การเมือง ข่าว

ประชุม ป.ย.ป.นัดแรก ประยุทธ์นั่งคุม 4 คณะ ย้ำไม่มี “ดีลกับใครทั้งสิ้น”

ประชุม ป.ย.ป.นัดแรก  ประยุทธ์นั่งคุม 4 คณะ  ย้ำไม่มี "ดีลกับใครทั้งสิ้น"

-30 ม.ค.60-  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินเชิงยุทธศาสตร์ ครั้งที่ 1/2560 และมอบนโยบายและซักซ้อมความเข้าในการทำงานของคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความปรองดองสามัคคี (ป.ย.ป.) ให้กับคณะกรรมการ4 คณะ และสำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี (PMDU) ว่า ได้มอบให้คณะกรรมการทุกชุดนำแผนงานไปสู่ปฏิบัติและขับเคลื่อนไปสู่กลไกประชารัฐ เพื่อให้ประชาชนรับรู้ว่า จะเดินหน้าประเทศอย่างไร 

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า  การประชุมครั้งนี้ได้เชิญปลัดกระทรวงมาร่วมรับฟังนโยบายด้วย เพราะฝ่ายข้าราชการจะเป็นผู้ปฏิบัติงาน จึงต้องทำให้พวกเขาเกิดความเข้มแข็ง ถ้าพวกเขาเข้าใจคิดและทำแบบที่ทำมาตลอด 2 ปี จะเดินหน้าไปได้เร็วมากขึ้น และวันหน้าข้าราชการจะเข้มแข็งด้วยตัวเอง จะลดปัญหาภายในโดยเฉพาะเรื่องการแต่งตั้ง หรือการถูกแทรกแซง สิ่งสำคัญต้องเตรียมการปกป้องและป้องกันการปราบปรามการทุจริตด้วย

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า หลายคนอาจจะไม่เข้าใจเเละมองว่า คสช.จะทำเป็นหรือไม่ หรือจะทำคนเดียว  มันไม่ใช่ เพียงแต่หัวเป็นคนคิดให้ แม้แต่ตนเป็นรัฐบาล ก็มีที่ปรึกษาจากหลายภาคส่วน ตนเป็นประธานคณะกรรมการทั้ง 4 คณะ แต่มอบให้รองนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่ขับเคลื่อน เพราะตนจะทำคนเดียวคงไม่ไหว โดยจะให้นโยบายเองทั้งหมด เเละรองนายกรัฐมนตรีจะทำหน้าที่สั่งงานโดยมีอนุกรรมการอยู่ข้างล่าง เพื่อที่จะลดแรงกดดัน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ส่วนคณะกรรมการปรองดองที่มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธาน สำคัญที่สุดคือมีคณะกรรมการฝ่ายกฎหมาย ฝ่ายการเมือง ฝ่ายเศรษฐกิจ ฝ่ายสังคม ซึ่งอยู่ข้างล่าง ฝ่ายเหล่านี้จะเอาสิ่งเหล่านี้มาคุย   อันไหนที่ตรงกันก็จะเสนอขึ้นมาเพื่อที่จะมาคุยต่อ ฝ่ายกฎหมายก็จะไปดูเรื่องคดีที่อ้างกันว่าไม่เป็นธรรมว่ามีคดีอะไรอยู่บ้างและสร้างการรับรู้กับสังคมให้ได้

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า  ส่วนจะทำอย่างไรก็ไปว่ากันอีกครั้ง ซึ่งไม่ใช่การนิโทษกรรม    ทุกคนต้องไปเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้ได้ก่อน  เพราะมีกฎหมายเดิมอยู่แล้ว ต้องเข้าสู่การพิจารณาของศาล เมื่อศาลตัดสินและรับโทษแล้วพอสมควรมันก็จะเป็นลดโทษ นิรโทษกรรมไปในแนวทางอย่างนี้มากกว่า อย่ามามองว่าอยู่ดี ๆ ยังไม่เข้ากระบวนการ   แล้วให้ออกคำสั่งมาตรา 44 นิรโทษ ตนทำไม่ได้ เเละต้องถามประชาชนด้วย เพราะการทำงานของปรองดองสำคัญที่สุด เพราะจะทำให้ 3 คณะแรกทำงานได้ ไม่อย่างนั้นทางนี้ก็จะตีกันอยู่แบบนี้ 

"มีฝ่ายกฎหมาย ฝ่ายการเมือง ฝ่ายเศรษฐกิจ   ทุกคนอยากจะพูดหมด นักวิชาการ สื่อก็มี คุณก็ไปอยู่ในนั้นด้วย คุณต้องการอะไรจะเอาอะไรก็ไปคุยในนั้น แล้วหาข้อยุติขึ้นมานำไปสู่การปฏิบัติ อย่าไปตีกันเพราะยังไม่ทำอะไรก็ไปตีกันตั้งแต่ต้นแล้ว"

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า   "ยืนยันว่า  เราไม่จำเป็นที่จะไปทำเพื่ออะไร เพียงแต่สร้างความเข้มแข็งในอนาคต  เพื่อให้คณะเหล่านี้ส่งต่อไปสู่รัฐบาลหน้าอย่างไร ไม่ได้มองว่าจะมีการดีล มันจะดีลกับใคร  ใครจะมาดีลกับผม  แล้วดีลเรื่องอะไร ผมยืนยันด้วยคำสัตย์ของผม ผมไม่ได้ดีลกับใครทั้งสิ้น อะไรก็ตามที่พูดกันไปมาในสื่อใครพูดก็แล้วแต่ ถ้าผมไม่ได้พูดเรื่องนั้นจากปากของผมจะไม่เกิดขึ้นทั้งสิ้น เพราะผมเป็นคนตัดสินใจ เข้าใจหรือยัง มันก็มีการพูดกันไปมาว่าการสร้างความปรองดองขึ้นเพื่อจะมาวางอนาคตทางการเมืองของผมหรือของรัฐบาล มันไม่ใช่ของผม วันหน้าจะเกิดอะไรก็เรื่องของวันหน้า ผมไม่ต้องการไปสู่เรื่องการเมืองทั้งสิ้น การเมืองคือการเมือง ก็ว่ากันไป  ผมก็อยู่ของผมตรงนี้ก่อนที่จะทำงานตรงนี้ให้เสร็จโดยเร็ว อย่าเอามาพันกันเลย ถ้ายังตีกันอยู่เรื่องปรองดองมันทำอย่างอื่นได้หมด  เพราะทุกคนจะลุกมาพูดโน่น พูดนี่ และไปกันใหญ่โต” นายกฯกล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า การทุจริตนั้น มีกลไกตรวจสอบอยู่แล้ว  ถูกก็คือถูก  ผิดก็คือผิด การลงโทษเมื่อตัดสินมาก็ต้องยอมรับ ไม่มีอะไรที่ถูกใจทุกคนได้ ทุกคนก็จะเอาให้มั่นคั้นให้ตาย แน่นอนว่ากฎหมายต้องทำแบบนั้นอยู่แล้ว แต่ต้องเคารพกระบวนกฎหมาย ถ้าคิดเอง เออเอง ก็ไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้น จับคนติดคุกให้หมด ต้องไปสอบสวนทวนความกันมา อย่าไปเร่งรัดกันนัก มันจะทำให้ชื่อเสียงประเทศเสียไปดื้อ ๆ  ยังหาคนทำผิดไม่ได้เลยก็ต้องรอส่งตัวมา 

"เรื่องคดีสินบนสินบาปเหล่านี้อย่าเพิ่งไปคิดตรงนั้น ตอนนี้พวกเขาจะไม่กล้าให้แล้ว   เพราะพูดกดดันเยอะ พงกเขาก็กลัวเหมือนกัน การที่ป.ป.ช.ของต่างประเทศให้มาเพราะกฎหมายแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน กฎหมายเรามีทั้งผู้ให้-ผู้รับถูกลงโทษหมด อยากจะบอกว่ามันไม่ง่ายนักหรอกการขับเคลื่อนประเทศที่เราต้องการ"

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า  ถ้าจะง่ายต้องทำแบบเดิม ๆ  ง่ายที่สุดและแก้ปัญหาอะไรกันไม่ได้ น้ำท่วมก็ท่วมเหมือนเดิม วันนี้ถึงตั้งใจเต็มที่ มันยังทำไม่ค่อยได้เลย เพราะติดกระบวนการประชาชนการทำประชาพิจารณ์ซึ่งเรางดเว้นไม่ได้ แต่จะทำอย่างไรให้คนเข้าใจว่ามันคือยุทธศาสตร์ชาติ การบริหารงานเชิงยุทธศาสตร์จะบอกอนาคตว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่เกิดหรือไม่เกิดขึ้นอยู่กับพวกเรา กับรัฐบาลว่าจะอะไรต่อไปแล้วไปบังคับไม่ได้ด้วยว่าจะทำหรือไม่

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การปรองดองคือ ต้องปรองดองกับทุกคน  คณะกรรมการมีกี่คณะก็ไปปรองดองกับกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ และเมื่อกลุ่มนี้ตกลงกันได้  ก็ไปเชื่อมต่อกับกลุ่มนั้น ต้องทำงานอย่างมีขั้นตอน   อยู่ดี ๆ มานั่งคุยกันจะจบหรือไม่  ไม่จบหรอก   เคยทำมาแล้ว  เคยตั้งศูนย์ปรองดองของคสช.นำนักการเมืองมาพูดคุยกัน  พวกเขายังไม่มาเลย  แต่กลับนำไปพูดกันข้างนอกว่าต้องการอย่างนั้นอย่างนี้  ไปพูดผ่านสื่อ  สื่อก็นำไปขยายให้พวกเขา 

"ต่อไปนี้ต้องมาพูดในนี้ ถ้าไม่มาก็อย่ามา  สื่อต้องไปบีบให้เขามาและหาทางออกให้ได้กับพรรคอื่น ๆ เขาด้วย ไม่ใช่พรรคนี้จะเอาอย่างนี้อย่างเดี๋ยว ผมทำตามให้ไม่ได้"

เมื่อถามว่า แนวคิดปรองดองใช้อะไรเป็นตัวนำ   พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวว่า ปรองดองคือทุกคนต้องอยู่อย่างสงบสันติ และสนับสนุนการเดินหน้าของทุกรัฐบาล ไม่ใช่เอาการเมืองมานำแล้วขัดแย้งกันอย่างนี้  ซึ่งตอนนี้ทุกคนเข้าใจว่าการปรองดองต้องพูดเรื่องคดีอะไรต่าง ๆ นั้น  มันไม่ใช่  เรื่องคดีก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและต้องแก้ไปทางนั้น ซึ่งคณะอนุกรรมการฝ่ายกฎหมายต้องไปหามาเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม 

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

"ใครมีคดีต้องกลับมาสู้คดี  ถ้าไม่สู้ก็ไปต่อไม่ได้ และผมยกโทษให้ไม่ได้ ถ้าอยากจะยกโทษให้ให้ไปรอรัฐบาลต่อไป  ผมไม่ทำ"