ระทึก! ชนกันสนั่น 8 คันกลางถนนวิภาวดี เจ็บหลายราย

เมื่อช่วงเช้าตรู่ที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนกันจำนวนหลายคัน และมีผู้บาดเจ็บหลายราย เหตุเกิดบริเวณถนนวิภาวดีรังสิต ด้านขาออก ใกล้ตลาดใหม่ดอนเมือง แขวงและเขตดอนเมือง กทม. จุดเกิดเหตุ พบรถแท็กซี่สาธารณะ สีชมพู หมายเลขทะเบียน ทษ 9162 กรุงเทพมหานคร โดยมีนายจรูญ ขันสังข์ อายุ 60 ปี เป็นคนขับ ที่ได้รับบาดเจ็บศรีษะแตก ซึ่งถูกรถแท็กซี่สีเหลือง หมายเลขทะเบียน ทห 2237 กรุงเทพมหานคร พุ่งชนที่ท้ายรถพังยับเสียหาย โดยมีนายจำนง ปราอาภรณ์ อายุ 53 ปีคนขับได้รับบาดเจ็บที่ขาไปด้วยเช่นกัน ห่างออกไปประมาณ 5 เมตร ด้านหลังรถแท็กซี่ทั้ง 2 คันยังพบรถกระบะ โตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอนส์เงิน หมายเลขทะเบียน ชห 4417 กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้าพังยับเยินจอดขวางช่องทางที่ 3 และ4 จากการตรวจสอบในรถ พบนายถวิล ศรีจันทร์ อายุ 50 ปีเป็นคนขับ และนางฉวี ศรีจันทร์ อายุ 51 ปี ภรรยาที่นั่งมาด้วย ซึ่งได้รับบาดเจ็บฟกช้ำตามลำตัวและใบหน้าทั้งคู่ เจ้าหน้าที่จึงรีบให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาลทำแผลเบื้องต้น ก่อนนำผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 4 รายส่ง รพ.ภูมิพลฯ

นอกจากนี้ตรวจสอบบริเวณโดยรอบที่เกิดเหตุยังพบแท่งแบริเออร์พลาสติกได้รับความเสียหายอีก 1 อัน จึงเก็บรวบรวมที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนนายณรงค์เดช ธนโชติ อายุ 38 ปีพยานในเหตุการณ์ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่ตนกำลังยืนเคลียร์เรื่องรถยนต์กับคู่กรณีภายหลังที่ตนขับรถชนท้ายกับรถคันอื่นอีกจำนวน 5 คัน ในช่องทางขวาสุดซึ่งรถตนเป็นคันสุดท้าย และเห็นว่าช่วงเช้านี้รถกำลังวิ่งเยอะจึงบอกคู่กรณีช่วยลากแบริเออร์พลาสติกที่อยู่ใกล้ๆไปวางขวางถนนเอาไว้ซึ่งห่างจากจุดที่รถชนกันประมาณ 20 เมตร เพื่อเป็นการเตือนรถยนต์คันอื่นๆให้ทราบ ช่วงเวลาห่างประมาณ 10 นาที ตนได้ยินเสียงรถชนกันดังสนั่นจึงเดินออกมาดูก็พบว่ามีรถแท็กซี่คันสีเหลืองชนท้ายรถแท็กซี่สีชมพู ตรงจุดที่ตนนำแบริเออร์ไปวางไว้ และก็ได้ยินเสียงรถเบรกลากยาวดังมาก เมื่อมองไปก็เห็นรถกระบะวิ่งมาพุ่งชนท้ายรถแท็กซี่สีเหลืองเข้าซ้ำอีก ก่อนรถกระบะจะหมุนไปหยุดขวางช่องทางที่ 2 หลังจากนั้นจึงเห็นคนขับออกมาจากตัวรถ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที

ด้านพ.ต.ท.ธีรยุทธ กล่าวว่า จากการสอบสวนทราบว่า อุบัติเหตุดังกล่าวเป็นเหตุชนท้ายกันธรรมดา ซึ่งต้องแบ่งออกเป็น 2 คดีโดยคดีแรกเป็นการชนท้ายกันจำนวน 5 คันซึ่งอยู่ระหว่างรอประกัน ส่วนอีกเคสเป็นเหตุชนท้ายกันเช่นกันจำนวน 3 คัน ในเวลาใกล้เคียงกันและจุดเกิดเหตุใกล้กันอีก จากการสอบสวนเบื้องต้นคาดว่าขณะรถของกลุ่มแรกชนกันก่อนทำให้รถได้รับความเสียหายทั้ง 5 คัน ไม่สามารถเคลื่อนย้ายออกจากจุดเกิดเหตุได้ เมื่อรถที่ตามมาเห็นข้างหน้ามีอุบัติเหตุจึงชะลอความเร็วรถเพื่อที่จะเบี่ยงออกแต่ไม่ทันระวังจึงทำให้พุ่งชนท้ายกันจนเป็นเหตุให้มีคนเจ็บ และเบื้องต้นยังไม่ได้แจ้งข้อหากับผู้ใดเนื่องจากยังไม่ได้ทำการสอบสวนคนขับรถทั้งหมด 3 คัน รวมถึงผู้โดยสารอีก 1 คนได้รับบาดเจ็บไปตามๆกัน จึงต้องรอให้รักษาอาการบาดเจ็บให้หายดีก่อน จึงจะเรียกมาสอบสวนหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ต่อไป