Breaking การเมือง ข่าว

นายกฯ เล็งวางสมุนไพรเข้าระบบสาธารณสุข ย้ำกม.ยาสูบใหม่ป้องเด็กไทย

วันที่ 10 มี.ค.60 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน" ในการลงพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญเร่งด่วนของรัฐบาลในด้านสาธารณสุข เมื่อวันที่9มี.ค.   ถือว่ามีความสำคัญอย่างมาก ขอขอบคุณพี่น้องชาวปราจีนบุรีที่เข้มแข็ง  ทุกคนได้ให้สัญญากันไว้ว่า จะร่วมกันสร้างความเข้มแข็ง สร้างสุขภาพกายสุขภาพจิตพร้อมกันไปด้วย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของโครงการสำคัญ     อันได้แก่

(1) โครงการคลินิกหมอครอบครัวเพื่อคนทั้งประเทศ จะเป็นการปฏิรูประบบบริหารสุขภาพ โดยเน้นการพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพได้อย่างทั่วถึง   จะประกอบด้วย “ทีมหมอครอบครัว”หนึ่งทีม ดูแลประชากร 10,000 คน (ตามหลักเวชศาสตร์ครอบครัว) และมี “คลีนิกหมอครอบครัว” ที่เปิดบริการทุกวัน – มีการเยี่ยมแนะนำถึงบ้าน 5 วัน/สัปดาห์ ทำให้เหมือนอยู่ใกล้ชิดหมอตลอดเวลา

รวมทั้งลดระยะเวลารอรับบริการที่โรงพยาบาลลง “6 เท่า” (จากเดิมเคยต้องคอยถึง  180 นาที เหลือเพียง30 นาที) นับว่าเป็นการทำงาน “เชิงรุก” ด้วยแนวคิดที่ว่าเราจะให้การบริการ   “ทุกคน ทุกที่ ทุกอย่าง ทุกเวลา ได้อย่างไรนะครับ ทั้งนี้ก็ด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารที่ทันสมัย” ซึ่งก็เน้นการป้องกัน ไม่ใช่รอรักษาผู้ป่วยที่สถานพยาบาลแต่เพียงอย่างเดียว ลดค่าใช้จ่ายด้วยเป็นการสร้าง “ความมั่นคงด้านสุขภาพ” ที่จะนำไปสู่ความมั่งคั่งและยั่งยืน ตามแนวทางของ “Thailand 4.0”

 

(2) โครงการส่งเสริมเมืองสมุนไพร ณ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์  ที่มีชื่อเสียงเรื่องการพัฒนาสมุนไพร และการแพทย์แผนไทยมาอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งปัจจุบันได้ถูกคัดเลือกจากกระทรวงสาธารณสุข ให้นำร่องเป็นเมืองสมุนไพรอย่างครบวงจร  เป็นการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นเกี่ยวกับสมุนไพร มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ เพื่อช่วยเศรษฐกิจในทุกชุมชน  จุดประกายให้ผู้คนในสังคมเห็นคุณค่าของสมุนไพรไทย จากการแปรรูปเป็น “ยา” แล้วขยายไปยังอาหารเสริม, เครื่องสำอาง และเครื่องดื่ม

บนพื้นฐานของภูมิปัญญาและวิชาการสมัยใหม่ ที่มีการควบคุมคุณภาพ และยึดมาตรฐานสากล จนได้รับความสนใจจากต่างประเทศ มาอย่างต่อเนื่อง  แต่ที่ผ่านมา กฎ ระเบียบทางราชการ ไม่เปิดโอกาสให้โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรสามารถขึ้นทะเบียนตำรับยา เพื่อรองรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรได้ จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ซึ่งรัฐบาลปัจจุบัน ได้ผลักดันกฎหมายว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย “ฉบับแรก”เพื่อแก้ปัญหาในอดีต

พร้อมทั้งส่งเสริมให้ประเทศไทยมุ่งเข้าสู่การเป็น ประเทศที่ส่งออกวัตถุดิบสมุนไพรที่มีคุณภาพ และมีผลิตภัณฑ์ชั้นนำของภูมิภาค ทั้งนี้ด้วยการรวบรวมภูมิปัญญา และองค์ความรู้สมุนไพรไทย เพื่อจัดทำตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ และจัดทำฐานข้อมูลพืชสมุนไพรและภูมิปัญญาของประเทศ, มีการพัฒนาอุตสาหกรรม และการตลาดสมุนไพรให้มีคุณภาพระดับสากล รวมทั้งการส่งเสริมการใช้สมุนไพรเพื่อการรักษาโรค และการส่งเสริมสุขภาพ ภายใต้การบริหารจัดการของภาครัฐ ที่มุ่งสู่การขยายศักยภาพของสมุนไพรไทยอย่างยั่งยืน 

 

สำหรับประเด็นสุขภาพของพี่น้องประชาชนชาวไทยรัฐบาลนี้ ได้ผลักดันอีกกฎหมายที่ตนเห็นว่ามีความสำคัญอย่างมากเช่นกัน คือ พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบฯ ซึ่งจะเป็นการปิดกั้น “นักสูบหน้าใหม่” ไม่ให้เข้าได้เข้าสู่วงจร “ยาเสพติด” อื่นๆ ในอนาคต เป็นกฎหมายที่สังคมไทยต้องการมานาน แต่ไม่สามารถออกเป็นกฎหมายได้ ต้องใช้เวลาหลายปีก่อนที่รัฐบาลนี้เข้ามาบริหารประเทศ  

"ท่านทราบไหมครับว่า “บุหรี่” ฆ่าคนไทยปีละกว่า 50,000 คน หรือ ญาติพี่น้องของเรา ต้องเสียชีวิตเพราะบุหรี่ ทุกๆ 10 นาที และสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจของชาติ ปีละกว่า 52,000 ล้านบาท

ดังนั้นการผลักดันกฎหมายนี้ จึงเป็นเครื่องแสดงความจริงใจ และห่วงใยของรัฐบาลและ คสช. ที่มีต่อประเทศชาติ และเยาวชนของชาติ ซึ่งจะเป็น “พลังของแผ่นดิน” ในอนาคตอย่าไปบิดเบือนนะครับ จากเรื่องเราพยายามดูแลเรื่องสุขภาพกลายเป็นเรื่องเศรษฐกิจ ไปเอื้อประโยชน์ รังแกผู้มีรายได้น้อย หรือไม่มีเงินใช้ ก็ต้องไปรีดภาษีอะไรทำนองนี้นะครับ  

ผมต้องการป้องกันนักสูบหน้าใหม่ วันนี้ ผมจึงขอรณรงค์ให้คนไทยทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย ดูแลสุขภาพ ใส่ใจคนรอบข้าง ให้มีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรงเข้มแข็งอยู่เสมอนะครับ เราจะได้ร่วมกัน “เดินหน้าประเทศไทย” สู่สิ่งที่ดีกว่าวันนี้ ยิ่งๆ ขึ้นไป"