงรุก ต้องมองปัญหาไปข้างหน้า พร้อมเตรียมการรองรับ และ เตรียมมาตรการ ทั้งป้องกัน ป้องปราม และ ปราบปรามตามลำดับ แต่เน้นเรื่องการปราบปรามให้น้อยที่สุด ควบคู่กับมาตรการสร้างความเข้าใจ เพราะขณะนี้ เพียงแค่ชี้แจงไม่สามารถยุติปัญหาได้ ทั้งยังต้องติดตามความคืบหน้าของงานที่ได้รับมอบหมายอย่างต่อเนื่องด้วยว่า จะมีความขัดแย้งอะไรต่อไปหรือไม่ โดยอยากให้มองปัญหาในองค์รวม เพราะการแก้ปัญหาในองค์รวม คือสิ่งสำคัญของรัฐบาลปัจจุบัน ซึ่งเป็นการทำงาน ระยะที่ 2 ต้องฝาก โฆษก คสช.และ ผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการในเรื่องนี้ด้วย พลเอกประยุทธ์ กล่าว