Breaking News การเมือง

“ยรรยง” ยืนยันจำนำเเละระบายข้าว เป็นไปตามขั้นตอน

วันที่ 20 ม.ค. 60 — ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในวันนี้ (20 ม.ค.) นัดไต่สวนพยานฝ่ายจำเลย คดีที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย กรณีไม่ระงับยับยั้งความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว โดยมี นายยรรยง พวงราช อดีตปลัดกระทรวงพาณิชย์และอดีต รมช.พาณิชย์ เป็นพยานฝ่ายจำเลย

ทั้งนี้ การไต่สวนพยานในวันนี้ (20 ม.ค.) อัยการซักเกี่ยวกับประเด็นสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทำหนังสือเตือนรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถึงความไม่โปร่งใสและความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว และ ส.ส. พรรคฝ่ายค้าน อภิปรายเรื่องความไม่โปร่งใสในการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) และโครงการรับจำนำข้าวนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีข้อสั่งการอะไรเพื่อแก้ไขอย่างไรบ้าง

นายยรรยง กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทราบพอสมควร แต่หนังสือขององค์กรอิสระข้างต้นมีความเห็นหลากหลาย ส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องเรียนของโครงการในอดีต น.ส.ยิ่งลักษณ์ ดำเนินการตามหนังสือขององค์กรอิสระเหล่านั้นตามความเหมาะสม และคณะรัฐมนตรีมีมติพิจารณาเรื่องนี้มาโดยตลอดนับตั้งแต่ปี 2554-2557 ส่วนการอภิปรายนั้นเป็นประเด็นทางการเมือง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้อเท็จจริงที่ยังไม่ได้กลั่นกรอง และยังไม่มีข้อยุติ เป็นเรื่องของฝ่ายค้านที่ต้องโจมตีนโยบายทางการเมืองของรัฐบาลเป็นหลัก ดังนั้น รัฐบาลต้องตรวจสอบก่อน

นอกจากนี้ อัยการได้ซักถามเกี่ยวกับประเด็นตามหนังสือ ป.ป.ช. กรณีความไม่โปร่งใสในการระบายข้าวจีทูจี โดยมีการระบุชื่อบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด และนายอภิชาติ จันทร์สกุลพร อดีตพ่อค้าข้าวชื่อดัง เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างไร เเละมีวิธีการป้องกันการทุจริตอย่างไร

นายยรรยง กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสืบเนื่องจากการอภิปรายในสภา ซึ่งเป็นประเด็นทางการเมือง เเต่ในทางปฏิบัติจริงไม่มีชื่อบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด และนายอภิชาติเข้าไปเกี่ยวข้องในสัญญาระบายข้าวจีทูจีแต่อย่างใด เป็นเพียงผู้ได้รับมอบอำนาจจากผู้ซื้อ (รัฐวิสาหกิจจีน) เป็นตัวแทนในการซื้อข้าวจีทูจี

"เมื่อเกิดเรื่องขึ้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้กำชับให้ตรวจสอบกระทรวงพาณิชย์ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงขึ้น 2 ชุด ชุดแรกเกี่ยวกับการระบายข้าวจีทูจี ชุดที่ 2 เกี่ยวกับการระบายข้าวถุง โดยการสอบข้อเท็จจริงระบายข้าวจีทูจี ดำเนินการเสร็จแล้ว ไม่มีชื่อของบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด เข้าไปเกี่ยวข้อง นอกจากนี้การตรวจสอบเอกชนที่ไม่ได้เป็นคู่สัญญากับภาครัฐถือเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง" นายยรรยง กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า อัยการสอบถามเพิ่มเติมว่า ในการอภิปรายความไม่โปร่งใสการระบายข้าวจีทูจีดังกล่าว มีพยานหลักฐานค่อนข้างชัด น.ส.ยิ่งลักษณ์ เคยคิดตรวจสอบหรือเอาผิดนายอภิชาติบ้างหรือไม่  นายยรรยง กล่าวว่า หน้าที่ของรัฐบาลคือฝ่ายบริหาร ขับเคลื่อนนโยบาย และลักษณะการตรวจสอบของฝ่ายบริหารสามารถทำได้ถ้ามีข้อกล่าวหาชัดเจน เเต่การกล่าวหาบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด และนายอภิชาติเป็นการอภิปรายทางการเมือง ถ้าตรวจสอบอาจไม่เหมาะสม

"เเต่มีหน่วยงาน เช่น ป.ป.ช. ที่เริ่มตรวจสอบการทุจริตแล้ว และมีอำนาจเต็มที่ในการตรวจสอบเอกชน  เท่าที่ทราบขณะนั้นมีการตรวจสอบพฤติการณ์ของ บริษัท สยามอินดิก้า ในชั้น ป.ป.ช. แล้วด้วย" นายยรรยง กล่าว

อัยการสอบถามอีกว่า การอภิปรายในสภาของฝ่ายค้าน มีการแสดงหลักฐานระบายข้าวจีทูจีว่า ไม่ได้ทำสัญญาการระบายข้าวจีทูจีจริง แต่มีการนำข้าวมาหมุนเวียนขายภายในประเทศ โดยพบว่า นายอภิชาติจ่ายแคชเชียร์เช็คเพื่อนำข้าวออกมา รัฐบาลได้สั่งการตรวจสอบหรือไม่ นายยรรยง กล่าวว่า ขอย้ำว่า บริษัท สยามอินดิก้า ไม่ได้เป็นคู่สัญญาการระบายข้าวจีทูจี แต่ได้รับแต่งตั้งเป็นตัวแทนจากรัฐวิสาหกิจจีน ซึ่งตนได้ตรวจสอบแล้ว ยืนยันได้ว่า เป็นรัฐวิสาหกิจจีนจริง โดยรัฐบาลจีนถือหุ้น 100% และช่วงอภิปรายในสภาได้หาข้อมูล เชิญพรรคฝ่ายค้าน และตัวแทนสื่อไปยังรัฐวิสาหกิจดังกล่าวที่จีน แต่กลับถูกคัดค้าน ส่วนการตรวจสอบบริษัท สยามอินดิก้า เมื่อไม่ได้เป็นคู่สัญญากับรัฐ แต่เป็นเอกชน จึงไม่เกี่ยวข้อง แต่คิดว่า การที่บริษัทนี้ได้เป็นตัวแทนรัฐวิสาหกิจจีนในการซื้อข้าวจีทูจี เพราะมีโรงงานปรับปรุงคุณภาพข้าว และมีสถานที่เก็บข้าวใหญ่ที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อัยการซักถามประเด็นการระบายข้าวถุงว่า มีการร้องเรียนว่าข้าวดังกล่าวไม่ถึงมือประชาชน อาจมีการทุจริตเกิดขึ้น ทราบเรื่องหรือไม่ นายยรรยง กล่าวว่า กรณีนี้รัฐบาลตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว โดยมีตัวแทนสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และตัวแทนกระทรวงพาณิชย์ โดยผลการสอบพบว่ามีมูลจริงและได้ทำเรื่องถึง รมว.พาณิชย์ ในขณะนั้น (นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล) ซึ่งสุดท้ายได้ยุติโครงการดังกล่าวตั้งแต่ช่วง ก.ค. 2556

อัยการซักถามว่า การอภิปรายของฝ่ายค้าน มีการระบุถึงที่มาที่ไปของโครงการนี้ โดยเชื่อมโยงไปที่ พ.ต.นพ.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ อดีตเลขานุการ รมว.พาณิชย์ ซึ่งเคยเป็นกรรมการบริษัท สยามรักษ์ จำกัด หนึ่งในบริษัทเอกชนที่เข้ามาปรับปรุงข้าวถุง ต่อมาถูกกล่าวหาว่าเวียนข้าวขายภายในประเทศ รัฐบาลและคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ได้ติดตามประเด็นนี้โดยตรงหรือไม่

นายยรรยง กล่าวว่า ตรวจสอบดูแล้วครบทุกประเด็น รวมถึงกรณีนี้ด้วย ปรากฏว่า พ.ต.นพ.วีระวุฒิ เป็นเพียงกรรมการอิสระ หรือกรรมการตรวจสอบของบริษัท สยามรักษ์ จำกัด เท่านั้น ส่วนสาเหตุที่ต้องเข้าไปเป็นกรรมการ เนื่องจากบริษัท สยามรักษ์ จำกัด ต้องการผู้เชี่ยวชาญเพื่อปรึกษาก่อนจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ เมื่อเป็นได้สักระยะหนึ่งแล้ว จึงลาออกเท่านั้น

ต่อมาในช่วงบ่าย นายทศพร ศิริสัมพันธ์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เข้าไต่สวนเป็นพยานจำเลยปากที่ 2 ในวันนี้ ซึ่งตอบคำถามเกี่ยวกับการประเมินโครงการจำนำข้าวว่า หากพิจารณาเจตนารมณ์ของโครงการรับจำนำข้าวแล้ว เห็นว่า โครงการสมประโยชน์ตามหลักเกณฑ์การบริหารจัดการาชการแผ่นดินที่ดีและจากการประเมิน 5 ฤดูกาลผลิตในจังหวัดนั้นพบว่า ผ่านเกณฑ์ทุกจังหวัด

"ถ้าจะถามถึงความคุ้มค่า ต้องนิยามคำว่า “คุ้มค่า” โครงการจำนำข้าวเป็นนโยบายสาธารณะที่มีผลเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ซึ่งไม่มีตัวเลขวัดชัดเจน จะต้องประเมินจากภาพรวมต้นทุนและผลประโยชน์ทั้งหมดมาเปรียบเทียบว่า ผลที่ได้จากโครงการ มากกว่าต้นทุนที่เสียไปหรือไม่ ขณะที่โครงการจำนำข้าวได้วางระบบติดตามความก้าวและผลสัมฤทธิ์ ไว้ทุก 2 ปี ซึ่งระหว่างการประเมินความก้าวหน้า หากโครงการมีปัญหาก็ต้องกลับมาทบทวนและหลังจากทบทวนก็ต้องพิจารณาว่ายับยั้งได้หรือไม่ แต่รัฐบาลนี้ดำรงวาระไม่ครบการประเมิน"

เมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวนพยานทั้งสองปากในวันนี้แล้ว ศาลนัดไต่สวนพยานจำเลยปากต่อไปในวันที่ 3 ก.พ. เวลา 09.30 น. และให้เพิ่มวันนัดไต่สวนพยานจำเลยอีก 1 นัดในวันที่ 24 พ.ค.