Breaking การเมือง ข่าว

ตัวแทนสื่อเสวนาค้าน! “กฎหมายคุมสื่อ” หวั่นรัฐแทรกแซง  

วันที่ 4 ก.พ.60 ผู้สื่อข่าวรายงานจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยว่า คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จัดเสวนาโต๊ะกลม เรื่อง “กฎหมาย กฎ(ด) สื่อ คุ้มครอง หรือควบคุม” โดยมีนักวิชาการ และตัวแทนผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนเข้าร่วมให้ความเห็น ต่อเนื้อหาของร่าง พ.ร.บ.การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน ฉบับที่เสนอโดยพล.อ.อ.คณิต สุวรรณเนตร ประธาน กมธ.คณะกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านสื่อสารมวลชน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ 

โดย นายเทพชัย หย่อง นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย กล่าวว่า ผลกระทบของร่าง พ.ร.บ.สื่อฯ จะเป็นลูกโซ่ไปถึงสังคม ไม่เฉพาะสื่อมวลชนเท่านั้น เนื่องจากร่างกฎหมายให้อำนาจแก่รัฐ แก่ภาคการเมือง และอำนาจเงิน เป็นกลไกสำคัญของการกำกับ ในชื่อของสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ ซึ่งการให้ตัวแทนภาครัฐ ระดับปลัดกระทรวง ที่นักการเมืองเป็นผู้แต่งตั้งเข้ามามีส่วนร่วม อาจกระทบต่อความน่าเชื่อถือด้านการตรวจสอบของสื่อมวลชนเช่นกัน 

นายธาม เชื้อสถาปนศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายดิจิทัล สายงานบริหารการตลาดและสื่อบริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) มองว่า ร่างพรบ.ฉบับนี้เป็นฉบับรัฐประหารสื่อเวอร์ชั่นอ้างสิทธิและเสรีภาพ เพราะเนื้อหาของร่างกฎหมายทั้งฉบับไม่มีบทบังคับที่เกี่ยวข้องกับสื่อมวลชนที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ นอกจากนั้นในกรรมการของสภาวิชาชีพฯ จำนวน 13 คน ที่มีทั้งข้าราชการระดับสูงเป็นโดยตำแหน่งประจำ 4 คน และ มาจากการแต่งตั้งโดยภาครัฐ จำนวน 5 คน ถือว่าไม่ยุติธรรม

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ดร.มานะ ตรีรยาภิวัฒน์ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ไม่เหมาะสมและเป็นการริดรอนเสรีภาพของสื่อมวลชน ดังนั้นจึงควรตั้งเป็นเครือข่ายทั้งในส่วนของนักวิชาการ วิชาชีพ และให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในเรื่องนี้ด้วย อย่างไรก็ตามในช่วงท้ายของการเสวนา นักวิชาการได้ให้ข้อเสนอแนะต่อการปฏิรูปสื่อมวลชน ในประเด็นการทำงานที่ไม่ควรละเมิดสิทธิของผู้อื่น เช่น ผู้บาดเจ็บ, ผู้เสียชีวิต ว่าจะต้องมีมาตรการคัดกรองมากกว่าในปัจจุบัน และสื่อมวลชนก็ไม่ควรใช้ข้ออ้างเรื่องการแข่งขัน นำเสนอภาพที่สุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิผู้อื่น  ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือระหว่าง ภาคนักวิชาการ ภาคเอกชนที่ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน และภาคประชาชนลงนามความร่วมมือ เพื่อร่วมออกแบบกลไกการปฏิรูป กำกับ ดูแลสื่อมวลชน  เพื่อดึงบทบาทของประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับสื่อมวลชนและเป็นแนวร่วมที่จะต่อสู้กับภาครัฐด้วย