ทหารสหรัฐฯ ไปที่ไหน ทำไมธุรกิจบริการทางเพศจึงเติบโตตาม?

ทหารสหรัฐฯ ไปที่ไหน ทำไมธุรกิจบริการทางเพศจึงเติบโตตาม?

จากฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ถึงพัทยา ย้อนประวัติศาสตร์ทหารสหรัฐฯ กับเมืองรอบฐานทัพ และธุรกิจบริการทางเพศที่เติบโตตามกำลังซื้อ

SHORT CUT

  • ทหารสหรัฐฯ กับเศรษฐกิจเมืองฐานทัพ  การเข้ามาของกำลังพลจำนวนมากและมีกำลังซื้อสูง ช่วยกระตุ้นโรงแรม ร้านอาหาร บาร์ การเดินทาง และธุรกิจบริการในเมืองรอบฐานทัพ
  • ธุรกิจบริการทางเพศเติบโตควบคู่ในหลายประเทศ ตั้งแต่ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จนถึงไทย ประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นว่าพื้นที่ซึ่งมีทหารสหรัฐฯ จำนวนมาก มักเกิดหรือขยายตัวของสถานบันเทิงและธุรกิจบริการทางเพศ
  • พัทยาคือตัวอย่างสำคัญของไทย  สงครามเวียดนามและการเข้ามาพักผ่อนของทหารอเมริกันเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เร่งให้พัทยาเติบโตจากเมืองชายทะเล สู่เมืองท่องเที่ยวและสถานบันเทิงระดับนานาชาติ

จากฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ถึงพัทยา ย้อนประวัติศาสตร์ทหารสหรัฐฯ กับเมืองรอบฐานทัพ และธุรกิจบริการทางเพศที่เติบโตตามกำลังซื้อ

พัทยากำลังจะต้อนรับแขกกลุ่มใหญ่เกือบ 5,000 คน!

เรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln พร้อมเรือรบอีก 2 ลำ มีกำหนดเข้าเทียบท่าที่แหลมฉบังระหว่างวันที่ 2–6 กันยายน 2569 หลังปฏิบัติภารกิจในทะเลมาเป็นเวลานาน การแวะประเทศไทยครั้งนี้จึงเป็นช่วงเวลาพักผ่อนของกำลังพล หรือที่เรียกว่า R&R (Rest and Recuperation)

สำหรับคนพัทยา การมาของทหารหลายพันนายมีอีกความหมายหนึ่ง นั่นคือ เงินจำนวนไม่น้อยกำลังจะไหลเข้าสู่เมือง มีการประเมินว่าทหารสหรัฐฯ แต่ละคนอาจใช้จ่ายประมาณ 1,000–3,000 บาทต่อวัน หากคิดจากกำลังพลราว 5,000 นาย ก็เท่ากับว่าอาจมีเงินสะพัดประมาณ 5–15 ล้านบาทต่อวัน หากกำลังพลส่วนใหญ่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นฝั่งและใช้จ่ายในพื้นที่

คนที่รอรับอานิสงส์คือร้านอาหาร โรงแรม ร้านสะดวกซื้อ รถรับจ้าง ห้างสรรพสินค้า ร้านนวด และธุรกิจท่องเที่ยวแทบทุกประเภทจึงไม่แปลกที่ข่าวการมาของเรือรบสหรัฐฯ จะสร้างความตื่นตัวให้กับผู้ประกอบการในพัทยา

แต่ถ้าย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ จะพบว่าความรู้สึกแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย ตลอดเวลากว่าหนึ่งศตวรรษ ไม่ว่าทหารสหรัฐฯ จำนวนมากจะไปประจำการหรือแวะพักที่ใด เมืองรอบฐานทัพและเมืองท่าหลายแห่งก็มักคึกคักตามไปด้วย

และหนึ่งในธุรกิจที่มีประวัติเติบโตควบคู่กับการปรากฏตัวของทหาร คือ ‘ธุรกิจบริการทางเพศ’

 

ทำไมเมืองต่างๆ ถึงตื่นเต้นเมื่อทหารอเมริกันมา?

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อสหรัฐฯ ส่งทหารไปประจำการในญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รายได้ของทหารอเมริกันเมื่อแลกเป็นเงินท้องถิ่นถือว่าสูงเมื่อเทียบกับรายได้ของประชาชนในหลายพื้นที่

เงินเหล่านั้นไม่ได้อยู่แค่ในฐานทัพ เมื่อถึงวันหยุด ทหารก็ต้องกินอาหาร ตัดผม ซักเสื้อผ้า นั่งแท็กซี่ ซื้อของ ดื่ม เที่ยว และหาความบันเทิง เมื่อมีลูกค้าหลายพันหรือหลายหมื่นคนที่มีเงินอยู่ในมือ ธุรกิจก็เกิดขึ้นเพื่อรองรับพวกเขา

ร้านอาหารเปิดขึ้น โรงแรมเพิ่มจำนวน บาร์และไนต์คลับตามมา ผู้คนจากพื้นที่อื่นย้ายเข้ามาหางาน จนบางแห่งเกิดเป็นเมืองเศรษฐกิจขนาดย่อมรอบฐานทัพ

นักวิชาการเรียกชุมชนลักษณะนี้ว่า ‘Camptown’ หรือเมืองรอบฐานทัพ และในประวัติศาสตร์ของหลายประเทศ ‘เมืองทหาร’ เหล่านี้มักมีธุรกิจบริการทางเพศรวมอยู่ด้วย

อย่างไรก็ตาม การบอกว่า ‘ทหารสหรัฐฯ เป็นผู้สร้างการค้าประเวณี’ คงไม่ถูกต้องนัก เพราะการค้าประเวณีมีอยู่ในหลายประเทศก่อนกองทัพสหรัฐฯ เดินทางมาถึงแต่สิ่งที่เกิดขึ้นมากกว่านั้นคือ เมื่อมีผู้ชายวัยหนุ่มจำนวนมากที่มีกำลังซื้อสูงเข้ามาอยู่ในพื้นที่เดียวกันเป็นเวลานาน ความต้องการเพิ่มขึ้น เงินเพิ่มขึ้น และธุรกิจที่มีอยู่เดิมก็ขยายตัวตาม

 

ฟิลิปปินส์ หนึ่งในตัวอย่างเก่าแก่ที่สุด

หลังสหรัฐฯ เข้ามามีบทบาทในฟิลิปปินส์ช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 เอกสารของกองทัพสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 1899 กล่าวถึงปัญหาการค้าประเวณีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในพื้นที่ที่ทหารอเมริกันเข้าไปประจำการ เช่น มะนิลา เซบู อิโลอิโล และโจโล

ความสัมพันธ์ระหว่างฐานทัพกับเศรษฐกิจกลางคืนยิ่งชัดเจนขึ้นในเวลาต่อมา โดยเฉพาะเมือง Olongapo ที่อยู่ติดกับฐานทัพเรือ Subic Bay และ Angeles City ใกล้ฐานทัพอากาศ Clark

ทหารสหรัฐฯ ไปที่ไหน ทำไมธุรกิจบริการทางเพศจึงเติบโตตาม?

      ค่ายทหารสหรัฐใน Olongapo ปี 1909

เมื่อฐานทัพขยายตัว เมืองก็ขยายตาม โรงแรม ร้านอาหาร บาร์ คลับ ร้านขายของ และสถานบริการจำนวนมากเกิดขึ้นเพื่อรองรับทหารอเมริกัน งานศึกษาบางชิ้นระบุว่า ในช่วงที่ฐานทัพสหรัฐฯ รุ่งเรือง Olongapo มีผู้หญิงที่ขึ้นทะเบียนเกี่ยวข้องกับธุรกิจบริการทางเพศราว 10,000 คน และยังมีอีกจำนวนมากที่อยู่นอกระบบ

เมื่อสหรัฐฯ ปิด Subic Bay ในช่วงต้นทศวรรษ 1990 เมืองได้รับผลกระทบอย่างหนัก แต่ไม่ได้ล่มสลายทั้งหมด ธุรกิจจำนวนหนึ่งเปลี่ยนจากการรับทหารไปสู่การรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแทน โดยเฉพาะ Angeles City ซึ่งยังคงเป็นเมืองท่องเที่ยวและสถานบันเทิงมาจนถึงปัจจุบัน 

ญี่ปุ่นและโอกินาวา

ปี 1945 ญี่ปุ่นพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 เมืองจำนวนมากถูกทำลาย เศรษฐกิจเสียหาย และประชาชนจำนวนมากเผชิญกับความยากจน ขณะเดียวกัน ทหารฝ่ายสัมพันธมิตรที่นำโดยสหรัฐฯ หลายแสนนายเดินทางเข้ามาประจำการ จึงเกิดความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างประชาชนในประเทศผู้แพ้สงครามกับทหารจากประเทศที่มีกำลังซื้อสูงกว่า

ไม่นานหลังการยอมแพ้ ญี่ปุ่นมีการจัดตั้ง Recreation and Amusement Association หรือ RAA เพื่อสร้างสถานบริการและพื้นที่บันเทิงรองรับทหารฝ่ายยึดครอง รัฐบาลญี่ปุ่นในเวลานั้นมองว่าการจัดพื้นที่เฉพาะอาจช่วยควบคุมปัญหาความรุนแรงทางเพศและโรคติดต่อได้ แต่ระบบนี้ดำเนินอยู่ไม่นานและถูกยกเลิกในปี 1946

แม้ RAA จะถูกยุบ ตลาดกลับไม่ได้หายไป ผู้หญิงจำนวนหนึ่งยังคงทำงานนอกระบบ และในยุคนั้นมีคำเรียกผู้หญิงที่คบหาหรือให้บริการทหารต่างชาติว่า Pan-Pan ย่านใกล้สถานีรถไฟ ฐานทัพ และสถานบันเทิงในเมืองต่างๆ จึงกลายเป็นพื้นที่ที่ทหารอเมริกันใช้ชีวิตยามว่าง ร้านอาหาร บาร์ ร้านเต้นรำ และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความบันเทิงเติบโตขึ้นพร้อมกับเงินดอลลาร์ที่หมุนเวียนในญี่ปุ่นยุคหลังสงคราม

อย่างไรก็ตาม การมีทหารสหรัฐฯ ประจำการอยู่ในญี่ปุ่นเป็นเวลายาวนาน โดยเฉพาะบนเกาะ โอกินาวะ ไม่ได้ทิ้งไว้เพียงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ แต่ยังนำไปสู่ความขัดแย้งกับประชาชนในพื้นที่เป็นระยะ หนึ่งในเหตุการณ์ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนมากที่สุดเกิดขึ้นใน ปี 1995 เมื่อทหารสหรัฐฯ 3 นายลักพาตัวและข่มขืนเด็กหญิงชาวโอกินาวะวัย 12 ปี คดีดังกล่าวสร้างความโกรธแค้นไปทั่วเกาะ และกลายเป็นชนวนของขบวนการประท้วงต่อต้านฐานทัพครั้งใหญ่ 

ทหารสหรัฐฯ ไปที่ไหน ทำไมธุรกิจบริการทางเพศจึงเติบโตตาม?

ผู้หญิงที่ถูกเรียกว่า Pan-Pan ในญี่ปุ่น

 

เกาหลีใต้ Las Vegas แห่งเอเชีย 

หลังสงครามเกาหลี สหรัฐฯ ยังคงประจำกำลังจำนวนมากในเกาหลีใต้ รอบฐานทัพจึงเกิดชุมชนที่เรียกว่า Kijichon หรือ ‘หมู่บ้านฐานทัพ’

เมืองอย่าง Dongducheon ใกล้ Camp Casey และพื้นที่ Pyeongtaek ใกล้ฐานทัพสหรัฐฯ กลายเป็นศูนย์รวมร้านอาหาร บาร์ คลับ ร้านค้า และธุรกิจบริการต่างๆ ในยุครุ่งเรือง นักวิชาการบางคนถึงกับเปรียบ Dongducheon ว่าเป็นเหมือน ‘Las Vegas แบบเมืองกระท่อม’

อีกพื้นที่หนึ่งที่มีชื่อเสียงไม่แพ้กันคือ Itaewon ในกรุงโซล ซึ่งอยู่ใกล้กับฐานทัพ Yongsan Garrison ของสหรัฐฯ เป็นเวลาหลายทศวรรษ ทำให้ย่านนี้พัฒนาเป็นพื้นที่การค้าและสถานบันเทิงที่มีทหารอเมริกันเป็นลูกค้าสำคัญ ร้านอาหารตะวันตก บาร์ คลับ ร้านเสื้อผ้า และธุรกิจกลางคืนเติบโตขึ้นตามกำลังซื้อของชาวต่างชาติ จน Itaewon ค่อยๆ สร้างภาพจำในฐานะย่านนานาชาติของกรุงโซล 

ทหารสหรัฐฯ ไปที่ไหน ทำไมธุรกิจบริการทางเพศจึงเติบโตตาม?

 

พัทยาเมืองสวรรค์ 

นที่ชายทะเลแห่งนี้มีคนไทยเดินทางมาพักผ่อนอยู่ก่อนแล้ว แต่สิ่งที่ปฏิเสธได้ยากคือ สงครามเวียดนามเป็นตัวเร่งสำคัญที่เปลี่ยนพัทยาจากเมืองชายทะเลขนาดเล็กไปสู่เมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติ

ตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1950 เป็นต้นมา สหรัฐฯ เริ่มส่งกำลังทหารเข้ามาในประเทศไทยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนไทยกลายเป็นหนึ่งในฐานยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับปฏิบัติการทางอากาศในช่วงสงครามเวียดนาม เมื่อทหารจำนวนมากผ่านการปฏิบัติหน้าที่มาเป็นเวลานาน ความต้องการพื้นที่สำหรับพักผ่อนและผ่อนคลายก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย และ พัทยา ก็เริ่มกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของทหารอเมริกัน

ภาพพัทยาในอดีต

 

ทหารอเมริกันเดินทางมาพัทยาเพื่อว่ายน้ำ กินอาหาร ดื่ม และเที่ยวสถานบันเทิง เงินจำนวนมากจึงเริ่มไหลเข้าสู่พื้นที่ และกระตุ้นให้ธุรกิจบริการขยายตัวอย่างรวดเร็ว เมื่อมีลูกค้า โรงแรมก็เพิ่มขึ้น เมื่อมีนักท่องเที่ยว ร้านอาหารและร้านค้าก็เพิ่มขึ้น และเมื่อมีทหารหนุ่มจำนวนมากเดินทางเข้ามาพักผ่อน บาร์ คลับ และธุรกิจกลางคืนก็เติบโตตามไปด้วย

ในช่วงปลายทศวรรษ 1960 พัทยายิ่งมีบทบาทในฐานะพื้นที่พักผ่อนของกำลังพลสหรัฐฯ จากหมู่บ้านและเมืองชายทะเลขนาดเล็ก พัทยาจึงค่อยๆ เปลี่ยนโฉมเป็นเมืองท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยโรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้า บาร์ และสถานบันเทิง กลายเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของพัทยาในเวลาต่อมา

หนึ่งในผลงานที่บันทึกบรรยากาศสังคมไทยยุคทหารอเมริกันได้อย่างน่าสนใจคือ ‘ผู้หญิงคนนั้นชื่อบุญรอด’ ภาพยนตร์ปี พ.ศ. 2528 กำกับและเขียนบทโดย วิจิตร คุณาวุฒิ ดัดแปลงจากนวนิยายชื่อเดียวกันของ ‘โบตั๋น’ หรือ สุภา สิริสิงห ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2524 เรื่องราวเกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศสงครามเวียดนาม เมื่อสหรัฐฯ ใช้ประเทศไทยเป็นฐานปฏิบัติการทางทหาร และมีทหารอเมริกันกระจายตัวอยู่ตามฐานทัพและเมืองต่างๆ การเข้ามาของทหารจำนวนมากนำเงินและกำลังซื้อเข้ามาพร้อมกัน จนธุรกิจที่รองรับการพักผ่อนของทหาร ทั้งร้านอาหาร ไนต์คลับ บาร์ และสถานบันเทิงเติบโตขึ้น

ทหารสหรัฐฯ ไปที่ไหน ทำไมธุรกิจบริการทางเพศจึงเติบโตตาม?  

ขณะเดียวกันก็เกิดปรากฏการณ์ที่สังคมไทยยุคนั้นเรียกว่า ‘เมียเช่า’ หรือผู้หญิงไทยที่มีความสัมพันธ์กับทหารต่างชาติ ซึ่งกลายเป็นทั้งช่องทางหารายได้ของผู้หญิงบางส่วน และเป็นภาพสะท้อนความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจในสังคมช่วงสงคราม

ส่วนเหตุผลที่ทหารสหรัฐฯ ทำให้ธุรกิจ Sex Woker เฟื่องฟูในหลายประเทศนั้น ประการแรก กำลังพลส่วนหนึ่งเป็น คนหนุ่ม โสด และอยู่ห่างจากครอบครัวเป็นเวลานาน ประการที่สอง การประจำการในต่างประเทศสร้างสภาพแวดล้อมชั่วคราวที่ต่างจากชีวิตประจำวัน และประการที่สาม เมืองรอบฐานทัพจำนวนมากสร้างธุรกิจขึ้นมาเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้โดยตรง จึงทำให้การเข้าถึงแอลกอฮอล์ สถานบันเทิง คู่สัมพันธ์ชั่วคราว และในอดีตคือบริการทางเพศเป็นเรื่องง่าย 

แม้ในปัจจุบัน ทั้งกฎหมายของประเทศเจ้าบ้านและระเบียบของกองทัพสหรัฐฯ จะมีข้อห้ามหรือข้อจำกัดเกี่ยวกับการซื้อบริการทางเพศ แต่พฤติกรรมดังกล่าวก็ไม่ได้หายไปอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะเมื่อกำลังพลได้รับอนุญาตให้ออกจากฐานทัพหรือขึ้นฝั่งเพื่อพักผ่อน การกำกับดูแลพฤติกรรมนอกเวลาราชการย่อมทำได้ยากขึ้น และในบางพื้นที่ ธุรกิจบริการและสถานบันเทิงยามค่ำคืนก็ยังคงเติบโตควบคู่ไปกับการเดินทางเข้ามาของกำลังพลต่างชาติไม่เปลี่ยนแปลง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

 

 

 

 

 

 

 

related