Breaking การเมือง

“ประยุทธ์” เผยเดินหน้าจัดการขยะเป็นเชื้อเพลิง

วันที่ 24 มี.ค.60 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน" ว่า อีกหนึ่งความสุขของคนไทยก็คือการ รายงานของเครือข่ายการแก้ปัญหาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDSN) ภายใต้องค์การสหประชาชาติ (UN) ที่ชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยมี  “ความสุข” อยู่ในอันดับที่ 32 จาก 155 ประเทศทั่วโลก ขยับขึ้นมา 1 อันดับจากปีที่ผ่านมา มีตัวชี้วัดหลายด้าน ก็คือ สัดส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (หรือ GDP) ต่อหัว, อายุขัยเฉลี่ยของคนในประเทศ, เสรีภาพการใช้ชีวิตในสังคม, ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และการปลอดจากคอร์รัปชั่นในภาครัฐหรือภาคธุรกิจเอกชน

อยากให้พี่น้องประชาชน ร่วมภาคภูมิใจบน “บันไดสู่ความสำเร็จ” นั้น เราค่อยๆก้าวกันที่ละขั้น อย่างค่อยเป็นค่อยไป และมั่นคง ก็จะเป็นภาพลักษณ์ของประเทศไทยที่ดี ในสายตานานาอารยประเทศ อะไรที่ดีก็ช่วยกันรักษา อย่าทำลายกัน อย่าบิดเบือนกัน แล้วพัฒนากันให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป อย่าสร้างการรับรู้ผิดๆ ให้กับสังคม  สิ่งใดที่ยังบกพร่อง ต้องใช้เวลา ก็ต้องช่วยกันแก้ไขกันต่อไป ทั้งนี้ก็เพื่อลูกหลานของเราในอนาคตด้วย 

อีกประเด็นที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ที่รัฐบาลนี้ให้ความสำคัญมาตลอด ก็คือ การแก้ปัญหาขยะที่ได้ประกาศให้เป็น “วาระแห่งชาติ” และก็อยู่ในความสนใจของประชาคมโลกเช่นกัน

 

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติได้ขับเคลื่อนการดำเนินการ “โครงการก่อสร้างระบบกำจัดขยะ เพื่อผลิตเป็นเชื้อเพลิง” RDF ( Refuse Derived Fuel) และปุ๋ยอินทรีย์ ที่เป็นเทคโนโลยีของคนไทยพัฒนาใช้เอง และดำเนินการจนเห็นผลแล้วหลายพื้นที่ โดยโครงการนี้ได้รับการจัดสรรงบประมาณในปี 2559 ซึ่งถือเป็นการแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยอย่างเป็นรูปธรรม และรับรองผลได้เป็นครั้งแรก

ที่ผ่านมาเราไม่ช่วยกัน หรือว่าเคยกำจัดขยะกันด้วยวิธีที่ถูกต้อง หรือเดินระบบไม่ได้จริง แล้วปล่อยทิ้งไว้เป็น “อนุสาวรีย์สิ่งปฏิกูล”  ครั้งนี้ รัฐบาลก็ได้บูรณาการ 5 กระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพื่อตอบโจทย์ที่เป็นการสนองตอบรัฐบาลได้ ที่เป็นนโยบาย 4 ข้อด้วยกัน

นโยบายแรกคือ การเปลี่ยนขยะให้เป็นพลังงาน (Waste to Energy) ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยนำขยะมาเปลี่ยนเป็นเชื้อเพลิง แล้วนำไปใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรม หรือผลิตไฟฟ้า  ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิต ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย ซึ่งในปี 60 นี้ การบริหารจัดการขยะ จะต้องมีความก้าวหน้าให้ได้มากที่สุดนะครับ 

นโยบายที่สองคือ “การส่งเสริมบัญชีนวัตกรรมไทย” ที่เป็นหนึ่งในกลไกภาครัฐ ในการเชื่อมโยงระหว่างผลงานวิจัย ที่ สกว. และ กระทรวงพลังงาน ได้สนับสนุนการพัฒนาต่อเนื่องมาเกือบ 10 ปี ให้มีการขึ้นทะเบียนเป็นนวัตกรรมไทย เพื่อนำมาผลิตสู่เชิงพาณิชย์ อย่างมีคุณภาพและได้มาตรฐาน 

 

ซึ่งเทคนิคการกำจัดขยะนี้ ได้นำ เทคโนโลยีระบบการจัดการขยะเพื่อผลิตเป็นเชื้อเพลิง ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มาพัฒนาต่อยอด เราจะไม่ปล่อยให้งานวิจัยดีๆ ต่างๆ เหล่านี้ “ขึ้นหิ้ง”   เราจะต้องนำมาใช้ประโยชน์ห้ำด้อย่างเป็นรูปธรรม  สร้างระบบ Start Up แล้วก็ให้ กระทรวง วิทยาศาสตร์ฯ ตรวจสอบและรับรองเทคโนโลยี จากนั้นให้กระทรวงการคลังกำหนดราคากลางให้ชัดเจน รับรองเทคนิค รับรองราคา โดยภาครัฐจะต้องตัดวงจรทุจริตในการประมูล ฮั้วประมูลออกไปให้ได้ ก็นับเป็นตัวอย่างที่ดีของการบูรณาการงานวิชาการกับงานด้านปฏิบัติเป็นอย่างดี

นโยบายที่สาม คือ “กลไกประชารัฐ” ที่ภาควิชาการสนับสนุนด้านเทคโนโลยี ภาครัฐ สนับสนุนงบประมาณ และชุมชนท้องถิ่น นำไปสร้างระบบเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์  และ SCG ลงนาม MOU รับซื้อระบบกำจัดขยะนี้ทั้งหมดที่ผลิตได้โดยนวัตกรรมไทย ขอบคุณ  เป็นการสร้างความเข้มแข็ง และมั่นคงที่ยังยืนให้กับชุมชน ไม่ใช่แต่เพียงด้านเศรษฐกิจ แต่รวมถึงด้านสิ่งแวดล้อมด้วย

นโยบายที่สี่คือ Thailand 4.0  ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้ ถือเป็นการนำเอานวัตกรรมมาปรับใช้ในการใช้ ในการใช้ชีวิตประจำวัน และดูแลสิ่งแวดล้อม ขับเคลื่อนให้นวัตกรรมไทย ขายได้ ปลุกพลังนักวิจัยไทยให้ค้นคว้าเพื่อพัฒนาประเทศ และช่วยสะท้อนว่า Thailand 4.0 นั้น เกี่ยวข้องกับทุกด้านของการดำเนินชีวิต ของพวกเราทุกคน พี่น้องประชาชนทุกกลุ่ม ก็คงไม่ใช่เฉพาะเพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น

นอกจากการสร้างระบบกำจัดขยะนี้ จะสอดคล้องกับมาตรการในประเทศของรัฐบาลแล้ว ยังสามารถตอบโจทย์นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของโลกอีก 2 ด้านคือ (1) การช่วยลดก๊าซเรือนกระจกจากบ่อขยะ ที่เป็นบ่อเกิดของก๊าซมีเทน สาเหตุของภาวะโลกร้อน 
 (2) การสนับสนุนให้เกิดเศรษฐกิจสีเขียว  ที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ทำให้พี่น้องประชาชนกินดีอยู่ดี ไม่กระทบสิ่งแวดล้อม หรือระบบนิเวศน์ เป็นการประหยัดทรัพยากร ทำให้การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

"ผมขอชมเชยคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาตินะครับ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่เป็นแบบอย่างในการทำงานเชิงรุก มีวิสัยทัศน์ ประยุกต์นโยบายรัฐบาลสู่การปฏิบัติ อย่างบูรณาการ ก็ขอให้ทุกภาคส่วนช่วยกันคิดช่วยกันทำ เพื่อผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน และประเทศชาติเป็นหลัก ผมขอยืนยันนะครับว่ารัฐบาลและ คสช. จะพยายามสะสางปัญหาที่หมักหมมมายาวนาน เพื่อนำพาประเทศของเราสู่ความ “มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” ให้จงได้"