ครม. ไฟเขียว ตั้งบอร์ดประสานผู้ผลิต ไทย-เทศ ก่อนถ่ายหนัง-สารคดี 13หมูป่า ติดถ้ำหลวง

24 ก.ค. 2561 เวลา 10:21 น.

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุ ครม. สั่งจัดตั้งคณะกรรมการ มาดูแล และอำนวยความสะดวกแก่ผู้ผลิตสารคดี - หนัง 13 ชีวิตหมูป่า ทั้งไทยและเทศ หวั่นกระทบภาพลักษณ์ประเทศ - ชื่อเสียงเด็ก

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ(ครม.สัญจร) ว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี มอบให้นายวีระ พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ชี้แจงให้ที่ประชุม ครม.ทราบกรณีสืบเนื่องจาก 13 เยาวชน ทีมหมูป่าอะคาเดมีติดถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ที่จากนี้ไปจะมีการทำสารคดี การทำภาพยนตร์ที่ยังไม่รู้ว่าจะมีบริษัทจากต่างประเทศ หรือในประเทศ ใครสนใจบ้าง แต่เชื่อว่าเป็นที่สนใจของทั่วโลก จึงย้ำกฎหมายว่า ไม่ว่าจะเป็นสารคดี หรือภาพยนตร์หากไปสร้างนอกประเทศเราไม่สามารถควบคุมเขาไม่ได้อยู่แล้ว แต่ถ้ามาถ่ายทำในพื้นที่ประเทศไทย เราสามารถประสานงานให้เป็นไปในทิศทางที่เหมาะสมได้ แต่ยืนยันว่าไม่เรียกว่าการควบคุม โดยจะจัดตั้งบอร์ดหรือคณะกรรมการ หรือรูปแบบองค์คณะขึ้นมากลุ่มหนึ่ง โดยประกอบด้วยผู้แทนจากหลายหน่วยงาน อาทิ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงยุติธรรม เจ้าหน้าที่ตำรวจ

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า โดยหน้าที่ขององค์คณะดังกล่าวมีหน้าที่ประสานงานอำนวยความสะดวกให้ทั้งสื่อไทยและสื่อต่างประเทศ ย้ำว่าไม่ใช่การควบคุมเขา แต่อำนวยความสะดวก ให้ข้อมูลเพื่อให้สิ่งที่จะถูกนำเสนอออกไปไม่กระทบต่อสิทธิ หรือเกิดความเสียหายต่อผู้ประสบภัย หรือผู้เกี่ยวข้อง ให้ตรงกับความเป็นจริง เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย และไม่ให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ประเทศไทย เพราะเวลาบริษัทต่างประเทศมาถ่ายทำในบ้านเรานั้นจะต้องมีความเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับ เช่น ต้องได้รับอนุญาตจากบอร์ดการท่องเที่ยวและกีฬา ถ้าจะเข้าไปถ่ายทำในพื้นที่ก็ต้องขออนุญาตจากกรมอุทยานฯ ถ้าเกี่ยวข้องกับชื่อเสียงภาพลักษณ์ของเด็กๆก็จะมีพ.ร.บ.คุ้มครองเด็กพ.ศ. 2546 หรือเรื่องใดที่อาจเกี่ยวกับข้อมูลลับที่อาจทำให้การทำงานกู้ภัยในอนาคตเป็นไปด้วยความสะดวก ไม่เกิดแรงกดดันต่อผู้ที่จะเข้าไปกู้ภัยหากเกิดภัยในลักษณะคล้ายกันนี้ก็จะมีพ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารเข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้นจึงต้องมีคณะกรรมการชัดนี้ขึ้นมาประสาน และอำนวยความสะดวก ทั้งนี้ที่ประชุมรับทราบและให้เป็นไปตามที่นายวิษณุหารือกับส่วนต่างๆไว้แล้ว

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่ได้กำหนดว่าจะมีใครเป็นกรรมการบ้าง และจำนวนเท่าไหร่ แต่ระบุเป็นหน่วยงานที่จะเข้ามาร่วม โดยรมว.วัฒนธรรมจะเป็นผู้ไปพิจารณา โดยคณะกรรมการอาจจะมีผู้ทรงคุณวุฒิ ส่วนหน่วยงานก็ตามที่แจ้งคร่าวๆไปข้างต้น ส่วนที่จะมีระดับรองนายกรัฐมนตรีมาเป็นประธานคณะกรรมการชุดดังกล่าวนั้นหากจะมีจริงก็คงจะเป็นนายวิษณุ อย่างไรก็ตามรายละเอียดความชัดเจนจะได้รายงานที่ประชุมครม.ครั้งต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด